แม่ทัพภาค 2 สั่งทุบบันไดปราสาทคนา สกัดกัมพูชารุกล้ำชายแดน
19 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ทหารไทยคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ปราสาทคนา ชายแดนไทยกัมพูชา แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งทำลายบันไดไม้สกัดเขมรรุกล้ำ เกาะติดปมเคลื่อนรถถังลอตใหม่ ย้ำต้องพร้อมรบทุกมิติ
ข่าว
19 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ทหารไทยคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ปราสาทคนา ชายแดนไทยกัมพูชา แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งทำลายบันไดไม้สกัดเขมรรุกล้ำ เกาะติดปมเคลื่อนรถถังลอตใหม่ ย้ำต้องพร้อมรบทุกมิติ
KEY
POINTS
19 มิถุนายน 2569 กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี นำโดย พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์ ได้นำกำลังพลเข้าควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดนไทยกัมพูชา บริเวณโบราณสถาน ปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ อย่างเบ็ดเสร็จหลังเสร็จสิ้นสมรภูมิการสู้รบ พร้อมสั่งทำลายบันไดเชื่อมทางขึ้นของฝ่ายกัมพูชา เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยซ้ำซ้อน ทั้งนี้ กองทัพยังคงเฝ้าตรวจระวัง และติดตามความเคลื่อนไหวทางทหาร หลังมีกระแสข่าวภาพถ่ายดาวเทียมและโซเชียล เผยให้เห็นการเคลื่อนย้าย รถถัง ลอตใหม่ของฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่ล่อแหลมตลอดแนวชายแดน
ที่ปราสาทคนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พล.ท. วีระยุทธ์ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ว่า กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี มีพื้นที่ในความรับผิดชอบกว่า 400 กิโลเมตร ตั้งแต่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ไปจนถึง หลักเขต 28 อ.ละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์
สำหรับปราสาทคนา เป็นโบราณสถานที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน ไล่เรียงมาจาก ปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ รวมไปถึงพื้นที่ภูโคกใหญ่ ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี
ปราสาทคนา เป็นที่หมายแรก ในการยึดพื้นที่เข้าปฏิบัติการทางทหารควบคุมพื้นที่ ตามยุทธการศตวรรษ และมีกำลังพลสละชีวิต 1 นาย และตนได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัววานนี้ เพื่อดูแลความเป็นอยู่
ส่วนบันไดของกัมพูชาที่เป็นทางเชื่อมมาบนปราสาทคนานั้น ที่ผ่านมาทหารไทยได้ทำลายไปแล้ว บางอย่างเราไม่ได้บอกไปทั้งหมด เพราะต้องลับลวงพราง เพราะมันเป็นการปฏิบัติการทางยุทธวิธี แต่เราต้องมีวิธีการตอบโต้ ต่อต้าน
นอกจากนี้ ตนเตรียมตรวจเยี่ยมปราสาทภูโคกใหญ่ ช่องบก ซึ่งมีลักษณะคล้ายปราสาทคนา และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่เราสามารถสร้างถนนไปถึงปราสาท และนำกำลังพลขึ้นไปควบคุมพื้นที่ ซึ่งการสร้างถนน ทางกองทัพบกได้มอบงบประมาณมาส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือเป็นการช่วยเหลือจากประชาชน
แม่ทัพภาคที่ 2 ยังย้ำว่า ปัจจุบันได้ยึดควบคุมพื้นที่เอาไว้ทั้งหมด ตลอดแนว พร้อมทั้งยืนยันว่ากำลังพลทั้งหมดทุกเหล่าทัพ ประชาชนต่างเข้ามามีส่วนร่วมปกป้องพื้นที่ ถือเป็นความภาคภูมิใจในความเป็นไทยของเรา ในขณะที่สื่อมวลชนก็เป็นกระบอกเสียง ได้เห็นถึงความสามัคคีของทุกภาคส่วน รวมถึงการสร้างถนนหนทาง นอกจากเป็นการดำเนินการของเหล่าทัพแล้ว ประชาชนก็ยังได้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติภารกิจทางทหาร นอกจากนี้เรื่องปฏิบัติการสงครามข่าวสาร ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่เราต้องปฏิบัติร่วมกัน เพื่อตอบโต้ต่อต้านข่าวบิดเบือนที่เกิดจากการสื่อสารของฝ่ายตรงข้าม
ตามภาพข่าว เราอาจจะได้เห็นภาพทหารกัมพูชามีการเคลื่อนย้ายรถถัง หรือยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ แต่นัยสำคัญในพื้นที่เราได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ ซึ่งอาวุธยุทโธปกรณ์ทุกชนิดต้องได้รับการฝึก และต้องใช้เวลา ทั้งเรื่องการเตรียมความพร้อมของกำลังพล ซึ่งต้องมีองค์ประกอบครบถ้วน ถึงจะสามารถเคลื่อนย้ายมาได้ เช่น มีถนนลำเลียง และน้ำมันมีเติมหรือไม่
