พิธีศพ "คาเมเนอี" สุดอาลัย "ทรัมป์" สั่งพักรบเปิดทางส่งดวงวิญญาณ
05 ก.ค. 2569 | apirak_pra

มวลชนเรือนล้านหลั่งไหลร่วมพิธีสวดศพ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี แน่นเตหะราน ด้าน ทรัมป์ ประกาศหยุดยิงชั่วคราวตลอดช่วงรัฐพิธี พร้อมเดินหน้าเจรจาหลังจบงาน
ข่าว
05 ก.ค. 2569 | apirak_pra

มวลชนเรือนล้านหลั่งไหลร่วมพิธีสวดศพ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี แน่นเตหะราน ด้าน ทรัมป์ ประกาศหยุดยิงชั่วคราวตลอดช่วงรัฐพิธี พร้อมเดินหน้าเจรจาหลังจบงาน
KEY
POINTS
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน เข้าสู่ช่วงพักรบชั่วคราวอย่างเป็นทางการ เมื่อคลื่นมหาชนจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่กรุงเตหะรานเพื่อเข้าร่วมรัฐพิธีสวดอุทิศส่วนกุศลและไว้อาลัยให้แก่ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งถูกลอบสังหารจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีการเปิดฉากยิงหรือโจมตีใดๆ ใส่กันตลอดระยะเวลาการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านจะดำเนินต่อไปทันทีหลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพครั้งประวัติศาสตร์นี้
สำนักข่าวทัสนีม (Tasnim) ของอิหร่าน รายงานว่า พิธีสวดศพอย่างเป็นทางการของอดีตผู้นำสูงสุดคาเมเนอี และสมาชิกในครอบครัวอีก 4 คนที่เสียชีวิตจากเหตุโจมตีระลอกเดียวกัน ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ อาคารอิหม่ามโคมัยนี มอสลา (Imam Khomeini Grand Musalla) โดยประชาชนจำนวนมากได้เข้าจับจองพื้นที่จนเต็มลานพิธีล่วงหน้าหลายชั่วโมงก่อนเริ่มพิธีกรรม แม้ว่าจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดจากคลื่นความร้อน (Heatwave) ก็ตาม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งระบบพ่นละอองน้ำและแจกจ่ายเครื่องดื่มเย็นเพื่อบรรเทาความร้อนให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธี
ตามแผนกำหนดการ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีสวดศพในกรุงเตหะรานแล้ว จะมีการเคลื่อนขบวนศพขนานใหญ่ในเมืองหลวงวันจันทร์ จากนั้นจะเคลื่อนต่อไปยังเมืองศักดิ์สิทธิ์กอม (Qom) ในวันอังคาร ก่อนที่ร่างของอดีตผู้นำสูงสุดจะถูกนำขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าสู่ประเทศอิรัก เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อในเมืองศักดิ์สิทธิ์นาจาฟและคาร์บาลา ซึ่งถือเป็นการประกาศเชิงสัญลักษณ์ว่าอิทธิพลของอิหร่านในโลกชีอะห์ยังคงเหนียวแน่น และจะนำร่างกลับมาทำพิธีฝังอย่างเป็นทางการ ณ เมืองมัชฮัด (Mashhad) ประเทศอิหร่านในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมนี้
ท่ามกลางรัฐพิธีอันยิ่งใหญ่ คำถามสำคัญในหน้าสื่อต่างประเทศคือ "โมจตาบา คาเมเนอี" บุตรชายวัย 56 ปีผู้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่หายไปไหน? เนื่องจากนับตั้งแต่บิดาถูกลอบสังหารในเดือนกุมภาพันธ์ เขายังไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณชนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีในคราวนั้นด้วย ซึ่งเป็นเหตุให้ภรรยา พี่สาว พี่เขย และหลานสาววัยเพียง 14 เดือนของเขาเสียชีวิตทั้งหมด
ทางการอิหร่านยืนยันว่า โมจตาบา จะไม่เข้าร่วมรัฐพิธีศพของบิดาตลอดทั้ง 6 วันเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยขั้นสูงสุด หลังอิสราเอลยังคงขู่ลอบสังหารเขาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม โมจตาบาได้ส่งสาส์นผ่านสื่อรัฐบาลเรียกร้องให้จับกุมและลงทัณฑ์สหรัฐฯ-อิสราเอลอย่างสาสม โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่านโยบายของผู้นำคนใหม่นี้มีความกร้าวร้าว ดุดัน และพร้อมเผชิญหน้ามากกว่ายุคบิดา เห็นได้ชัดจากการส่งกองทัพเข้าควบคุมและโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการเชื่อมโยงสงครามในเลบานอนเข้าเป็นหนึ่งในเงื่อนไขความมั่นคงของอิหร่านอย่างเบ็ดเสร็จ
