เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : 'บ้านคือทุกสิ่ง' แต่เป็นจริงไม่ได้! ถอดบทเรียนความทุกข์ยากชาวปาเลสไตน์ ใต้เงามืดรถบูลโดเซอร์

16 ส.ค. 2569 | NATESAIY

STORY : 'บ้านคือทุกสิ่ง' แต่เป็นจริงไม่ได้! ถอดบทเรียนความทุกข์ยากชาวปาเลสไตน์ ใต้เงามืดรถบูลโดเซอร์

"ชาตินักปฏิวัติยุโรปไม่เข้าใจหรอก เพราะพวกเขายังมีบ้านให้กลับ แต่สำหรับคนปาเลสไตน์แล้ว บ้านคือทุกสิ่ง"... วลีสะเทือนอารมณ์จากภาพยนตร์ชื่อดัง Munich (2005) ที่สะท้อนความจริงอันเจ็บปวด เมื่อชาวปาเลสไตน์ต้องเผชิญกับสถานะ "ผู้ไร้บ้านในบ้านตัวเอง" มายาวนานเกือบ 60 ปี จากการถูกสั่งอพยพและภาพบ้านเรือนที่พังทลายลงต่อหน้าต่อตา!

🔵[จากฉากหนัง Munich สู่ความจริง 60 ปีแห่งการไร้บ้าน] 
ในภาพยนตร์เรื่อง Munich (2005) ของผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก มีฉากการสนทนาอันทรงพลังระหว่างนักรบปาเลสไตน์กับตัวเอกของเรื่องขณะติดอยู่ในเซฟเฮาส์เดียวกัน โดยมีประโยคหนึ่งที่ตอกย้ำบาดแผลทางประวัติศาสตร์ว่า "ชาตินักปฏิวัติยุโรปไม่เข้าใจหรอก เพราะพวกเขายังมีบ้านให้กลับ แต่สำหรับคนปาเลสไตน์แล้ว 'บ้านคือทุกสิ่ง' (Home is everything) และความรุนแรงทั้งหมด ก็เพื่อต้องการความเป็นชาติและมีบ้านของตัวเอง"
.
หากฉากดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องแต่ง (Fiction) เรื่องราวคงจบลงเมื่อไฟในโรงภาพยนตร์สว่างขึ้น แต่น่าเศร้าที่ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากเค้าโครงเรื่องจริง (Based on a true story) นับตั้งแต่อิสราเอลเข้ายึดครองฉนวนกาซา เวสต์แบงก์ และเยรูซาเลมตะวันออก ในสงครามเดือนมิถุนายน 1967 ชะตากรรมของชาวปาเลสไตน์ก็ถูกผลักเข้าสู่วงจรความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส การตั้งถิ่นฐานที่ผิดกฎหมาย การขับไล่ผู้คนออกจากที่ดิน และการลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเป็นระบบ จนทำให้ชาวปาเลสไตน์ในดินแดนถูกยึดครองต้องกลายเป็นพลเมืองชั้นสอง ขณะที่ผู้ลี้ภัยในต่างแดนหมดสิทธิ์เดินทางกลับบ้านเกิด

🔵['รถบูลโดเซอร์' ฝันร้ายและสัญลักษณ์การลิดรอนสิทธิ์] 


หนึ่งในฝันร้ายที่สุดของชาวปาเลสไตน์คือ "รถบูลโดเซอร์" (Bulldozer) เพราะทุกครั้งที่เครื่องจักรขนาดมหึมานี้เคลื่อนตัวเข้ามาในชุมชน นั่นหมายถึงการสูญเสียที่อยู่อาศัย เมื่อกองทัพอิสราเอลและกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวต้องการเข้ายึดครองพื้นที่ รถบูลโดเซอร์จะถูกนำมาใช้ทลายบ้านเรือนจนราบเป็นหน้ากลอง โดยอิสราเอลมักอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงและข้อกฎหมาย ท่ามกลางเสียงประณามจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ



🔵[ผ่า 3 ข้ออ้างรื้อทำลายบ้านปาเลสไตน์ของ IDF] 


กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอล (IDF) มักใช้ 3 มาตรการหลักในการทำลายสิ่งปลูกสร้างของชาวปาเลสไตน์

