นักวิชาการชี้ “สายเกินไป” พรรคส้มตลาดวาย งัดไม้เด็ดพลิกเกมผู้ว่าฯ
19 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

นักวิชาการชี้ "ดร.โจ" พรรคประชาชน หวังพลิกเกมเลือกตั้งผู้ว่ากทม. โค้งสุดท้ายยาก เหตุเปิดตัวช้า นโยบายหมัดเด็ดอาจสายเกินไป หลังคะแนนตามหลัง “ชัชชาติ” ในโพล
ข่าว
19 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

นักวิชาการชี้ "ดร.โจ" พรรคประชาชน หวังพลิกเกมเลือกตั้งผู้ว่ากทม. โค้งสุดท้ายยาก เหตุเปิดตัวช้า นโยบายหมัดเด็ดอาจสายเกินไป หลังคะแนนตามหลัง “ชัชชาติ” ในโพล
KEY
POINTS
19 มิถุนายน 2569 โค้งสุดท้ายการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่ากทม ท่ามกลางสารพัดผลโพล ถึงคะแนนความนิยมผู้สมัครแต่ละราย ที่น่าสนใจคือ คู่แข่งคนที่เคยคาดว่าจะเป็นคู่ต่อสู้สำคัญของ “ชัชชาติ” อย่าง ดร.โจ ชัยวัฒน์ จากพรรคประชาชน กลับมีคะแนนนิยมลดดิ่งลง
ดร.เลิศพร อุดมพงษ์ รองผู้อำนวยการ KPI Poll สถาบันพระปกเกล้า ได้ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์การเลือกตั้งผ่าน
รายการเนชั่นวิเคราะห์ว่า การพยายามพลิกเกมช่วงโค้งสุดท้ายในศึก เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ของ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจาก พรรคประชาชน เพื่อหวังไล่กวดคะแนนนิยม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นั้น
"น่าจะสายเกินไปแล้ว" เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลาและการวางยุทธศาสตร์หาเสียงที่เปิดตัวล่าช้าเกินไป
ดร.เลิศพร ระบุว่า แม้แต่ผู้สมัครที่ตามมาเป็นอันดับ 2 ในหลายโพล อย่าง “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน ซึ่งพรรคเพิ่งประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งสนามใหญ่ กวาด สส. ทุกเขตในกรุงเทพมหานครเป็นประวัติศาสตร์มาแล้ว
แต่สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสนามนี้ ดร.เลิศพร มองว่า
พลิกเกมได้ยาก โดยมีสาเหตุจากความผิดพลาดของ ดร.โจ และการวางยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชนเองด้วย
- พรรคประชาชนเสียเปรียบตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากเปิดตัวผู้สมัครช้า และมีระยะเวลาในการแนะนำตัวสั้นเกินไป
- ตัวผู้สมัครไม่ใช่ระดับแนวหน้า คือแม้ ดร.โจ จะเป็นผู้สมัครที่มีคุณภาพระดับกลางค่อนไปทางบน แต่ยังไม่ใช่ระดับแม่เหล็กหรือ “เกรดเอ” ที่ลงสนามแล้วจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นในวงกว้างว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ทันที
- การเมืองท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร ต้องอาศัยการสะสมผลงานและความมุ่งมั่น หากหวังจะชนะในระดับนี้ ตัวผู้สมัครควรจะต้องลงพื้นที่สร้างผลงาน และแสดงความมุ่งมั่นให้คนกรุงเทพมหานครเห็นล่วงหน้ามาเป็นปี ไม่ใช่เพิ่งมาเริ่มในช่วงเลือกตั้ง
- แม้พรรคประชาชนและ ดร.โจ จะเริ่มทบทวนกลยุทธ์โดยการลดการโจมตีคู่แข่งลง และเตรียมงัด “หมัดเด็ดด้านนโยบาย” ออกมาแถลงในช่วง 7 วันสุดท้าย แต่ก็ “ค่อนข้างช้าไปแล้ว”
- ที่สำคัญ ต่อให้นโยบายโค้งสุดท้ายจะดูน่าตื่นตาตื่นใจ หรือ “ว้าว” แค่ไหน แต่คนกรุงเทพมหานครยุคนี้ มีความคิดวิเคราะห์มากขึ้น ฉะนั้นจะไม่เลือกเพียงเพราะความตื่นเต้น แต่จะตั้งคำถามว่าผู้สมัครที่ไม่มีภาพจำเรื่องผลงานมาก่อนจะ “ทำได้จริงหรือไม่” ซึ่งในท้ายที่สุดก็ย้อนกลับไปที่ปัญหาข้อแรก คือเปิดตัวช้าไป และผู้สมัครไม่ใช่ระดับ “แนวหน้า” ที่จะสร้างความมั่นใจว่า “ทำได้จริง” นั่นเอง