ประเด็นดราม่าร้อนแรงเกิดขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Axios โดยเขาระบุว่าเขาสามารถ "กวาดล้างทุกคน" ที่มาร่วมพิธีศพให้หมดสิ้นไปเลยก็ได้ แต่ที่เลือกไม่ทำเพราะจะทำให้ไม่มีใครเหลือรักษาสันติภาพและร่วมโต๊ะเจรจาด้วย นอกจากนี้ทรัมป์ยังแสดงความประหลาดใจที่เห็นชาวอิหร่านร้องไห้ระงมในพิธีศพ โดยระบุว่าเขานึกว่าประชาชนเกลียดชังคาเมเนอีเสียอีก
คำพูดดังกล่าวจุดชนวนความโกรธแค้นให้ทางการอิหร่านทันที โดยสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศอาร์เมเนีย ได้โพสต์ข้อความสวนกลับทรัมป์ผ่านแพลตฟอร์ม X อย่างดุเดือดว่า
"มนุษย์น่ะฆ่าให้ตายได้ แต่อุดมการณ์ไม่มีวันตาย คุณฆ่าอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี แต่ในความเป็นจริง คุณแค่ทุบขวดน้ำหอมให้แตกกระจายจนกลิ่นหอมฟุ้งขจรขจายไปทั่วทุกหนแห่ง คุณไม่มีวันเข้าใจสิ่งเหล่านี้หรอก เพราะคุณมันพวกไร้อารยธรรม ไร้ประวัติศาสตร์ และไร้เกียรติยศ"
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเปิดเผยว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล มีแผนจะเดินทางมาเยือนทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น โดยคาดว่าจะเป็นช่วงหลังจากที่ทรัมป์เสร็จสิ้นภารกิจประชุมสุดยอดนาโต (NATO) ที่ประเทศตุรกีในวันที่ 7-8 กรกฎาคมนี้ โดยทรัมป์กล่าวถึงความสัมพันธ์กับผู้นำอิสราเอลอย่างตรงไปตรงมาว่า "พวกเราเข้ากันได้ดีมาก และเขา (เนทันยาฮู) รู้ดีว่าใครเป็นเจ้านาย (Boss)" ทว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ แฉข้อมูลวงในว่า ที่ปรึกษาใกล้ชิดของทรัมป์หลายคนมองว่าเนทันยาฮู "คิดผิดทั้งหมด" เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านในครั้งนี้
สำหรับความคืบหน้าการเจรจาทางเทคนิคแบบทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่จัดขึ้น ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยมีนายจาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์เข้าร่วมหารือ คณะผู้แทนอิหร่านเปิดเผยว่าการเจรจาแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ ส่วนแรกคือการสร้างช่องทางสื่อสารสายตรงเพื่อลดการกระทบกระทั่งในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจาก บิสวาร์ด (Windward) บริษัทติดตามเรือสินค้า รายงานว่าเรือสินค้าหลายลำต้องเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันเนื่องจากอิหร่านสั่งห้ามใช้เส้นทางตอนใต้ผ่านน่านน้ำโอมาน ส่วนการหารือในเซสชันที่สองคือข้อตกลงในการอนุมัติปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้มูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2 แสนล้านบาท) ซึ่งทางการกาตาร์ระบุว่าการเจรจามีความคืบหน้าเชิงบวก และจะนัดหารือรอบใหม่ทันทีหลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพอดีตผู้นำสูงสุด
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่อื่นๆ กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในเขตจาบาเลีย รวมถึงการโจมตีในพื้นที่กันชนทางตอนใต้ของเลบานอน ท่ามกลางแถลงการณ์ของ ประธานาธิบดีเรเจป ตายยิป แอร์โดอัน แห่งตุรกี ที่ออกมากล่าวโทษอิสราเอลว่าเป็นตัวการทำลายข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และยืนยันว่าตุรกีพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อนำสันติภาพกลับคืนสู่ภูมิภาค