แม้แนวคิดเรื่อง "ความชื้นสะสม" จะเป็นศาสตร์ของแพทย์แผนจีน แต่หากมองในมุมการแพทย์สมัยใหม่ก็มีส่วนที่สอดคล้องกัน เพราะการดื่มน้ำปริมาณมากในเวลาสั้นๆ อาจทำให้ “ไต” ทำงานหนัก และในบางกรณีอาจทำให้ระดับโซเดียมในเลือดเจือจางจนเกิดภาวะน้ำเกิน หรือ Hyponatremia ได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว
แล้วควรดื่มน้ำยังไงถึงดี?
แพทย์แนะนำหลักง่ายๆ คือ “จิบทีละน้อย ดื่มช้าๆ และเลือกเวลาที่เหมาะสม” แทนที่จะยกขวดดื่มรวดเดียว ลองแบ่งจิบครั้งละเล็กน้อยประมาณ 50-100 มิลลิลิตรต่อชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้อย่างต่อเนื่อง
- หลังตื่นนอน แนะนำให้ดื่มน้ำอุ่นประมาณ 100 มิลลิลิตร เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหาร เติมน้ำให้ร่างกายหลังการนอน และช่วยให้เลือดไม่ข้นจนเกินไป
- ส่วนก่อนนอนประมาณ 1 ชั่วโมง สามารถดื่มน้ำอุ่นเล็กน้อยราว 50 มิลลิลิตร เพื่อรักษาสมดุลน้ำในร่างกายตลอดคืน ไม่ดื่มปริมาณที่มากเกินไปจนรบกวนการนอน
ช่วงหน้าร้อนหรือหลังออกกำลังกาย หลายคนมักรีบดื่มน้ำทีละมากๆ เพราะรู้สึกกระหาย แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ค่อยๆ จิบเป็นระยะ จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำได้ดีกว่า และลดภาระของ “ระบบไหลเวียนโลหิต”
สุดท้ายแล้ว สุขภาพดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า “ดื่มน้ำได้กี่ลิตรต่อวัน” แต่ขึ้นอยู่กับว่า ร่างกายได้รับน้ำอย่างเหมาะสมหรือไม่ เพราะบางครั้ง...การดื่มน้ำอย่างพอดี อาจมีประโยชน์กว่าการฝืนดื่มน้ำจำนวนมากเกินที่ร่างกายเราต้องการ