เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: เอลนีโญถล่มไทย! 41 จังหวัดเสี่ยงวิกฤตน้ำอุปโภค 12 จังหวัดกระทบเกษตร ฤดูแล้ง 68/69 น้ำต้นทุนหายไปไหน?

06 พ.ค. 2569

STORY: เอลนีโญถล่มไทย! 41 จังหวัดเสี่ยงวิกฤตน้ำอุปโภค 12 จังหวัดกระทบเกษตร ฤดูแล้ง 68/69 น้ำต้นทุนหายไปไหน?

ถ้าวันหนึ่งเปิดก๊อกแล้วไม่มีน้ำ… คุณพร้อมรับมือแค่ไหน? เมื่อพูดถึง "วิกฤตน้ำ" หลายคนอาจนึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ตัวเลขจากหน่วยงานรัฐชัดเจนแล้วว่า ปัญหานี้กำลังเคาะประตูบ้านเราทุกคน

🔵 [เอลนีโญซ้ำเติม "น้ำต้นทุน" ไทยลดฮวบ]


สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ออกมาประเมินว่า ในฤดูแล้งปี 2568/2569 นี้ ประเทศไทยมีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำครั้งใหญ่ จากผลพวงของปรากฏการณ์ เอลนีโญ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นทุกปี

"น้ำต้นทุน" ซึ่งเปรียบได้กับ "ออมสิน" ของประเทศที่เก็บสะสมน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง กำลังลดลงต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็น ส่งผลให้ตัวเลขพื้นที่เสี่ยงขยายวงกว้างออกไปทั่วทุกภาค

ตัวเลขที่ต้องจำ:
🔴 41 จังหวัด เสี่ยงขาดน้ำเพื่อ อุปโภคบริโภค
🟠 12 จังหวัด เสี่ยงขาดน้ำในภาค เกษตรกรรม
🟡 22 ลุ่มน้ำหลัก เสี่ยงด้าน คุณภาพน้ำ

แล้วถ้าอยู่กรุงเทพฯ จะรอด? คำตอบอาจไม่สบายใจนัก…



🔵 [กทม.ไม่รอด! น้ำเค็มคุกคามฝั่งตะวันออก]


แม้จะอยู่ใจกลางเมืองหลวง แต่พื้นที่ กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก, นนทบุรี และสมุทรปราการ ล้วนอยู่ในบัญชีพื้นที่เฝ้าระวัง เนื่องจากมีความเสี่ยง น้ำเค็มรุกล้ำ เข้าสู่แหล่งน้ำดิบ ซึ่งอาจกระทบโดยตรงต่อการผลิตน้ำประปาที่ชาวเมืองใช้ทุกวัน

นี่ไม่ใช่เรื่องของชาวนาหรือชาวสวนเท่านั้น แต่คือเรื่องของทุกคนที่ใช้น้ำจากก๊อก



🔵 [โลกกำลังล้มละลายด้านน้ำ — UN ส่งสัญญาณเตือน]


ภาพที่ใหญ่กว่านั้น องค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุชัดว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ "ล้มละลายด้านน้ำ" (Global Water Bankruptcy) เพราะมนุษย์ใช้ทรัพยากรน้ำเกินกว่าที่ระบบนิเวศจะรับไหว โดยมีตัวเลขที่น่าตกใจ ดังนี้

  •  แหล่งน้ำบาดาลหลักกว่า 70% ทั่วโลก มีระดับน้ำที่ลดลงอย่างถาวร กระทบประชากรเกือบ 2,000 ล้านคน
  •  พื้นที่ชุ่มน้ำทั่วโลกหายไปแล้ว 4.1 ล้านตารางกิโลเมตร
  •  ธารน้ำแข็งลดลงกว่า 30% นับตั้งแต่ปี 1970
  •  อาหารกว่า 50% ของโลก ผลิตในพื้นที่ที่แหล่งน้ำไม่มั่นคง


ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือสัญญาณเตือนที่ประเทศไทยต้องนำมาคิดต่อ

🔵 [ทางออกมีอยู่ — แต่ต้องเริ่มเดี๋ยวนี้]


สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เสนอว่าการรับมือต้องดำเนินการตาม แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) อย่างเป็นระบบ ใน 4 มิติสำคัญ

บริหารน้ำ — ลดการสูญเสียจากระบบประปาและชลประทาน พัฒนาแหล่งน้ำสำรอง และนำน้ำที่บำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่
ชุมชน — สร้างกลไกบริหารน้ำระดับท้องถิ่น ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดกติกาการใช้น้ำ
เกษตร — ปรับรูปแบบการเพาะปลูก หันมาใช้พืชใช้น้ำน้อยและเทคโนโลยีชลประทานสมัยใหม่
สาธารณสุข — เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ป้องกันโรคที่มากับน้ำเน่าและน้ำเค็ม



TEI ชี้ว่า "วิกฤติน้ำในปัจจุบันสะท้อนข้อจำกัดของทรัพยากรที่ไม่สามารถใช้ได้อย่างไม่จำกัดอีกต่อไป"



🔵 [ไม่ใช่แค่เรื่องรัฐ แต่เป็นเรื่องของทุกคน]


ผลกระทบที่จะตามมานั้นกว้างกว่าที่คิด ทั้งประชาชนที่อาจเข้าถึงน้ำสะอาดได้ยากขึ้น เกษตรกรที่ผลผลิตหดหาย และภาคธุรกิจที่ต้องพึ่งพาน้ำในกระบวนการผลิต ล้วนได้รับผลกระทบพร้อมกัน

ภาครัฐต้องเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาว แต่คนธรรมดาอย่างเราก็ทำอะไรบางอย่างได้ ตั้งแต่วันนี้

วิกฤตน้ำไม่ได้รอใครอนุญาตก่อนถึงจะมา มันกำลังเดินหน้าอยู่แล้ว คำถามที่น่าคิดคือ เราจะเลือกตั้งรับ หรือเลือกปรับตัวให้ทัน?

และถ้าหากชุมชนของคุณเริ่มบริหารจัดการน้ำร่วมกันอย่างจริงจัง… มันจะเปลี่ยนอะไรได้บ้างในชีวิตประจำวันของคุณ?