แต่ถ้าอยากแม่นขึ้น โดยเฉพาะคนที่ใส่นาฬิกาวัดหัวใจ ให้ดูจากอัตราการเต้นหัวใจได้ค่ะ โดยทั่วไปกิจกรรมระดับปานกลางจะอยู่ที่ประมาณ 50–70% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ส่วนกิจกรรมหนักจะอยู่ที่ประมาณ 70–85% ตามเกณฑ์ของ American Heart Association สูตรคร่าวๆ คือ อัตราการเต้นหัวใจสูงสุด 220 ลบอายุจริงของเรา.
เช่น ถ้าอายุ 40 ปี อัตราการเต้นหัวใจสูงสุดโดยประมาณ 180 ครั้งต่อนาที ช่วงเดินเร็วแบบพอดี ประมาณ 50–70% ก็คือประมาณ 90–126 ครั้งต่อนาทีนั่นเอง
ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ย ไม่ใช่กฎตายตัวนะคะ เพราะแต่ละคนมีระดับความฟิตต่างกัน คนที่ออกกำลังกายประจำ หัวใจอาจเต้นไม่สูงมากแต่ยังได้ความเข้มข้นเพียงพอ ส่วนคนที่เพิ่งเริ่มเดิน อาจหัวใจขึ้นเร็วกว่าได้
แต่สำหรับคนมีโรคหัวใจ ความดันสูง เบาหวาน ผู้สูงอายุ หรือคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน ควรเริ่มจากเบาก่อน แล้วค่อยเพิ่มความเร็ว และถ้ามีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ก่อนค่ะ
เหตุผลที่การเดินเร็วให้ประโยชน์มากกว่า เพราะช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ปอด ระบบไหลเวียนเลือด และการเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าการเดินแบบสบายๆ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคเรื้อรังอีกหลายชนิดที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลก
และการออกกำลังกายรูปแบบนี้แทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย! ไม่ต้องเสียค่าสมาชิกฟิตเนส ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ราคาแพง และไม่ต้องมีเวลาว่างเป็นชั่วโมง บางทีแค่เปลี่ยนจากการเดินเอื่อยๆ เป็นเดินให้กระฉับกระเฉงขึ้น ระหว่างไปทำงาน ไปซื้อกาแฟ หรือเดินกลับบ้าน ก็อาจเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต