BCPG แจง DSI ขอเอกสารซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี ยันไร้ผลกระทบ
18 ก.ย. 2569 | titayu_pur

BCPG ชี้แจงกรณี DSI ขอเอกสารสอบซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9 พันล้านบาท จากเครือข่าย 'เสี่ยตือ คอสโม' ยันพร้อมร่วมมือเต็มที่ ไม่กระทบการดำเนินธุรกิจ
ข่าว
18 ก.ย. 2569 | titayu_pur

BCPG ชี้แจงกรณี DSI ขอเอกสารสอบซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9 พันล้านบาท จากเครือข่าย 'เสี่ยตือ คอสโม' ยันพร้อมร่วมมือเต็มที่ ไม่กระทบการดำเนินธุรกิจ
KEY
POINTS
18 กันยายน 2569 BCPG ชี้แจงกรณี DSI ส่งหนังสือขอเอกสารตรวจสอบการซื้อหุ้น เอเชียลิงค์ เทอมินัล โครงการคลังน้ำมันเพชรบุรี มูลค่า 9,000 ล้านบาท จากเครือข่าย เสี่ยตือคอสโม หลังสงสัยมีการสร้างมูลค่าเกินจริง โดย BCPG ยืนยันพร้อมร่วมมือเต็มที่ การดำเนินงานยังเป็นปกติ และไม่พบผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อฐานะการเงิน
จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำหนังสือถึงบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ให้ส่งมอบเอกสารหลักฐานประกอบการสอบสวนคดีพิเศษกรณีการซื้อขายคลังน้ำมันที่จังหวัดเพชรบุรี ด้วยการซื้อหุ้นของบริษัท เอเชียลิงค์ เทอมินัล จำกัด จากบริษัท แพนเอเชีย สตอเรจ แอนด์ เทอร์มินัล จำกัด บริษัทเครือข่ายของนายสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี หรือ ‘เสี่ยตือ คอสโม’ นักธุรกิจค้าน้ำมันและสถานบริการ ในราคา 9 พันล้านบาท ซึ่งอาจมีการสมคบกันเพื่อสร้างมูลค่าทรัพย์สินที่ซื้อขายให้มีมูลค่าสูงเกินจริง เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับผลประโยชน์จากการซื้อขาย อันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 นั้น
ต่อมา บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า บริษัทฯ ได้รับหนังสือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขอให้จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในโครงการคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อประกอบการสืบสวนสอบสวนของ DSI
ในการนี้ บริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับ DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ในปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปหรือคำวินิจฉัยใดๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายบริหารองค์กรตามหลักธรรมาภิบาล ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียอย่างถูกต้องและเหมาะสม และหากมีพัฒนาการที่มีนัยสำคัญซึ่งเข้าหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูล บริษัทฯ จะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ในปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงเป็นไปตามปกติอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯ ยังไม่พบผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินหรือการดำเนินงานของบริษัทฯ จากเรื่องดังกล่าว