🔵 [ตลาดมืดค้าทารก: ความจนบังคับ หรือตั้งใจขาย?]
การเติบโตของตลาดค้าทารก (พุ่งขึ้นเกือบ 3 เท่าในรอบ 4 ปี) มีรากฐานมาจากปัญหาเศรษฐกิจ พ่อแม่บางคนถูกหลอก แต่บางคนก็ "เต็มใจขาย" เพราะความยากจน
จุดเริ่มต้นของการทลายเครือข่ายนี้ มาจากคดีของ ดานี ฮิดายัต ชายที่ล้มละลายและไม่มีเงินทำคลอดลูกคนที่ 5 เขาตกลงยกลูกให้หญิงนายหน้าผ่านเฟซบุ๊กเพื่อแลกกับเงิน 7 ล้านรูเปียห์ (ราว 13,000 บาท) เพื่อนำไปเป็นค่ารักษาพยาบาลภรรยา
ฮิดายัตได้รับเงินก้อนแรกมา 5 ล้านรูเปียห์ แต่เมื่อทวงเงินงวดที่สองไม่สำเร็จ เขาจึงตัดสินใจไปแจ้งความตำรวจโดยแต่งเรื่องว่า "ลูกถูกลักพาตัว"
เมื่อตำรวจเข้าจับกุมหญิงนายหน้าคู่กรณี และทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของเธอ พบความจริงที่ชวนช็อก เพราะเธอได้ส่งข้อความติดต่อซื้อขายทารกกับเครือข่ายค้ามนุษย์อีกหลายสิบรายการ ทั้งยังพบเส้นทางการเงินและรูปถ่ายของเด็กทารกที่เตรียมถูกส่งตัวข้ามชาติไปยังสิงคโปร์อีกหลายเคส ข้อมูลในโทรศัพท์เครื่องนี้เองที่กลายเป็น "จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ" ที่สาวไปถึงตัว หลี่ ซิ่ว หลวน และนำไปสู่การทลายเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติในที่สุด
📌 [รอยรั่วของระบบ แล้วชะตากรรมของเด็กจะเป็นอย่างไร?]
ปัจจุบัน กระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัว (MSF) ของสิงคโปร์ ระบุว่ากำลังทบทวนกระบวนการทำงานใหม่ แต่ก็แย้งว่าหน่วยงานจัดหาเด็ก (เอเจนซี่) และพ่อแม่บุญธรรมเอง ก็ต้องมีหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใสของที่มาเด็กด้วยเช่นกัน
สำหรับเดวิด แอลลี และพ่อแม่บุญธรรมอีกหลายครอบครัว พวกเขากำลังเผชิญกับความทุกข์ทรมานใจอย่างแสนสาหัส เพราะทางการสิงคโปร์และอินโดนีเซียยังไม่ได้ข้อสรุปว่า ทารกบริสุทธิ์เหล่านี้จะได้อยู่กับพ่อแม่บุญธรรมที่มอบความรักให้พวกเขาต่อไป หรือจะต้องถูกส่งตัวกลับไปสู่อ้อมอกของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด (ที่บางรายอาจเป็นคนขายพวกเขามาเอง)
ท้ายที่สุดแล้ว คุณคิดว่าใครควรเป็นผู้รับผิดชอบหลักต่อรอยรั่วทางกฎหมายนี้? และเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก... พวกเขาควรได้เติบโตในครอบครัวบุญธรรมที่สิงคโปร์ หรือถูกส่งกลับไปยังอินโดนีเซีย?