การหายตัวไปจากหน้าสื่อกว่า 48 ชั่วโมงของ มาร์โก รูบิโอ ก่อนจะไปปรากฏตัวด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ด้านหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในเวทีการประชุม G7 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่นี่คือภาพสะท้อนชั้นดีของเกมการเมืองสไตล์วอชิงตัน เมื่อทุกคนรู้ดีว่าข้อตกลงที่ดูสวยหรูบนหน้ากระดาษ อาจซ่อนระเบิดเวลาเอาไว้เบื้องหลัง
🔵 [เมื่อเบอร์สองขอออกหน้ารับ (กระสุน) แทน]
ในขณะที่รูบิโอเลือกใช้วิชาล่องหน รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ กลับทำสถิติเดินสายออกสื่อแทบจะทุกช่องทาง ตั้งแต่ไปนั่งจัดรายการใน Fox News ปะทะคารมในรายการทอล์กโชว์ ไปจนถึงการให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง แวนซ์สวมบทบาทเป็นโฆษกเบอร์หนึ่ง ผูกมัดตัวเองเข้ากับข้อตกลงนี้อย่างแนบแน่น จนสื่อฝ่ายขวาบางสำนักถึงกับตั้งชื่อเล่นให้ข้อตกลงนี้ว่าเป็น "ดีลของ เจดี แวนซ์" ไปเรียบร้อยแล้ว
การออกตัวแรงของแวนซ์เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการถอยฉากของทีมความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าว Axios รายงานอินไซด์ว่า บรรดาตัวตึงในรัฐบาล ทั้งรูบิโอ รัฐมนตรีกลาโหม และผู้อำนวยการ CIA ต่างก็ไม่ได้รู้สึกมั่นใจเลยว่า อิหร่านจะยอมอ่อนข้อให้จริงๆ ดีลที่เร่งรัดกันขึ้นมานี้จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะพังไม่เป็นท่า
🔵 [วิชาล่องหนของรัฐมนตรี: กลยุทธ์ปล่อยเพื่อนรับจบ]
การคำนวณทางการเมืองของรูบิโอนั้นเฉียบขาดและอ่านขาด ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่าข้อตกลงนี้อาจปลดล็อกเงินกองทุนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ให้อิหร่านนำไปฟื้นฟูประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ขัดใจฐานเสียงอนุรักษ์นิยมอย่างรุนแรง รูบิโอรู้ดีว่าหากข้อตกลงนี้มีจุดบอด หรือล้มเหลวในทางปฏิบัติ คนที่ออกหน้ามากที่สุดคือคนที่จะเจ็บหนักที่สุด