นายอรรถวิชช์ ระบุว่า ขั้นตอนก่อนจะออกมาเป็นกฎกระทรวงได้ ตามรัฐธรรมนูญต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งต้องฟังผู้ประกอบการที่เขายังทำเหล็ก IF อยู่ และได้รับความเดือดร้อนว่าจะได้รับการเยียวยาอย่างไรบ้าง แต่ต้องยึดมาตรฐานความปลอดภัยมาก่อน เพราะเรื่องนี้ประชาชนรอไม่ได้
ผู้ประกอบการเหล็ก IF โวย ไม่เป็นธรรม มองเป็นเกมการเมือง
ขณะที่ นายศักดิ์ชัย ธนบดีจิรพงศ์ นายกสมาคมการค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาไฟฟ้าเหนี่ยวนำไฟฟ้า หรือ IF ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับกรรมวิธีการผลิตเหล็กเรามีความมั่นใจว่า ผลิตได้ตามมาตรฐาน มอก. ไม่ว่าจะฉบับเก่าหรือฉบับใหม่ก็ตาม ซึ่งมีการยกระดับมาตรฐานการผลิตสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเราสนับสนุน 100% แต่ในที่ประชุมรับฟังความเห็นวันนี้ กลับยกประเด็นเรื่องจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก IF มาพูด
วันนี้ตนมองว่าไม่เป็นธรรมต่อกลุ่มผู้ผลิตเหล็กแบบ IF โดยส่วนใหญ่อยู่มาเกือบ 20 ปีแล้ว ซึ่งสิ่งที่กล่าวอ้างมาในช่วง 10 ปีหลังนี้มาจากโรงงานการผลิตแค่ 2 ถึง 3 โรงเท่านั้น พวกเราอยู่มา 22 ปีแล้ว ตัวตนผลิตเหล็ก IF มาตั้งแต่ปี 2547 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้ผลิตเหล็ก ออกสู่ตลาดรวมทั้งหมดไม่รู้กี่สิบล้านตัน สมมติมีปัญหาระหว่าง 20 ปีที่ผ่านมาคงเกิดปัญหาไปนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมามีปัญหาแค่ตรงนี้
ส่วนตัวมองว่า ข้อถกเถียงดังกล่าวเป็นประเด็นในเรื่องการเมือง และการแข่งขันทางการค้ามากกว่า จึงอยากให้สื่อมวลชนและสังคมช่วยเป็นกระบอกเสียงต่อว่า พวกเราไม่ได้รับความเป็นธรรม นายศักดิ์ชัย กล่าว
ขณะที่ นายอมร อึงสมบูรณ์ อุปนายกสมาคมการค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หากมีการยกเลิกเหล็ก IF มันจะเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ซึ่งผู้ที่จะได้รับผลกระทบคือผู้ประกอบการ กลุ่มที่กระทบหนักที่สุดคือผู้ใช้เหล็กจะหาเหล็กที่ไหนมาใช้ ตนจึงอยากถามว่า ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือนักพัฒนาที่วางแผนในการใช้เหล็กตรงนี้จะหายไปทันที ที่สำคัญคือราคาเหล็กจะพุ่งสูงขึ้นกว่านี้มาก ๆ
คำถามคือท่านจะชดเชยผู้ประกอบการและชดเชยผู้ใช้ด้วยหรือไม่ ถ้าต้องการยกเลิกเตา IF จริง ๆ มูลค่าทางธุรกิจของกลุ่ม IF หลายหมื่นล้าน รวมถึงมูลค่าทางการตลาดก็เป็นแสนล้าน ตรงนี้หาก สมอ. จะนำภาษีประชาชนมาชดเชย จะหยิบตรงไหนมาใช้ นายศักดิ์ชัย กล่าวทิ้งท้าย