ทั้งนี้ ย้ำว่า เราติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา หากเกิดการปะทะรอบ 3 ทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาค 2 และพื้นที่จันทบุรี-ตราดของกองทัพเรือ ล้วนมีความสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ล่อแหลมทั้งหมด เราต้องรวบรวมข่าวสารเพื่อประเมินสถานการณ์ ในการเตรียมความพร้อม ทั้งด้านกำลังพล ทรัพยากร การฝึก ใครพร้อมกว่า ไวกว่า มีอาวุธมากกว่า ไปถึงที่หมายได้ไวกว่าก็มีโอกาสตอบโต้เอาชนะได้
ส่วนความคืบหน้าการสร้างอ่างเก็บน้ำที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ อยู่ในขั้นตอนของการวางแผนกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการทำงบประมาณเสนอโครงการ ที่จะต้องเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ได้มีการกำชับกำลังพลให้อยู่ในระเบียบวินัย ระมัดระวังเรื่องการตอบโต้หากมีการยั่วยุ ต้องมีการสั่งการและควบคุม แต่ไม่ใช่ห้าม ต้องมีมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม ผู้บังคับหน่วยทุกระดับมีอำนาจในการตัดสินใจ แต่ต้องมีการควบคุม เนื่องจากการยั่วยุบางอย่างอาจจะไม่ใช่ที่จะต้องยิงหรือปะทะ หรือปะทะเลย อาจจะเป็นการไร้ระเบียบวินัยของฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นเราต้องมีวินัยมากกว่า เพราะหากเราปฏิบัติแล้วจะต้องมีผลสำเร็จ และต้องเหนือกว่าคู่ต่อสู้ หากดำเนินการแล้วไม่มีการควบคุม จะทำให้เกิดความเสียหาย
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ ปราสาทคนา เพื่อดูผลการปฏิบัติการทางทหารในช่วงการสู้รบรอบที่ 2 ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยมี พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นำทีมนำตรวจพื้นที่ โดยมีทั้งถ้ำเสบียง จัดเก็บเสบียงของทหารกัมพูชาช่วงการสู้รบ อนุสาวรีย์
ร้อยตรี เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย ทหารกล้าที่เสียชีวิตในสมรภูมิ จากการถูกระดมยิงด้วยจรวดหลายลำกล้อง BM-21 และอาวุธยิงสนับสนุนจำนวนมาก แต่สุดท้ายทหารไทยก็สามารถควบคุมพื้นที่ได้
ส่วนบันไดไม้ ที่เป็นประเด็นดรามา เป็นบันไดที่กัมพูชาใช้เป็นทางหลักในการเดินขึ้นมาปราสาทคนา ปัจจุบันได้ถูกเผาทำลายไปแล้ว
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการลงพื้นที่ปราสาทคนาว่า เป็นการให้กำลังใจทหารในพื้นที่ และเพื่อเป็นการย้ำว่า ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนาย ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มความสามารถในการเฝ้าปกป้องอธิปไตย ไม่ให้มีการรุกล้ำเข้ามาได้
โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ก็ต้องถือว่าเป็นที่สำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่สูง และกัมพูชาเคยรุกล้ำขึ้นมา พร้อมตั้งฐานทหารบริเวณนี้มาสักระยะหนึ่ง ซึ่งในทางทหารพื้นที่สูงถือว่ามีความได้เปรียบ แต่ปัจจุบันพื้นที่ลักษณะนี้ร้อยละ 90 อยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทยทั้งหมด ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนสบายใจ
ส่วนที่กัมพูชาสร้างบันไดขึ้นมาบนปราสาทคนาก่อนหน้านี้ ทางทหารไทยก็ได้ทำลายไปแล้ว และที่ผ่านมาปริมาณงานในพื้นที่ชายแดนมีมาก เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถดูแลชายแดนได้ตลอดเวลาและทั่วถึง ดังนั้นหลังจากนี้ต้องเพิ่มความเข้มข้น เพื่อไม่ให้มีการรุกล้ำเข้ามาอีก
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำว่า ต้องไม่ประมาทต่อสถานการณ์ ดังนั้นการทำงานทุกอย่างอย่างเข้มข้นเหมือนเดิม โดยย้ำความสำคัญกับภารกิจ 3 ด้าน คือ 1.เฝ้าตรวจ เฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมตลอดเวลา 2.การปรับปรุงที่มั่นต่าง ๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ให้เกิดความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาเส้นทางต่าง ๆ ที่ต้องใช้ลาดตระเวนและใช้เพื่อการส่งกำลัง 3.การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และสุดท้ายทุกภารกิจต้องตั้งอยู่บนความปลอดภัยสูงสุด
โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ทหารยังทำงานเหมือนเดิม ซึ่งมีบทบาท 2 ส่วน คือ หน่วยปฏิบัติ และเรื่องของการทูต ซึ่งเป็นแนวทางที่เป็นสากล โดยหากเป็นช่วงเกิดสถานการณ์ก็จะใช้การปฏิบัติทางทหารเป็นหลัก ต่อมาเมื่อเข้าสู่โหมดการทูต ทหารก็ต้องอยู่ในกรอบกติกา ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม