เนชั่นทีวี

Nation Story

WORLD : เปิดรายชื่อ "ผู้ถูกเลือก" และ "ผู้ถูกทิ้ง" ในแผนลับสลับเครื่องบินของ “โดนัลด์ ทรัมป์”

13 ส.ค. 2569 | NATESAIY

WORLD : เปิดรายชื่อ "ผู้ถูกเลือก" และ "ผู้ถูกทิ้ง" ในแผนลับสลับเครื่องบินของ “โดนัลด์ ทรัมป์”

เมื่อแผนการสับเปลี่ยนเครื่องบินของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อหลบหนีภัยคุกคามออกจากประเทศตุรกีเมื่อเดือนที่แล้วถูกเปิดเผย สำนักข่าวระดับโลกอย่าง CNN และ Washington Post ก็ได้ขยายผลไปสู่ประเด็นที่ร้อนแรงยิ่งกว่า นั่นคือคำถามที่ว่า... ใครคือผู้ถูกเลือกให้ขึ้นเครื่องบินลับไปกับเขา และใครคือผู้ถูกทิ้งไว้บน "เครื่องบินล่อเป้า"?

🔵 [แผนลักลอบผ่านรถส่งอาหาร และ 3 คนสนิทจาก Mar-a-Lago]


แหล่งข่าวระบุว่า ทรัมป์ได้แอบย้ายจากเครื่องบินประจำตำแหน่ง Air Force One ไปขึ้นเครื่องบิน C-32A ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่มีขนาดเล็กกว่า โดยใช้ "รถลำเลียงอาหารขึ้นเครื่องบิน" (Aircraft Catering Truck) เป็นตัวช่วยลักลอบพาตัวออกมา ซึ่งผู้ที่ "ได้รับเลือก" ให้ร่วมเดินทางหลบหนีไปกับเขาในเที่ยวบินลับนี้ มีเพียงคณะผู้ช่วยคนสนิท 3 คนที่เคยทำงานให้เขาที่รีสอร์ต Mar-a-Lago ในช่วง 4 ปีที่เขาไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ได้แก่

▪️  นาตาลี ฮาร์ป: ผู้ช่วยฝ่ายบริหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความภักดีอย่างที่สุด เธอแทบไม่เคยอยู่ห่างจากทรัมป์ ถึงขั้นเคยวิ่งตามรถกอล์ฟ และได้รับฉายาว่า "ปริ๊นเตอร์มนุษย์" (Human Printer)
▪️  แดน สกาวิโน่: รองหัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว ที่ทำงานรับใช้ทรัมป์มานานกว่า 10 ปี
▪️  วอลท์ นอตา: ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประจำห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) อดีตเจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยประจำทำเนียบขาวในรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก และเป็นพยานปากสำคัญในคดีสอบสวนเอกสารลับที่ Mar-a-Lago

ส่วนรัฐมนตรีเพียงคนเดียวที่ได้ร่วมเดินทางด้วยคือ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งเดินขึ้นเครื่องบินโดยใช้บันไดปกติ เพื่อตบตาและทำให้ดูเหมือนว่าเขาเป็น "เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุด" บนเที่ยวบินนั้น

🔵 [ชะตากรรมผู้ถูกทิ้ง และฉากตบตาบน Air Force One]


ในทางกลับกัน บุคคลที่ถูกปล่อยทิ้งไว้บนเครื่องบิน Air Force One ลำเดิม ซึ่งถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงสูง ประกอบไปด้วยรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน ได้แก่
▪️ มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ
▪️ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง
▪️ สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว
▪️ สตีเวน เฉิง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาว
▪️ ไมเคิล นีดแฮม รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ
▪️ วิล ชาร์ฟ เลขานุการประจำคณะทำงาน ซึ่งเพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของทำเนียบขาวในสัปดาห์นี้
▪️ กลุ่มนักข่าวประจำทำเนียบขาวทั้งหมด

กลุ่มนักข่าวบนเครื่องบินเชื่อว่าทรัมป์เดินทางไปกับพวกตน หลังจากฝ่ายบริหารใช้แผน "ตบตา" ด้วยการอ้างว่า ทรัมป์เลือกนั่งเครื่องลำเก่าเพื่อ "รำลึกความหลัง" และส่งเครื่องบิน Boeing 747-8 รุ่นใหม่กว่าที่เพิ่งรับมอบจากกาตาร์ ไปยังฐานทัพอากาศ Mildenhall ในสหราชอาณาจักร เพื่อให้ทหารสหรัฐฯ ที่นั่นได้ชมความโอ่อ่า โดยมีข่าวลือว่าระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องบินลำใหม่ยังไม่พร้อม

นักข่าวถูกสั่งให้ปิดม่านหน้าต่างทั้งหมดหลังขึ้นเครื่อง และไม่ได้รับรู้ถึงแผนหลอกลวงนี้เลย ขณะที่ มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกทิ้ง เมื่อถูกนักข่าวจี้ถามว่า "ท่านรัฐมนตรี คุณทำให้ชาวอเมริกันตกอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่ ด้วยการให้พวกเขาโดยสาร Air Force One ในขณะที่เครื่องบินกำลังตกอยู่ในอันตราย?" รูบิโอทำได้เพียงส่งยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ตอบว่า "ขอบคุณครับ" แล้วเดินเลี่ยงไปโดยไม่ตอบคำถาม

🔵 [เบื้องหลังภัยคุกคามขีปนาวุธจากอิหร่าน]


แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดเปิดเผยกับ CNN ว่า แผนลับสลับเครื่องบินอย่างเร่งด่วนนี้ เกิดขึ้นในวันสุดท้ายของการประชุมสุดยอด NATO ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี หลังจากมีข้อมูลข่าวกรองระบุถึง ภัยคุกคามเฉพาะเจาะจงต่อเครื่องบิน Air Force One ด้วยขีปนาวุธแบบประทับบ่ายิง 

แม้แหล่งข่าวจะไม่เปิดเผยที่มาของข้อมูล แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้ร้ายแรงมาก เพราะพบสัญญาณว่า ฝ่ายอิหร่านล่วงรู้รายละเอียดเจาะจงเกี่ยวกับภารกิจและการเดินทางของทรัมป์ในตุรกี ทั้งการค้างคืนที่โรงแรมหรูใจกลางกรุงอังการา และการเดินทางไปกลับระหว่างโรงแรมกับสถานที่ประชุมหลายครั้ง ความเสี่ยงชัดเจนจนเจ้าหน้าที่กังวลว่าชีวิตของทรัมป์จะไม่ปลอดภัย หากนั่ง Air Force One ลำเดิม หรือลำที่กาตาร์มอบให้


🔵 [สภาคองเกรสจี้สอบ VS ทรัมป์แจง "ผมแค่ทำตามสั่ง"]


การปิดเรื่องนี้เป็นความลับนานกว่าหนึ่งเดือน นำไปสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
▪️ สภาคองเกรส: วุฒิสมาชิก ริชาร์ด บลูเมนธัล จากพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้มีการชี้แจงด่วน โดยระบุว่าไม่ได้สนใจแค่ความปลอดภัยของประธานาธิบดี แต่ต้องการรู้ว่ามีมาตรการป้องกันอย่างไรให้กับเจ้าหน้าที่และนักข่าวที่ต้องอยู่บนเครื่องบินที่ถูกมองว่าอันตรายเกินไปสำหรับผู้นำ
▪️ สมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว: ออกมาร้องเรียนให้รัฐบาลร่วมมือเพื่อกำหนดแนวทางรับมือสถานการณ์ความปลอดภัยที่ไม่ปกติในอนาคต

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ณ ลานจอดเครื่องบิน Joint Base Andrews โดยระบุว่า ปฏิบัติการนี้เป็นคำสั่งของหน่วยอารักขาประธานาธิบดี (Secret Service) และเขาเพียงแค่ทำตามคำแนะนำเท่านั้น

ทรัมป์ยังอ้างว่า ภัยคุกคามที่มีต่อตัวเขานั้น รุนแรงกว่าผู้คนที่อยู่บนเครื่องบินลำเดิม
"เครื่องบินลำที่ผมนั่งมามีความเสี่ยงสูงกว่า เพราะผมคิดว่านั่นน่าจะเป็นเครื่องบินที่พวกเขาหมายตาจะเล่นงานมากกว่า... ประธานาธิบดีที่มีบทบาทสำคัญ ย่อมต้องเผชิญกับภัยคุกคามมากมาย ส่วนประธานาธิบดีที่ไม่มีบทบาทสำคัญ ก็จะไม่ถูกข่มขู่คุกคาม และผมคิดว่าผมอาจจะเป็นประธานาธิบดีที่มีบทบาทสำคัญที่สุด" ทรัมป์กล่าว
 


🔵 [คำถามเชิงจริยธรรมของผู้นำ]


เหตุการณ์สลับเครื่องบินครั้งนี้ กลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องจริยธรรมการบริหารจัดการวิกฤต เมื่อความปลอดภัยของผู้นำสูงสุด ต้องแลกกับการปล่อยให้เจ้าหน้าที่และนักข่าวคนอื่นๆ เดินทางอยู่บนเครื่องบินล่อเป้า โดยที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้รับรู้ถึงความเสี่ยงนั้นเลย

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? มองว่าเป็น "ความจำเป็นทางยุทธวิธี" ในการปกป้องผู้นำประเทศ หรือเป็นการ "ละเลยความปลอดภัย" ของทีมงานและสื่อมวลชน?

ข่าวล่าสุด