เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : ล่องหนหลบเผือกร้อน? ถอดรหัสการเมืองสหรัฐฯ เมื่อ ‘ดีลอิหร่าน’ อาจมีราคาที่ต้องจ่ายแพง

18 มิ.ย. 2569 | NATESAIY

ARTICLE : ล่องหนหลบเผือกร้อน? ถอดรหัสการเมืองสหรัฐฯ เมื่อ ‘ดีลอิหร่าน’ อาจมีราคาที่ต้องจ่ายแพง

ลองนึกภาพตามว่าประเทศมหาอำนาจกำลังจะจรดปากกาเซ็นข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์เพื่อยุติความขัดแย้งกับประเทศคู่ปรับอย่างอิหร่าน ตามหลักการแล้ว คนที่ต้องออกมายืนแถวหน้า คอยตอบคำถามสื่อและรับแสงแฟลช ควรจะเป็น "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ" แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันกลับกลายเป็นความเงียบเชียบระดับที่หลายคนต้องตั้งคำถามว่า รัฐมนตรีต่างประเทศหายไปไหน?

การหายตัวไปจากหน้าสื่อกว่า 48 ชั่วโมงของ มาร์โก รูบิโอ ก่อนจะไปปรากฏตัวด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ด้านหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในเวทีการประชุม G7 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่นี่คือภาพสะท้อนชั้นดีของเกมการเมืองสไตล์วอชิงตัน เมื่อทุกคนรู้ดีว่าข้อตกลงที่ดูสวยหรูบนหน้ากระดาษ อาจซ่อนระเบิดเวลาเอาไว้เบื้องหลัง



🔵 [เมื่อเบอร์สองขอออกหน้ารับ (กระสุน) แทน]

 

ในขณะที่รูบิโอเลือกใช้วิชาล่องหน รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ กลับทำสถิติเดินสายออกสื่อแทบจะทุกช่องทาง ตั้งแต่ไปนั่งจัดรายการใน Fox News ปะทะคารมในรายการทอล์กโชว์ ไปจนถึงการให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง แวนซ์สวมบทบาทเป็นโฆษกเบอร์หนึ่ง ผูกมัดตัวเองเข้ากับข้อตกลงนี้อย่างแนบแน่น จนสื่อฝ่ายขวาบางสำนักถึงกับตั้งชื่อเล่นให้ข้อตกลงนี้ว่าเป็น "ดีลของ เจดี แวนซ์" ไปเรียบร้อยแล้ว

การออกตัวแรงของแวนซ์เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการถอยฉากของทีมความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าว Axios รายงานอินไซด์ว่า บรรดาตัวตึงในรัฐบาล ทั้งรูบิโอ รัฐมนตรีกลาโหม และผู้อำนวยการ CIA ต่างก็ไม่ได้รู้สึกมั่นใจเลยว่า อิหร่านจะยอมอ่อนข้อให้จริงๆ ดีลที่เร่งรัดกันขึ้นมานี้จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะพังไม่เป็นท่า



🔵 [วิชาล่องหนของรัฐมนตรี: กลยุทธ์ปล่อยเพื่อนรับจบ] 

 

การคำนวณทางการเมืองของรูบิโอนั้นเฉียบขาดและอ่านขาด ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่าข้อตกลงนี้อาจปลดล็อกเงินกองทุนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ให้อิหร่านนำไปฟื้นฟูประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ขัดใจฐานเสียงอนุรักษ์นิยมอย่างรุนแรง รูบิโอรู้ดีว่าหากข้อตกลงนี้มีจุดบอด หรือล้มเหลวในทางปฏิบัติ คนที่ออกหน้ามากที่สุดคือคนที่จะเจ็บหนักที่สุด

เมื่อทรัมป์เองยังพยายามรักษาระยะห่างจากประเด็นเงิน 3 แสนล้าน แถมยังโยนความผิดเบาๆ ว่าแวนซ์เป็นคนหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดจนกลายเป็นประเด็น รูบิโอจึงยิ่งได้ข้อสรุปว่า การ "นิ่งเงียบ" คือเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุด เขาปล่อยให้แวนซ์และคนใกล้ชิดทรัมป์อย่าง จาเร็ด คุชเนอร์ ทำหน้าที่ดันดีลนี้ไป โดยที่ตัวเขาไม่ต้องเอาชื่อเสียงทางการทูตไปแขวนไว้บนเส้นด้าย


🔵 [เกมการเมืองที่เดิมพันด้วยเสถียรภาพโลก] 


เหตุผลลึกๆ ที่ดีลนี้ถูกเร่งผลักดัน ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการกดราคาน้ำมันและแก้ปัญหาเงินเฟ้อในประเทศของทรัมป์ แต่บริบทในตะวันออกกลางนั้นซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ได้ด้วยกระดาษแผ่นเดียว ความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียและจุดปะทะอื่นๆ ยังคงคุกรุ่น การเร่งทำข้อตกลงทั้งที่โครงสร้างปัญหายังไม่สะเด็ดน้ำ จึงเป็นสิ่งที่คนทำงานด้านการต่างประเทศมองเห็นถึงความเสี่ยง

การหายตัวไปสองวันเต็มของรูบิโอ แม้สุดท้ายเขาจะต้องกลับมาร่วมเฟรมในงานประชุม G7 ก็ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมืองแล้ว เขาทำสำเร็จในการปล่อยให้ภาพจำของ "ดีลอิหร่าน" ผูกติดอยู่กับ เจดี แวนซ์ อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าในอนาคตข้อตกลงนี้จะกลายเป็นผลงานชิ้นโบแดง หรือกลายเป็นเผือกร้อนที่เผามือคนเซ็น รูบิโอก็ได้สร้างทางหนีทีไล่ให้ตัวเองไว้เรียบร้อยแล้ว

ท่ามกลางหมากกระดานนี้ที่ต่างฝ่ายต่างเดินเกมเพื่อรักษาฐานอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเองอย่างรัดกุม... ในโลกของการเมืองระดับประเทศที่การออกตัวแรงอาจหมายถึงการเดินเหยียบกับระเบิด คุณคิดว่าการเลือกที่จะ "เงียบ" ในช่วงเวลาชี้ชะตา คือกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดที่สุด หรือเป็นเพียงการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในฐานะผู้นำ?

ข่าวล่าสุด