เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! "พระที่นั่งพิมานรัตยา" จากที่บรรทมสู่สถานที่ประดิษฐานพระศพเจ้านาย พร้อมเปิดให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะ

12 มิ.ย. 2569 | ธีรวัฒน์ เจริญยศ

STORY: ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! "พระที่นั่งพิมานรัตยา" จากที่บรรทมสู่สถานที่ประดิษฐานพระศพเจ้านาย พร้อมเปิดให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะ

ท่ามกลางห้วงเวลาแห่งความอาลัยของคนไทยทั้งประเทศ ทราบหรือไม่ว่าภายในกำแพงพระบรมมหาราชวัง กำลังเกิดการจารึกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่เชื่อมโยงหัวใจของพสกนิกรเข้ากับราชสำนักอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน?

สำนักพระราชวังได้ออกประกาศครั้งประวัติศาสตร์ที่สร้างความสนใจและความตื้นตันใจให้กับผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับการประดิษฐานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ “พระที่นั่งพิมานรัตยา” ซึ่งตั้งอยู่ภายในพระบรมมหาราชวัง

 

นี่ถือเป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ราชสำนักไทยตลอดกว่าสองศตวรรษ ที่ใช้พระที่นั่งองค์นี้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระศพเจ้านาย เพราะในอดีตที่ผ่านมา พระที่นั่งแห่งนี้ไม่เคยถูกใช้เพื่อการนี้มาก่อนเลย ยิ่งไปกว่านั้น ยังนับเป็นครั้งแรกที่พสกนิกรชาวไทยจะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ก้าวขึ้นไปยังพระที่นั่งองค์นี้ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน เพื่อเข้าถวายสักการะพระศพอย่างใกล้ชิด (ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป)

 

แต่ก่อนที่จะเดินทางมาถึงหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ที่เชื่อมโยงราชสำนักและประชาชนเข้าด้วยกันในวันนี้ คุณรู้หรือไม่ว่าพระที่นั่งองค์นี้มีจุดเริ่มต้นมาจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันในอดีต?

 

 

🔵 [จากเถ้าถ่านอัคคีภัย สู่สถาปัตยกรรมที่กำเนิดใหม่ในรัชกาลที่ 1]

 

ย้อนกลับไปในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2332 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นเมื่อฟ้าผ่าลงบริเวณหน้ามุขเด็จของ "พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท" จนเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ เสียหายไปเกือบทั้งหมด

 

แทนที่จะสร้างจำลองแบบเดิม รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปรับเปลี่ยนลักษณะสถาปัตยกรรมบางประการ และสร้างพระที่นั่งองค์ใหม่ขึ้นมาเชื่อมต่อทางทิศใต้ของพระมหาปราสาทองค์ใหม่ (ซึ่งก็คือ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในปัจจุบัน) และพระราชทานนามพระที่นั่งที่สร้างขึ้นใหม่นี้ว่า “พระที่นั่งพิมานรัตยา”

หากสังเกตในเชิงสถาปัตยกรรม พระที่นั่งองค์นี้เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนทาสีขาว ยกพื้นสูง มีระเบียงรายล้อม หน้าบันจำหลักรูปพระพรหมทรงหงส์ที่งดงามประณีต โดยเชื่อมต่อกับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วยทางเดินที่เรียกว่า "มุขกระสัน" ซึ่งใน พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ได้บันทึกรายละเอียดของการซ่อมสร้างครั้งนั้นไว้ว่า

 

"...ให้ฐาปนาพระที่นั่งขึ้นใหม่ข้างใน ต่อมุขหลังเข้าไปอีกหลัง 1 พอเสมอด้วยมุขปราสาทองค์เก่า พระราชทานนามว่า พระที่นั่งพิมานรัตยา... หลังคาปราสาทและมุข กับทั้งพระที่นั่งพิมานรัตยา พระปรัศว์ ดาดด้วยดีบุกเหมือนอย่างเก่าทั้งสิ้น..."

 

จากอาคารสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อทดแทนความเสียหายจากวิกฤตอัคคีภัยในวันนั้น บทบาทหน้าที่ของสถานที่แห่งนี้กลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงและเดินทางผ่านกาลเวลามาอย่างไรบ้าง?

🔵 [กว่า 200 ปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน: จากที่บรรทมสู่วันที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกใหม่]

 

หากเราพลิกดูหน้าประวัติศาสตร์ จะพบว่า "พระที่นั่งพิมานรัตยา" มีการเปลี่ยนผ่านบทบาทหน้าที่อย่างน่าสนใจตามยุคสมัย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 ช่วงเวลาสำคัญ ได้แก่

 

  1. สถานที่ประทับและบรรทม: ในอดีตเคยใช้เป็นที่บรรทมของพระมหากษัตริย์ โดยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เคยเสด็จมาประทับ ณ พระที่นั่งแห่งนี้นานถึงหนึ่งปีเต็ม ในช่วงที่มีการบูรณะหมู่พระมหามณเฑียร
  2. สถานที่จัดงานพระราชทานยศ: ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า รัชกาลที่ 6 พระที่นั่งองค์นี้ได้ปรับบทบาทมาเป็นสถานที่ชุมนุมของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารฝ่ายใน เพื่อเข้ารับพระราชทานอิสริยยศและเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  3. สถานที่สรงน้ำพระบรมศพและพระศพ: จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 ที่ได้ใช้สถานที่แห่งนี้ในการประกอบพระราชพิธีสรงน้ำพระบรมศพ และกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อมาสำหรับพระบรมศพและพระศพเจ้านาย
  4. สถานที่ประดิษฐานพระศพครั้งแรก: และในห้วงเวลาปัจจุบัน พระที่นั่งพิมานรัตยาได้รับการบันทึกบทบาทใหม่อีกครั้ง โดยใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่โบราณสถานแห่งนี้เปลี่ยนหน้าที่จาก "ที่สรงน้ำ" มาเป็น "ที่ประดิษฐาน"

 

และที่พิเศษที่สุดคือการได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พสกนิกรชาวไทยได้ก้าวขึ้นสู่พระที่นั่งองค์นี้ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน เพื่อเข้าถวายสักการะพระศพอย่างใกล้ชิดด้วยตนเอง โดยจะเปิดให้ขึ้นถวายสักการะทุกวัน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป เวลา 09.00 - 20.00 น. (ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน)

 

ธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน เมื่อถึงเวลาหนึ่งก็สามารถขยับปรับเปลี่ยนได้อย่างสอดคล้องและโอบรับหัวใจของประชาชนในยุคปัจจุบัน

 

🔵 [เมื่อประวัติศาสตร์ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่เดินทางเคียงคู่ไปกับชีวิตและความรู้สึกของผู้คน]

 

การเปลี่ยนแปลงบทบาทของพระที่นั่งพิมานรัตยาในครั้งนี้ รวมถึงการเปิดพื้นที่เขตพระราชฐานชั้นในให้พสกนิกรได้ขึ้นไปร่วมถวายสักการะ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า "ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องที่หยุดนิ่งหรือถูกแช่แข็งไว้ในอดีต" แต่เป็นสิ่งที่มีชีวิต ลื่นไหล และเติบโตไปพร้อมกับบริบทของสังคมในแต่ละยุคสมัย

 

จากที่บรรทมอันเป็นส่วนพระองค์ของกษัตริย์ สู่สถานที่พระราชทานยศ สถานที่สรงน้ำ และในวันนี้ได้เปิดประตูให้ประชาชนได้เข้าพื้นที่เขตพระราชฐานชั้นใน ทุกตารางนิ้วของสถาปัตยกรรมแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยการเดินทางของกาลเวลาและความผูกพันที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างราชสำนักและประชาชน

 

เรื่องราวของพระที่นั่งพิมานรัตยาทำให้เราเห็นว่า วัฒนธรรมและโบราณราชประเพณีสามารถปรับเปลี่ยนอย่างงดงามตามบริบทของกาลเวลา เพื่อรองรับหน้าที่และความรู้สึกร่วมของสังคมไทยในยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์

 

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ โบราณนานมา