ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้(5 ส.ค.69) นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ "กรรมกรข่าวคุยนอกจอ" โดยมี สรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นพิธี และเพจเฟซบุ๊ก "เรื่องเล่าเช้านี้" ได้ลงรายละเอียดว่า
พบรั่ว 3 หน่วยงาน ขณะปิดแล้ว 2 หน่วยงานคือ กรมการปกครอง ที่มีรูปนายกฯ ใส่เสื้อส้ม ซึ่งถูกปิดเร็วมาก และการค้นทะเบียนของกรมขนส่งทางบก ซึ่งเมื่อคืน 4 ทุ่มยังไม่ปิด เพิ่งมาปิดเมื่อเช้า
ส่วน สำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษา ยังไม่ถูกปิด ช่องโหว่ยังใช้งานได้อยู่ กระทบชื่อนักเรียน นักศึกษา ศิษย์เก่า-ปัจจุบัน ข้อมูลการศึกษา กว่า 2.5 ล้านราย
ข้อมูลกรมการปกครองที่หลุด เป็นระบบเก็บข้อมูลการเข้าร่วมจิตอาสา คนที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการ อาจจะมีนักเรียนบ้าง จากข้อมูลที่เห็นมีการระบุว่าข้อมูลนำเข้าปี 62 บ้าง 64 บ้าง จึงเป็นไปได้ว่ามีช่องโหว่ประมาณ 5 ปีแล้ว ไม่แน่ใจว่ามีมิฉชาชีพนำไปใช้ประโยชน์นานแล้วรึยัง แต่ประเมินว่ามันน่าจะรั่วไหลมานานกว่า 5 ปีแล้วของกรมการปกครอง รูปติดบัตรนี้อาจจะเป็นรูปติดจริง แต่อาจจะมีหมดอายุไปบ้างแล้ว เนื่องจากบางข้อมูลเกิน 5 ปี
นายธนารัตน์ เผยว่า ก็หลุดออกมาระดับซีเรียสเลย เพราะน่าจะมีข้อมูลเพียงพอในการตัดต่อเป็นบัตรประชาชนปลอมได้เลย เพราะมีเลขบัตรประชาชน ชื่อนามสกุล ที่อยู่ทะเบียนบ้าน พอมีสำเนาบัตรประชาชน ก็พอจะเดาออกว่าใช้ทำอะไรได้บ้าง รูปที่หลุดรอบนี้ชัดมาก ยิ่งกว่าที่อยู่ในบัตรประชาชนของเราอีก รูปที่อยู่ในชิปทองเหลืองยังไม่ละเอียดเท่ากับที่รั่วไหลรอบนี้เลย
นายธนารัตน์ เผยว่า เพราะเว็บที่ข้อมูลรั่วมันอยู่ภายใต้โดเมนของสำนักทะเบียน กรมการปกครอง จึงเป็นข้อชี้วัดว่าหลุดมาจากใคร ทั้งนี้ไม่รู้ว่าหลุดออกมามากแค่ไหน และประเมินยากว่ามีผู้ได้รับผลกระทบมากแค่ไหน เพราะเป็นฐานข้อมูลจิตอาสา ซึ่งน้องชายได้รับผลกระทบด้วย เช็กกับน้องชายแล้ว
นายธนารัตน์ มองว่า ทั้งคู่ มันเริ่มมาจากระบบไม่ดีพอก่อน ทุกวันนี้ข้อมูลที่รั่วไหลไปซื้อขายในตลาดไม่ได้มีแค่นี้ แต่มีอีกเป็นสิบระบบ ซึ่งตนแจ้งปิดไปแล้ว 5-6 ระบบ ทุกอันที่แจ้งปิดไป ปัญหาเดียวกันคือใช้แค่ชื่อผู้ใช้ + รหัสผ่าน ซึ่งมันไม่เพียงพอ ข้อมูลชุดนี้สำคัญมาก วิธียืนยันตัวเพื่อเข้าสู่ระบบมันควรได้สัดส่วนกัน คือมีความน่าเชื่อถือสูงกว่านี้ ซึ่งใช้แอป ThaiD ได้ เราไม่จำเป็นต้องไปจัดซื้ออะไรแพง ๆ เราใช้แอปนี้ที่กรมการปกครองเป็นคนพัฒนาเอง ในการเข้าสู่ระบบ เพียงเท่านี้ก็ปลอดภัยมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้งบอะไรมากมาย ซึ่งตอนนี้แก้ไขปิดช่องโหว่นั้นไปแล้ว และข้อมูลที่หลุดมีแค่ มท.2 ที่รอด ส่วน มท.อื่นโดนหมด
ส่วนกรณีเลเซอร์ไอดีของพรรคประชาชนอันนี้ตนเล่าได้ เพราะจุดไต้ตำตอ คือตนเป็นคนทำระบบนั้นเอง ยืนยันว่าไม่ได้มีการเก็บข้อมูลเลเซอร์ไอดี ได้มาแล้วก็ทิ้งเลย ไม่ได้ถูกเอาไปใช้ เพราะพัฒนามาตั้งแต่พรรคเก่า
นอกจากนี้มันมีข้อมูลอีกชุดที่แล้วที่เป็นข้อมูลสิทธิ์รักษา อันนั้นเซนซิทีฟมาก เนื่องจากมันมีข้อมูลทะเบียนบ้านด้วย ซึ่งมันทำให้สืบย้อนไปในรุ่นก่อน ๆ ได้ สร้างเป็นแผนภาพครอบครัวได้เลย ซึ่งข้อมูลชุดนี้รั่วออกมามาจาก สปสช. ซึ่ง กมธ.เรียกพบ และให้แก้ไขกันไปแล้ว
นายธนารัตน์ เผยว่าไปยื่นหนังสือเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน แต่ก่อนหน้านั้นรั่วมานานแค่ไหนไม่ทราบเลย แต่ต้องพูดให้ชัดว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก รั่วครั้งแรกประมาณ มี.ค.-เม.ย. อันนั้นก็แก้ไปแล้ว และมารั่วอีก ข้อมูลจากนี้คือพวกบัตรทอง สิทธิข้าราชการ และสิทธิประกันสังคม ซึ่งกระทบทุกคน
ซึ่งพบว่ามีข้อมูลกว่า 67.1 ล้านรายชื่อ (รวมผู้เสียชีวิตไปแล้วด้วย) ที่ตกอยู่ใต้ความเสี่ยงรั่วไหล ส่วนข้อมูลหลุดออกไปหรือยัง ตนเองยังไม่มีข้อบ่งชี้นั้น แต่จากการสอบถามในชั้น กมธ. เลขาฯ สปสช. เผยว่ามีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 7 ราย
นายธนารัตน์ เผยว่า 90 %จากปัญหารั่วไหลเนื่องจากรหัสผ่านเจ้าหน้าที่รั่วไหล คำถามคือมันรั่วได้อย่างไร
คำตอบคือมันมีการปล่อยมัลแวร์ ถ้าเกิดเจ้าหน้าที่ใช้คอมพิวเตอร์อย่างไม่ระวัง อาจจะเสียบแฟลชไดรฟ์ เข้าเว็บไซต์ไม่เหมาะสม โหลดโปรแกรมเถื่อน มันก็จะติดมาได้ และขโมยรหัสผ่านทุกตัวในเครื่องไปรวมอยู่ในที่เดียวกันซึ่งตอนนี้มันมีคนให้บริการตรงนี้อยู่
เมื่อตนรู้แบบนี้จะเอาเว็บไซต์จาก 19 กระทรวง และ 1 สำนักนายกฯ ไปสืบค้นพบว่าไม่มีหน่วยงานไหนรั่ว ซึ่งรหัสรั่วไม่ใช่น้อย พบกระทรวงมหาดไทย รั่วมากกว่า 5 แสนรหัสผ่าน
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก "กรรมกรข่าวคุยนอกจอ" และเพจเฟซบุ๊ก "เรื่องเล่าเช้านี้"
กับเพจเฟซบุ๊ก Thanarat Kuawattanaphan