งานนี้อิหร่านได้เตรียมพร้อมรับรองผู้เข้าร่วมงานอย่างเต็มที่ เช่น โรงแรมต่างๆ มีการเสนอส่วนลด 50% โรงเรียน มัสยิด และสนามกีฬาถูกเตรียมเป็นที่พัก ส่วนรถโดยสารและรถไฟก็ถูกเปลี่ยนเส้นทางเพื่อรองรับงานนี้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการนำรถฉีดพ่นน้ำใส่ถนนเพื่อลดอุณหภูมิที่ร้อนจัดกว่า 35 องศาเซลเซียสด้วย ขณะที่การรักษาความปลอดภัยก็เป็นไปอย่างเข้มงวด มีการควบคุมน่านฟ้าทั้งกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญ โดยอิหร่านได้ขู่ว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการรุนแรงหากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลกลับมาโจมตีในช่วงพิธีการอันสำคัญนี้
🔵[ตอกย้ำ “พันธมิตร” ยังเหนียวแน่น]
นอกจากประชาชนชาวอิหร่านแล้ว บรรดาผู้แทนจากหลายประเทศก็เดินทางมาเข้าร่วมพิธีนี้ด้วย เช่น รัสเซีย จีน ปากีสถาน และพันธมิตรในอ่าวอาหรับ โดยเฉพาะวาลิด อัล-คูไรจี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เพราะนี่ถือเป็นการแสดงท่าทีที่สำคัญทางการทูต ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ไม่สู้ดีนักในช่วงสงครามเนื่องจากซาอุดีอาระเบียเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกอิหร่านโจมตี นอกจากนี้ตัวแทนรัฐบาลไทยและนิกายชีอะห์ในไทยก็ได้รับเชิญเช่นกัน
อย่างไรก็ตามสปอตไลท์ต่างส่องไปที่ “ดมิทรี เมดเวเดฟ” อดีตประธานาธิบดีรัสเซียซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ได้เดินทางมาในฐานะทูตพิเศษของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน โดยเขาได้เข้าพบทั้งประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน และรัฐมนตรีต่างประเทศอับบาส อารักชี ถือเป็นการตอกย้ำว่ารัสเซียกับอิหร่านยังคงเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นถึงขั้นที่ปูตินส่งคนสนิทมาร่วมงาน
🔵[“โมจตาบา” มาไหม?]
อีกหนึ่งคำถามสำคัญที่ทั่วโลกต่างจับตาก็คือ โมจตาบา คาเมเนอีจะเดินทางมาปรากฎตัวภายในงานของผู้เป็นบิดาด้วยตนเอง หรืออย่างน้อยจะปรากฎกายในรูปแบบของคลิปวีดีโอหรือแม้กระทั่งคลิปเสียงหรือไม่