  • มาตรการลงโทษผู้ก่อเหตุ (Punitive Demolitions): การสั่งรื้อถอนหรือใช้ระเบิดทำลายบ้านพักของครอบครัวชาวปาเลสไตน์ที่ถูกระบุว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีชาวอิสราเอล
  • การอ้างสิทธิ์ใบอนุญาตก่อสร้าง (Administrative Demolitions): การเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในเขตเวสต์แบงก์ โดยเฉพาะพื้นที่เขต C และเยรูซาเลมตะวันออก โดยอ้างว่าสร้างโดยไม่มีใบอนุญาต (Building Permits) ทั้งที่ในความเป็นจริง ทางการอิสราเอลแทบไม่อนุมัติใบอนุญาตให้แก่ชาวปาเลสไตน์เลย บีบให้พวกเขาต้องสร้างบ้านโดยไร้เอกสาร
  • การขยายพื้นที่ตั้งถิ่นฐานและความมั่นคง (Strategic Demolitions): การกวาดล้างพื้นที่เพื่อขยายเขตนิคมชาวยิว (Israeli Settlements) ซึ่งผิดกฎหมายระหว่างประเทศ หรือเพื่อสร้างกำแพงความมั่นคงและเปิดเส้นทางลาดตระเวนทางทหาร

🔵[วิกฤตหมู่บ้านคุสรา: ปิดล้อม ตัดน้ำ-ไฟ และเงานิคมผิดกฎหมาย] 


แรงกดดันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ที่มีคดีความเท่านั้น ล่าสุด ชาวปาเลสไตน์ราว 12 ครอบครัวใน หมู่บ้านคุสรา (Qusra) ใกล้เมืองนาบลัส ในเขตเวสต์แบงก์ ต้องเผชิญกับปฏิบัติการปิดล้อมทางทหารตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม พร้อมถูกตัดกระแสไฟฟ้าและน้ำประปา

อับเดล อาซิม วาดี ผู้นำหมู่บ้านคุสรา เปิดเผยกับ BBC ว่า หมู่บ้านถูกประกาศเป็นเขตทหารปิด และทหารได้เข้ายึดบ้านว่างของชาวบ้านเพื่อใช้เป็นค่ายทหาร ขณะที่ เดวิด เมนเซอร์ โฆษกของ IDF ยอมรับว่า พฤติกรรมความรุนแรงของกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวบางกลุ่มเป็นเรื่องที่ "น่ารังเกียจและไม่อาจยอมรับได้" โดยกองทัพกำลังเร่งสอบสวนเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ หลังมีรายงานว่ากลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานมีความฮึกเหิมและใช้ความรุนแรงขับไล่ชาวปาเลสไตน์มากขึ้นภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน

ในพื้นที่คุสรา มี 2 ครอบครัวที่ถูกบังคับให้ออกจากบ้านและต้องไปเบียดเสียดยัดเยียดอยู่ในบ้านหลังที่สาม คำสั่งให้ออกจากบ้านมาพร้อมการพังประตูและกำลังทหาร 20-30 นาย เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมง บางครอบครัวได้รับอนุญาตให้กลับเข้าบ้าน แต่พบว่าข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย อาหารในตู้เย็นถูกเททิ้ง และเงินสดจำนวน 1,500 ดอลลาร์สูญหายไป แม้ IDF จะปฏิเสธข้อกล่าวหาและอ้างว่ามีคำสั่งให้ชาวบ้านอาศัยอยู่ในบ้านต่อไปได้ แต่ชาวบ้านระบุว่าในยามค่ำคืน บ้านเรือนยังคงถูกคุกคามจากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
 


🔵[วงจรอุบาทว์: เมื่อ 'บ้าน' กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้]


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า วงจรอุบาทว์ในดินแดนปาเลสไตน์ยังคงหมุนวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกเขาไม่เพียงต้องรับมือกับปฏิบัติการทางทหารของกองทัพ แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับการคุกคามจากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวที่พยายามกลืนกินผืนดินทีละน้อย ทำให้คำว่า "บ้านคือทุกสิ่ง" และสิทธิขั้นพื้นฐานในการมีที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย กลายเป็นความฝันที่แทบไม่มีวันเป็นจริงสำหรับชาวปาเลสไตน์

ข่าวล่าสุด