พรีวิวบอลโลก 2026 อังกฤษท้าชนเจ้าภาพ เม็กซิโก ฝ่าวิกฤตความสูง
05 ก.ค. 2569 | apirak_pra

วิเคราะห์ความพร้อมไฮไลต์ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย สิงโตคำราม ทีมชาติอังกฤษ เผชิญหน้าเจ้าภาพร่วม เม็กซิโก ดวลความกดดันเหนือน้ำทะเล 2,200 เมตร
ข่าว
05 ก.ค. 2569 | apirak_pra

วิเคราะห์ความพร้อมไฮไลต์ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย สิงโตคำราม ทีมชาติอังกฤษ เผชิญหน้าเจ้าภาพร่วม เม็กซิโก ดวลความกดดันเหนือน้ำทะเล 2,200 เมตร
KEY
POINTS
ทัพ "สิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ ภายใต้การนำทัพของกุนซือ โทมัส ทูเคิ่ล เตรียมลงสนามเผชิญหน้ากับบททดสอบที่ยากลำบากที่สุดในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2026 เมื่อต้องโคจรมาพบกับ "จอมโหดแห่งอัซเตกา" ทีมชาติเม็กซิโก ชาติเจ้าภาพร่วม ในศึกบิ๊กแมตช์รอบ 16 ทีมสุดท้าย ท่ามกลางอุปสรรคสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศ ณ สนามเอสตาดีโอ อัซเตกา กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ซึ่งตั้งอยู่สูงเหนือน้ำทะเลถึง 2,200 เมตร โดยผู้ชนะของคู่นี้จะผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปรอพบผู้ชนะระหว่าง โปรตุเกส หรือ โครเอเชีย ต่อไป
อังกฤษผ่านเข้ารอบมาได้อย่างลุ่มๆ ดอนๆ ในเกมนัดรอบ 32 ทีมสุดท้าย หลังโดน ดีอาร์ คองโก ช็อกยิงประตูนำก่อน ทว่าขุนพลสิงโตคำรามก็แสดงหัวใจนักสู้รัวแซงชนะ 2-1 จากการเหมาคนเดียวสองประตูของ แฮร์รี่ เคน ศูนย์หน้ากัปตันทีมตัวเก่งที่กำลังเดินหน้าล่ารางวัลรองเท้าทองคำตัวเต็งด้วยสถิติ 5 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ อย่างไรก็ตาม ฟอร์มโดยรวมของอังกฤษยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหน้าสื่อหลังเกม เนื่องจากพวกเขากว่าจะสามารถยิงตรงกรอบครั้งแรกได้ต้องรอจนถึงนาทีที่ 30 ซึ่งถือเป็นสถิติการรอยิงตรงกรอบที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของทีมชาติอังกฤษ
สภาพความพร้อมของทีมในนัดนี้ โทมัส ทูเคิ่ล ต้องเผชิญปัญหานักเตะบาดเจ็บในเกมรับ ทั้ง รีซ เจมส์ (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง) และ จาเรลล์ ควานซาห์ (ข้อเท้า) ที่หมดสิทธิ์ลงสนามแน่นอนแล้ว ซ้ำร้ายยังต้องเช็กความฟิตของ เดแคลน ไรซ์ มิดฟิลด์ตัวกลั่นที่เกิดอาการตะคริวและหมดแรงจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมนัดล่าสุด ทว่าคาดว่าไรซ์จะสลัดความฟิตกลับมาออกสตาร์ตคุมแดนกลางร่วมกับ เอลเลียต แอนเดอร์สัน แผงแนวรุกนำโดย จู๊ด เบลลิงแฮม, บูกาโย่ ซาก้า และ แอนโธนี่ กอร์ดอน ที่ฟอร์มร้อนแรงหลังลงสนามมาทำสถิติเป็นผู้เล่นอังกฤษคนแรกที่ทำแอสซิสต์ในฐานะตัวสำรองได้หลายครั้งในฟุตบอลโลก โดยมี แฮร์รี่ เคน ยืนค้ำหน้าเป้า
ฝั่งทีมชาติเม็กซิโก ของกุนซือ ฮาเวียร์ อากีร์เร่ โชว์ฟอร์มได้อย่างดุดันและไร้ที่ติในทัวร์นาเมนต์นี้ หลังเกมนัดล่าสุดต้อนชนะ เอกวาดอร์ มาได้อย่างสบายมือ 2-0 ปลดล็อกเอาชนะในเกมนัดน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986 สถิติภาพรวมของทัพจังโก้ถือว่าน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งด้วยผลงานคว้าชัยชนะ 4 นัดรวดในทัวร์นาเมนต์ ยิงได้ 8 ประตู และยังไม่เสียประตูให้ใครเลยตลอดการแข่งขัน ยิ่งไปกว่านั้น เม็กซิโกยังมีสถิติไร้พ่ายในการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ณ สนามอัซเตกา แห่งนี้มาโดยตลอด (ชนะ 8 เสมอ 2) และสถิติไร้พ่ายรวมทุกรายการในบ้านยาวนานถึง 26 นัดติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2013
ความพร้อมของเม็กซิโกไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบนรบกวน ขุมกำลังสมบูรณ์เต็มร้อยพร้อมจัดทัพชุดใหญ่ นำโดย ฮูเลียน กินโญเนส ปีกตัวเก่งที่ทำผลงานสะสมประตูและแอสซิสต์รวมกัน 4 ครั้งในทัวร์นาเมนต์ คอยประสานงานร่วมกับ ราอูล ฮีเมเนซ ศูนย์หน้าเก๋าประสบการณ์ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ กิลแบร์โต้ โมร่า เพลย์เมกเกอร์ดาวรุ่งวัย 17 ปีจากสโมสรติฆัวน่า ที่เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักฟุตบอลอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองรองจาก เปเล่ ตำนานบราซิล ที่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมนัดน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก พร้อมลงสนามสร้างสรรค์เกมคุมจังหวะแดนกลางร่วมกับ หลุยส์ โรโม่