เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION: ผู้เชี่ยวชาญกังวล! เทรนด์ใหม่ “คุยกับ ChatGPT” แทนนักจิตวิทยา

05 ส.ค. 2569 | ปิยวรรณ ประเมษฐะวนิช

OPINION: ผู้เชี่ยวชาญกังวล! เทรนด์ใหม่ “คุยกับ ChatGPT” แทนนักจิตวิทยา

คนเริ่มปรึกษา ChatGPT แทนนักจิตวิทยา จนล่าสุดผู้เชี่ยวชาญเริ่มออกมาเตือน ว่า AI ช่วยรับฟังได้...แต่ไม่สามารถทดแทนการบำบัดได้

พลอยว่ายุคนี้ หลายคนเป็นแบบนี้...อกหัก ทะเลาะกับแฟน เครียดเรื่องงาน หรือกำลังตัดสินใจเรื่องสำคัญ แทนที่จะโทรหาเพื่อน กลับเปิด ChatGPT ขึ้นมาพิมพ์ว่า “ควรทำยังไงดี?”

บทความจาก Euronews ชวนตั้งคำถามได้น่าสนใจมาก เพราะตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาหลายคนเริ่มสังเกตเห็นว่า ผู้คนจำนวนมากกำลังใช้ ChatGPT เป็นพื้นที่ระบายความรู้สึก ขอคำแนะนำเรื่องความรัก ความเครียด หรือแม้แต่ใช้แทนการพูดคุยกับนักจิตวิทยาในบางสถานการณ์

ข้อมูลจาก Harvard Business Review ยังระบุว่า หนึ่งในเหตุผลอันดับต้นๆ ที่คนใช้ Generative AI ในปัจจุบัน ไม่ใช่เพื่อเขียนงานหรือเขียนโค้ด แต่คือ การขอการสนับสนุนทางอารมณ์และการมี “เพื่อนคุย” หรือ Emotional support & companionship

 

  • ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?


นักจิตวิทยาชาวเม็กซิโก อธิบายว่า ChatGPT มีสิ่งที่หลายคนกำลังมองหา นั่นคือ “พร้อมตอบตลอดเวลา” ไม่ว่าจะตีสองหรือบ่ายสาม AI ก็พร้อมรับฟัง ไม่แสดงสีหน้าตัดสิน และตอบกลับแทบจะทันที ความรู้สึกแบบนี้ทำให้หลายคน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมีความวิตกกังวล รู้สึกปลอดภัยที่จะเปิดใจมากขึ้น

ขณะที่นักจิตบำบัดเล่าว่า คนไข้ของเธอบางคนใช้ ChatGPT เพื่อช่วยร่างข้อความก่อนคุยกับคนรัก เตรียมคำพูดสำหรับบทสนทนาที่ยาก หรือช่วยจัดระเบียบความคิดก่อนเข้าพบนักบำบัด

พูดอีกแบบคือ ChatGPT สามารถเป็น “ผู้ช่วย” ได้ในหลายสถานการณ์ แต่คำถามสำคัญคือ...ถ้ามันช่วยได้ แล้วทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงยังเป็นห่วง?

เหตุผลแรกคือ AI มีแนวโน้มที่จะ เห็นอกเห็นใจและตอบรับผู้ใช้มากเกินไป

นักจิตวิทยาอธิบายว่า ในการทำจิตบำบัดจริง นักบำบัดไม่ได้มีหน้าที่แค่ปลอบใจ แต่ยังต้องช่วยตั้งคำถาม ท้าทายความคิดบางอย่าง และชวนผู้รับการบำบัดมองสถานการณ์จากอีกมุมหนึ่ง

ในขณะที่ AI มักพยายามตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและสนับสนุนผู้ใช้ ซึ่งแม้จะทำให้รู้สึกดีในระยะสั้น แต่ก็อาจทำให้บางคนยิ่งเชื่อว่าตัวเองถูกเสมอ หรือมองสถานการณ์ด้านเดียวโดยไม่รู้ตัว

อีกประเด็นที่ทั้งสองผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกัน คือ AI ยังไม่สามารถทดแทน “ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์” ได้เพราะสิ่งที่ช่วยเยียวยาความรู้สึกผิด ความอับอาย หรือความเจ็บปวดทางใจ ไม่ใช่แค่การได้รับคำตอบที่ถูกต้อง แต่คือการได้แบ่งปันความรู้สึกกับมนุษย์อีกคนที่รับฟังและเข้าใจ

ทั้งสองคนก็ไม่ได้บอกว่าไม่ควรใช้ ChatGPT นะคะ ตรงกันข้าม พวกเขามองว่า AI มีประโยชน์มากในการช่วยจัดระเบียบความคิด วางแผนชีวิต จัดการงาน ช่วยฝึกสื่อสาร หรือเป็นที่พึ่งเบื้องต้นสำหรับคนที่ยังเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตไม่ได้

แต่หากความเครียด ความเศร้า หรือความวิตกกังวลเริ่มกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ไม่มีความสุขต่อเนื่อง หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา เพราะการบำบัดที่แท้จริงยังอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้

สุดท้ายแล้ว...ChatGPT อาจเป็นผู้ช่วยที่ดี เป็นพื้นที่ให้เราเรียบเรียงความคิด หรือเป็นเพื่อนคุยในวันที่ต้องการใครสักคนแต่เมื่อหัวใจของเรากำลังเจ็บจริง ๆ บางครั้ง สิ่งที่ช่วยเยียวยาได้ดีที่สุด อาจยังเป็นการมี “มนุษย์อีกคน” นั่งอยู่ตรงหน้า รับฟังเราอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด