เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : นโยบายสงครามอิหร่านของทรัมป์: ถล่ม "พิกแอ็กซ์" ทำในสิ่งที่เชื่อ เชื่อในสิ่งที่ทำ

22 ก.ค. 2569 | NATESAIY

ARTICLE :  นโยบายสงครามอิหร่านของทรัมป์: ถล่ม "พิกแอ็กซ์" ทำในสิ่งที่เชื่อ เชื่อในสิ่งที่ทำ

คำขู่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะทิ้งระเบิดถล่ม "ภูเขาพิกแอ็กซ์" หลังจากได้รับข้อมูลข่าวกรองจากอิสราเอลว่า อิหร่านแอบนำเครื่องหมุนเหวี่ยงแยกสารสำหรับโครงการนิวเคลียร์ไปซุกซ่อนไว้ ถือเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า ทรัมป์กำลังลงมือจัดการกับอิหร่านด้วยนโยบายที่ขับเคลื่อนจากความ "เชื่อ" อย่างแท้จริง

การที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ขู่ว่าจะโจมตี "ภูเขาพิกแอ็กซ์" (Pickaxe Mountain) หรือที่รู้จักในภาษาเปอร์เซียว่า คูห์-เอ โกลัง กาซ ลา (Kuh-e Kolang Gaz La) ซึ่งเป็นป้อมปราการลับใต้ดินในเทือกเขาซากรอส โดยระบุว่าเป็นที่ตั้งโครงการนิวเคลียร์และแหล่งซุกซ่อนเครื่องหมุนเหวี่ยงแยกสาร (Centrifuge) รวมถึงแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะนั้น เป็นการตอกย้ำว่า นโยบายสงครามของทรัมป์ต่ออิหร่านมุ่งเน้นไปที่การ "ทำในสิ่งที่เชื่อ และเชื่อในสิ่งที่ทำ"

ผู้จุดชนวนความตึงเครียดระลอกนี้คือ หน่วยข่าวกรองของอิสราเอล ที่ปักใจเชื่อว่าอิหร่านได้เคลื่อนย้ายเครื่องเหวี่ยงแยกสารเพื่อเสริมสมรรถนะยูเรเนียมหลายพันเครื่อง เข้าไปซ่อนในอุโมงค์ลึกภายในภูเขาตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว (2025) เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตามหลังสงคราม 12 วันในเดือนมิถุนายน ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ร่วมกันทำลายสถานที่ตั้งนิวเคลียร์หลัก 3 แห่งของอิหร่าน ข้อมูลข่าวกรองชิ้นนี้ถูกส่งตรงถึงวอชิงตัน สร้างความกังวลอย่างหนักว่าอิหร่านอาจกำลังฟื้นฟูโครงการอาวุธนิวเคลียร์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง


🔵 [อิสราเอลใช้ยุทธวิธี "โน้มน้าวให้เชื่อ" เพื่อขยายแนวรบ]


เมื่อเป้าหมายสงครามของอิสราเอลเริ่มแตกต่างจากสหรัฐฯ มากขึ้นเรื่อยๆ นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู จึงพยายามอย่างหนักในการโน้มน้าวให้ทรัมป์กลับมาเปิดฉากโจมตีอิหร่านแบบเต็มรูปแบบอีกครั้ง เพื่อขัดขวางความพยายามในการฟื้นฟูโครงการอาวุธ ซึ่งดูเหมือนจะได้ผล เมื่อสหรัฐฯ ยกระดับการโจมตีในช่วง 10 วันที่ผ่านมา และทรัมป์เองก็ประกาศกร้าวอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะโจมตีภูเขาพิกแอ็กซ์

🔵 [เจาะลึก "พิกแอ็กซ์" แผนสำรองของโครงการนิวเคลียร์]


"พิกแอ็กซ์" เป็นรหัสเรียกขานที่อิสราเอลและสหรัฐฯ จับตามองมาหลายปีในฐานะบังเกอร์นิวเคลียร์ใต้ดิน สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดอิสฟาฮาน ห่างจากกรุงเตหะราน 225 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์เพียงไม่กี่นาที ด้วยความที่นาทานซ์เป็นศูนย์เสริมสมรรถนะยูเรเนียมใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดและตกเป็นเป้าโจมตีบ่อยครั้ง อิหร่านจึงจำเป็นต้องสร้างพิกแอ็กซ์ขึ้นมาเป็น "Plan B" เผื่อกรณีที่โรงงานหลักถูกทำลาย

ความน่าเกรงขามของพิกแอ็กซ์คือโครงสร้างที่ฝังลึกอยู่ใต้ชั้นหินแกรนิตแข็งถึง 300 - 450 ฟุต (90-137 เมตร) มีอุโมงค์ 2 ช่องพร้อมทางเข้าที่ถูกออกแบบมาให้แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ครอบคลุมพื้นที่ภายในกว่า 5,000 ตารางเมตร ซึ่งกว้างขวางพอที่จะเก็บเครื่องหมุนเหวี่ยงและสร้างห้องปฏิบัติการได้หลายห้อง การก่อสร้างเริ่มต้นขึ้นในปี 2020 หลังนาทานซ์ถูกโจมตีวินาศกรรม และต่อมาในปี 2021 อิหร่านได้แจ้งต่อทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ว่าจะดำเนินกิจกรรมนิวเคลียร์ที่นี่ แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเชิงลึก

ที่น่าสนใจคือ ในช่วงสงคราม 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 นาทานซ์ถูกสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดอย่างหนัก แต่พิกแอ็กซ์กลับรอดพ้นการโจมตีมาได้ จนกระทั่งอิสราเอลออกมาอ้างในฤดูใบไม้ร่วงปีเดียวกันว่า มีการย้ายเครื่องหมุนเหวี่ยงมาซ่อนไว้ที่นี่ และบานปลายกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกเมื่อทรัมป์ขู่โจมตีในเดือนกรกฎาคม 2026

🔵 [ความกังวลที่ทำให้สหรัฐฯ และอิสราเอลนั่งไม่ติด]


สาเหตุหลักที่ทำให้พันธมิตรตะวันตกต้องกังวล คือความลึกระดับ 300 ฟุตของอุโมงค์ ที่ทำให้เชื่อกันว่าแม้แต่ระเบิดอานุภาพทะลวงลึกอย่าง "Bunker-Buster" ก็อาจเจาะเข้าไปไม่ถึง และอาจถึงขั้นต้องใช้หน่วยทหารราบเข้าไปวางระเบิดทำลายด้วยตัวเอง หากอิหร่านสามารถซ่อนเครื่องหมุนเหวี่ยงไว้ได้สำเร็จ พวกเขาก็จะสามารถเดินหน้าเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมได้แม้อาคารผลิตแห่งอื่นจะพังทลายลง

นอกจากนี้ ยังมีความหวาดระแวงว่า อิหร่านอาจซุกซ่อนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 60% ปริมาณเกือบ 450 กิโลกรัม (ซึ่งใกล้เคียงกับเกรดที่ใช้ทำอาวุธ) ไว้ในบังเกอร์แห่งนี้ สอดคล้องกับภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2026 ที่เผยให้เห็นความเคลื่อนไหวของรถบรรทุกเข้าออกอุโมงค์ฝั่งตะวันตกอย่างต่อเนื่องตลอด 15 เดือนที่ผ่านมา แม้จะมีการถมดินปิดทางเข้าด้านตะวันออกบางส่วน แต่กิจกรรมการก่อสร้างก็ยังคงดำเนินอยู่

ท่ามกลางข้อมูลข่าวกรอง ฝั่งอิหร่านยังคงยืนกรานว่าสถานที่แห่งนี้ใช้เพื่อ "ประกอบเครื่องหมุนเหวี่ยง" สำหรับโครงการสันติวิธี ไม่ใช่โรงงานเสริมสมรรถนะ ขณะที่อิสราเอลโต้แย้งว่าเป็น "ไซต์ลับ" สำหรับเตรียมฟื้นฟูโครงการนิวเคลียร์



🔵 [ท่าทีของวอชิงตัน และความกังวลของผู้เชี่ยวชาญ]


โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการวิทยุสายอนุรักษ์นิยมเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม โดยระบุชัดเจนเป็นครั้งแรกว่า พิกแอ็กซ์เป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้สำหรับการโจมตีครั้งใหญ่ ก่อนที่ในวันที่ 21 กรกฎาคม เขาจะย้ำกับสื่อมวลชนอีกครั้งว่า "เรารับทราบรายงานเรื่องการขนย้ายเครื่องหมุนเหวี่ยงแล้ว... เราติดตามวัสดุนิวเคลียร์ นั่นคือจุดสำคัญของเรื่องนี้ เราจะโจมตีพื้นที่นั้นในเร็วๆ นี้อย่างหนักหน่วงและแน่นอน"
.
ด้านสถาบันวิทยาศาสตร์และความมั่นคงระหว่างประเทศ (ISIS) องค์กรคลังสมองด้านการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ออกมายืนยันว่าพบกิจกรรมอย่างต่อเนื่องที่พิกแอ็กซ์ ทั้งการเสริมความแข็งแรงของอุโมงค์ การสร้างแนวป้องกัน และการกลับมาใช้งานเครือข่ายอุโมงค์เก่าปี 2007 ที่เคยถูกปิดตายไปแล้ว เดวิด อัลไบรท์ ประธานสถาบันฯ ประเมินว่า พื้นที่แห่งนี้กว้างและลึกพอที่จะรองรับโรงงานนิวเคลียร์ย่อยๆ ได้สบาย
.
ขณะที่ เนต สวอนสัน อดีตผู้อำนวยการฝ่ายกิจการอิหร่านประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ในยุคไบเดน เตือนว่า ประวัติการลักลอบทำกิจกรรมลับของอิหร่านทำให้ทุกความเคลื่อนไหวใต้ดินเป็นเรื่องน่ากังวล "สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคือ การที่อิหร่านแอบเร่งพัฒนาศักยภาพนิวเคลียร์จนถึงจุดที่สามารถผลิตอาวุธได้ในเวลาอันสั้น (Breakout) โดยไม่มีใครล่วงรู้ การที่เราไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบสถานที่แห่งนี้ได้ ยิ่งสะท้อนความจำเป็นที่ต้องให้ IAEA เข้าไปจัดการ"
.
ทั้งนี้ เครื่องเหวี่ยงแยกสารคือหัวใจสำคัญในการเพิ่มความเข้มข้นของไอโซโทปยูเรเนียม-235 (U-235) ซึ่งสามารถใช้เป็นทั้งเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้าและอาวุธมหาประลัย แม้อิหร่านจะปฏิเสธการสร้างอาวุธ แต่ปัจจุบันพวกเขากลับมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 60% ตุนไว้ถึง 1,000 ปอนด์ ซึ่งถือเป็นเส้นตายที่อันตรายอย่างยิ่ง

 


🔵 [อิหร่านขู่กลับ: พร้อมเปิดฉากสงครามภูมิภาค]


คำขู่ของทรัมป์ทำให้อิหร่านออกมาตอบโต้อย่างดุดัน ศูนย์บัญชาการสูงสุด คาตัม อัล-อันบิยา (Khatam Al-Anbiya) ออกแถลงการณ์เตือนว่า หากสหรัฐฯ หรือผู้รุกรานตัดสินใจโจมตีพิกแอ็กซ์ จะถือเป็นการประกาศสงครามขยายความขัดแย้งไปทั่วทั้งภูมิภาคทันที



"ทรัพย์สินทั้งหมดของอเมริกา ตลอดจนพันธมิตรและผู้สนับสนุน จะถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงโดยกองกำลังแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน" แถลงการณ์ระบุ ซึ่งที่ผ่านมา กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเอาจริง ผ่านการส่งโดรนพลีชีพและขีปนาวุธถล่มเป้าหมายของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำลายระบบเรดาร์ในคูเวต รวมถึงการโจมตีฐานที่มั่นในบาห์เรนและจอร์แดน

 


ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้สร้างความสูญเสียมหาศาลให้กับสหรัฐฯ โดยต้องละลายงบประมาณไปแล้วกว่า 37,500 ล้านดอลลาร์ (ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าตัวเลขจริงสูงกว่านี้มาก) 

ขณะเดียวกัน ทหารอเมริกันต้องสังเวยชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 17 นาย และบาดเจ็บอีกกว่า 420 นาย จากยุทธวิธีโดรนพลีชีพของ IRGC โดยเฉพาะการโจมตีฐานทัพอากาศในจอร์แดนและอิรัก ซึ่งบีบให้กองทัพสหรัฐฯ ต้องตอบโต้กลับด้วยการทิ้งระเบิดใส่อิหร่านอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน


📌 บทสรุป 


นโยบาย "ทำในสิ่งที่เชื่อ" ของ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังผลักดันให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเดินมาถึงทางสองแพร่ง การขู่ถล่มภูเขา "พิกแอ็กซ์" ที่ซ่อนความลับนิวเคลียร์ไว้ใต้หินแกรนิตหนา 300 ฟุต ไม่ใช่แค่การโจมตีทางยุทธวิธี แต่คือการเดิมพันด้วยงบประมาณมหาศาลและชีวิตทหารอเมริกัน ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า ข้อมูลข่าวกรองของอิสราเอลที่ทรัมป์ "เชื่อ" นั้น แม่นยำพอที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการเปิดหน้าชกกับอิหร่านจนลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาคหรือไม่?

ข่าวล่าสุด