เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : ทำได้จริง? แผนแก้แค้น “ทรัมป์” หาก “อิหร่าน” ลอบสังหาร

12 ก.ค. 2569 | กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ

OPINION : ทำได้จริง? แผนแก้แค้น “ทรัมป์” หาก “อิหร่าน” ลอบสังหาร

สัปดาห์ที่ผ่านมาสถานการณ์ในอิหร่านพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อสหรัฐฯ กลับมาโจมตีรอบใหม่ โดยอ้างเหตุที่อิหร่านยังไม่หยุดโจมตีเรือพาณิชย์ หากนับจนถึงวันนี้สหรัฐฯ ได้โจมตีอิหร่านแล้วถึง 3 ครั้งในรอบ 7 วัน ในขณะที่อิหร่านก็โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศใกล้เคียงในตะวันออกกลางเพื่อตอบโต้ พร้อมประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งและยังคงเตือนเรือพาณิชย์ที่ใช้เส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาตว่าจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับเรือเหล่านั้น

จริงอยู่ที่หลายคนอาจรู้สึกว่ารบกันแล้วเดี๋ยวก็กลับมาคุยกันใหม่เหมือนกับการโจมตีช่วงปลายเดือนมิถุนายน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็อ้างว่าอิหร่านได้ติดต่อมาแล้วและสหรัฐฯ ก็พร้อมเดินหน้าเจรจาต่อไป แต่ครั้งนี้ทรัมป์ย้ำว่าการหยุดยิงได้สิ้นสุดลงแล้ว และที่สำคัญยังเปิดเผยแผนแก้แค้นหากถูกอิหร่านลอบสังหารด้วย

 

🔵 [แรงแค้นของอิหร่าน]
 

การโจมตีของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในขณะที่ชาวอิหร่านทั้งประเทศกำลังออกมาร่วมพิธีศพของอยาตอลเลาะห์อาลี คาเมเนอี ซึ่งเพิ่งสิ้นสุดลงไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาด้วยพิธีฝังที่เมืองมัชฮัดบ้านเกิด เสียงร่ำไห้ของประชาชนปะปนไปกับเสียงสาบแช่งให้ทรัมป์และสหรัฐฯ มีอันเป็นไป ให้สมกับที่สังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

 

ตลอดพิธีเกือบ 1 สัปดาห์ ลูกชายของคาเมเนอี 4 คนมาปรากฏตัวเกือบครบทั้งหมด เว้นเพียงแต่ “โมจตาบา” ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบัน ด้วยเหตุผลที่อาจเกี่ยวข้องกับทั้งอาการบาดเจ็บและความปลอดภัย อย่างไรก็ตามโมจตาบาได้ส่งสารล่าสุด ให้คำมั่นว่าจะล้างแค้นสหรัฐฯ กับอิสราเอลแทนผู้เป็นบิดา โดยอิหร่านได้จัดทำรายชื่อบุคคลที่ตกเป็นเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว

🔵 [“ทรัมป์” หวั่นลอบสังหาร]

 

ทรัมป์เป็นคนดวงแข็งที่ผ่านความพยายามลอบสังหารมาแล้วหลายครั้ง ในการประชุมสุดยอดผู้นำนาโตที่ประเทศตุรกีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีเรื่องน่าประหลาดใจเกิดขึ้น เมื่อทรัมป์ต้องเปลี่ยนเครื่องบินประจำตำแหน่ง “แอร์ฟอร์ซวัน” แบบกะทันหัน จากลำใหม่ที่ได้รับเป็นของขวัญจากกาตาร์ กลายเป็นลำเก่าสีฟ้าที่คนทั้งโลกคุ้นตา โดยไปสลับเครื่องอีกรอบที่ฐานทัพในอังกฤษ ตอกย้ำกระแสข่าวที่ว่าเครื่องบินลำใหม่ยังไม่ปลอดภัยเท่าลำเดิม

 

การเปลี่ยนเครื่องบินของทรัมป์มาพร้อมกับรายงานข่าวว่า หน่วยข่าวกรองอิสราเอลได้เตือนไปยังสหรัฐฯ ถึงแผนของอิหร่านที่ต้องการลอบสังหารทรัมป์ แม้ฝ่ายความมั่นคงในสหรัฐฯ จะไม่ได้ปักใจเชื่อแบบ 100% เพราะทราบดีว่าอิสราเอลไม่ต้องการให้สหรัฐฯ ดีลกับอิหร่านอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนทรัมป์จะให้น้ำหนักกับข่าวกรองดังกล่าว สังเกตได้จากการให้สัมภาษณ์ว่า “ผมเป็นเบอร์หนึ่งในลิสต์ปลิดชีพของอิหร่าน แต่ผมก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ”

