ไขข้อข้องใจกฎหมายปืน ยิงโจรเข้าบ้านแบบไหนไม่ผิด!
13 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

โฆษก ตร. เคลียร์ชัดกฎหมายปืน ไขปมยิงโจรเข้าบ้านแบบไหนเข้าข่ายมีความผิด แช่แข็งใบ ป.12 ไร้ผู้มีใบอนุญาตพกพา ย้ำนักกีฬาต้องใส่กล่องแยกลูกชัดเจน
ข่าว
13 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

โฆษก ตร. เคลียร์ชัดกฎหมายปืน ไขปมยิงโจรเข้าบ้านแบบไหนเข้าข่ายมีความผิด แช่แข็งใบ ป.12 ไร้ผู้มีใบอนุญาตพกพา ย้ำนักกีฬาต้องใส่กล่องแยกลูกชัดเจน
KEY
POINTS
13 สิงหาคม 2569 ไขข้อข้องใจกฎหมายอาวุธปืน! โฆษก ตร. เคลียร์ชัดกรณี "ยิงโจรเข้าบ้าน" สมควรแก่เหตุหรือเกินกว่าเหตุ พร้อมกางใบอนุญาต ป.1-ป.12 ยันนโยบายรัฐบาลสั่งงดออกใบพกพา ปัจจุบันไม่มีใครมีใบ ป.12 ในไทย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ข้อมูลผ่านรายการ "เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand" เกี่ยวกับกรณีการยิงโจรเข้าบ้าน หรือผู้บุกรุกบ้านว่า หลักทั่วไป เมื่อมีบุคคลถูกยิงถึงแก่ความตาย จะถือว่ามีเหตุอันเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาแล้ว ดังนั้น ตำรวจจะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่า เหตุการณ์เป็นอย่างไร
ส่วนการที่จะดูว่ามีผู้บุกรุกมาในบ้านเรา สามารถยิงได้เลยไหม อันนี้ต้องดูรายละเอียด ซึ่งกฎหมายรับรองสิทธิ์ประชาชนในการป้องกันตนเอง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 แต่ระบุว่าต้องเป็นภยันตราย หลักง่ายๆ ไม่ใช่ว่าคนร้ายเข้าบ้านจะยิงได้ทุกกรณี ในทางกลับกันก็ไม่ใช่ว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาในบ้านแล้วเรายิงต้องผิดทุกกรณีด้วย ฉะนั้นต้องดูพฤติการณ์ระหว่างเกิดเหตุเป็นกรณีไป ว่าสมควรแก่เหตุ เกินกว่าเหตุหรือไม่
ส่วนกรอบดุลยพินิจว่า การกระทำสมควรแก่เหตุ เกินกว่าเหตุหรือไม่ นั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า เราใช้หลักทั่วไป คือ ดูแนวคำพิพากษาศาลฎีกา กรณีเข้ามาในบ้านแล้วจะยิงได้เลยหรือไม่ เราต้องดูพฤติการณ์อื่นประกอบ เช่น เข้ามาตอนกลางคืนส่งเสียงเรียกแล้วไม่ตอบ หรือบุกจู่โจมเข้ามาแล้วเจ้าของบ้านยิงไปเพียง 1 นัด เพื่อระงับยับยั้ง พอผู้บุกรุกล้มลงไม่ได้ยิงซ้ำ หรือผู้บุกรุกวิ่งหนีไป ไม่ได้ยิงไล่ตาม แบบนี้มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาว่า เป็นการป้องกันตัวไม่เกินกว่าเหตุ ตามมาตรา 68
กับกรณีที่คนร้ายปีนอยู่บนรั้วแล้วยิงไปถูกคอ เสียชีวิต ก็มีคำพิพากษาศาลฎีกา ระบุว่า แบบนี้ทำเกินกว่าเหตุ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ใบ ป.2 จะเกี่ยวข้องกับการค้าปืนเป็นหลัก สัมพันธ์กับใบ ป.3 ซึ่งผู้ที่จะซื้อหรือรับโอนต้องมีใบ ป.3 จากนั้นต้องไปขอใบ ป.4 ที่อนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน แต่ใบ ป.4 ไม่ได้อนุญาตให้พกพาอาวุธปืน ซึ่งหากจะพกพาอาวุธปืนได้ จะต้องขอใบอนุญาต ป.12 ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายไม่อนุญาตแล้ว ปัจจุบัน ไม่มีผู้มีใบ ป.12 อนุญาตพกพาปืนแล้ว
เมื่อถามถึง การขอใบอนุญาต ป.2 , ป.5 ซึ่งเกี่ยวกับร้านค้าอาวุธปืน มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนหรือไม่ หรือสามารถขอได้ตลอด พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ตามกฎหมายไม่ได้จำกัดจำนวนร้านค้าปืน แต่ผู้ที่จะทำการค้าจะต้องไปขอใบอนุญาตกับกระทรวงมหาดไทย ส่วนจะอนุญาตหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข หลักเกณฑ์ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยกำหนด
ใบ ป.3 ใบซื้อหรือใบรับโอน มีข้อจำกัดจำนวนหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ กรณีก็ไม่มีข้อจำกัดเช่นเดียวกัน ประชาชนสามารถไปขอใบอนุญาตได้ หากเข้าเงื่อนไข และหลักเกณฑ์ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
ใบ ป.4 ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนหรือเครื่องกระสุน ขอครั้งเดียวไม่ต้องขออนุญาต
.
ใบ ป.12 ใบพกพาอาวุธ ต้องต่อปีต่อปี แต่มีการระงับการต่อใบอนุญาตนี้ตั้งแต่ปี 2566 ดังนั้นวันนี้ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถพกปืนได้
นักกีฬายิงปืน จะพกพาปืนได้อย่างไร?
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ในกฎหมายบอกว่า ห้ามพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ถืออาวุธปืนติดตัว (แต่เมื่อใบพกพาอาวุธไม่สามารถต่ออายุได้ ก็ยังมีอีกข้อคือ) เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วน ตามสมควรแก่พฤติการณ์ ซึ่งกรณีนักกีฬาที่จำเป็นต้องมีการซ้อม การพกพาอาวุธไปก็ต้องในกล่อง มีการแยกลูกให้ชัดเจน
รปภ.ที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้ และต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในสถานที่ที่มีทรัพย์สินจำนวนมาก และมักเกิดเหตุ เช่น ธนาคาร ร้านทอง ก็เข้าเหตุจำเป็นเร่งด่วน เช่น เจ้าหน้าที่บริษัทรับขนเงินให้กับธนาคาร แต่ต้องมีใบอนุญาต แต่ปัจจุบัน ใบ ป.12 เกี่ยวกับการพกพาอาวุธ ไม่มีแล้ว ก็ต้องดูพฤติการณ์ ในความจำเป็นเร่งด่วน สมควรแก่กรณีไป
นับจากวันนี้เป็นต้นไป ตำรวจจะตั้งด่านตรวจอาวุธปืนถี่ขึ้นหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า เป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในการลดความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุในที่สาธารณะ ก็จะมีการเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งการตั้งจุดตรวจค้น สกัดกั้นอาวุธปืนผิดกฎหมายที่ผ่านมาก็มีการดำเนินการมาโดยตลอด