 

🔵 [แผนล่วงหน้าของ “ทรัมป์”]

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นทรัมป์พยายามที่จะสยบข่าวนี้ด้วยการออกมาให้สัมภาษณ์กับเดอะนิวยอร์กโพสต์ว่า อิสราเอลไม่ได้มีอะไรใหม่เลย เพราะเขาอยู่ในรายชื่อเป้าหมายสังหารอันดับหนึ่งของอิหร่านมานานแล้ว

คำให้สัมภาษณ์ของทรัมป์ไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด เพราะอิหร่านเคยประกาศตั้งเป้าสังหารทรัมป์มาตั้งแต่ปี 2563 หลังสหรัฐฯ ส่งโดรนสังหารนายพลกัสเซ็ม โซไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์แห่ง IRGC ขณะที่เมื่อ 2 ปีที่แล้วสมัยที่ทรัมป์ยังเป็นผู้สมัครชิงประธานาธิบดีสมัยที่ 2 หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ก็พบหลักฐานว่าอิหร่านกำลังวางแผนลอบสังหารเขา ยังไม่นับอีกคดีเมื่อปลายปีที่แล้วที่สายลับอิหร่านจ้างชาวนิวยอร์ก 2 รายที่เขาเจอในคุกเพื่อฟอร์มทีมปลิดชีพทรัมป์เช่นกัน

 

เมื่อวานนี้ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ถึงแผนเอาคืนอิหร่านหากเขาถูกลอบสังหาร โดยประกาศล่วงหน้าไปยังอิหร่านเลยว่า ขีปนาวุธ 1,000 ลูก ถูกล็อกเป้าและเตรียมพร้อมยิงไปยังอิหร่านแล้ว และจะมีอีกหลายพันลูกตามไปในทันที หากรัฐบาลอิหร่านลงมือตามคำขู่ที่ประกาศไว้ว่าจะลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ มีความพร้อมและมีความสามารถทำลายล้างทุกพื้นที่ของอิหร่านให้สิ้นซากในกรอบเวลา 1 ปี

 

🔵 [แผน “ทรัมป์” ทำไม่ได้จริง?]

 

แม้ทรัมป์จะสั่งการไว้อย่างไร แต่หากเขาถูกลอบสังหารจริง ผู้ที่จะมีหน้าที่ตัดสินใจในขั้นสุดท้ายตามบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 25 และกฎหมายว่าด้วยการสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2490 ก็คือ “รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์” ที่อาจจะไม่เลือกทำตามแผนที่ทรัมป์วางเอาไว้ก็เป็นได้

 

ในอดีตสหรัฐฯ มีแผนฉุกเฉินเพื่อรักษาความต่อเนื่องของรัฐบาลในกรณีที่เกิดการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์หรือภัยพิบัติร้ายแรงอื่นๆ ที่ทำลายกรุงวอชิงตัน ดีซีส่วนใหญ่หรือทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการจัดฝูงบินบัญชาการทางอากาศที่จะบินอยู่บนท้องฟ้าตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงสงครามเย็น โดยมีนายพลประจำอยู่บนเครื่องบินลำใดลำหนึ่งเพื่อรับคำสั่งยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ในกรณีที่สหรัฐฯ แพ้สงคราม แต่แผนเหล่านั้นก็ไม่ได้อนุญาตให้โจมตีตอบโต้ทันทีแบบอัตโนมัติหลังจากประธานาธิบดีเสียชีวิต

 

ที่ผ่านมามีประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกลอบสังหารจนถึงขั้นเสียชีวิตมาแล้ว 4 ราย ได้แก่ อับราฮัม ลินคอล์น, เจมส์ การ์ฟิลด์, วิลเลียม แมคคินลีย์ และจอห์น เอฟ. เคนเนดี แต่อดีตผู้นำเหล่านี้ถูกสังหารโดยคนอเมริกันด้วยกันเอง ดังนั้น หากทรัมป์ถูกลอบสังหารโดยอิหร่าน นี่จะถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ ถูกจบชีวิตด้วยน้ำมือของคนชาติอื่น ซึ่งคาดการณ์ได้เลยว่าจะต้องตามมาด้วยสงครามครั้งใหญ่ที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 3 ของจริงก็เป็นได้

.

ข่าวล่าสุด