พรีวิวบอลโลก 2026 บราซิลชนนอร์เวย์ อาถรรพ์ 28 ปีที่รอทำลาย
05 ก.ค. 2569 | apirak_pra

วิเคราะห์ความพร้อมศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ทัพแซมบ้า บราซิล เตรียมจัดทัพใหญ่เพื่อทลายสถิติไม่เคยชนะ นอร์เวย์ ที่นำทัพโดย เออร์ลิง ฮาลันด์
ข่าว
05 ก.ค. 2569 | apirak_pra

วิเคราะห์ความพร้อมศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ทัพแซมบ้า บราซิล เตรียมจัดทัพใหญ่เพื่อทลายสถิติไม่เคยชนะ นอร์เวย์ ที่นำทัพโดย เออร์ลิง ฮาลันด์
KEY
POINTS
ศึกฟุตบอลโลก 2026 ทวีความเข้มข้นขั้นสุดขีดในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ไฮไลต์หยุดโลกในค่ำคืนวันอาทิตย์นี้เป็นการโคจรมาพบกันของสองทีมต่างสไตล์ระหว่าง "แซมบ้า" ทีมชาติบราซิล ยักษ์ใหญ่จากอเมริกาใต้ ปะทะกับ "ไวกิ้ง" ทีมชาตินอร์เวย์ ยอดทีมจากยุโรป ณ สนามเมตไลฟ์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์ ในเวลา 03.00 น.
โดยเกมนี้มีความหมายมากกว่าการแย่งตั๋วเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ เนื่องจากบราซิลแชมป์โลก 5 สมัย มีสถิติสุดช้ำที่ไม่เคยเอาชนะนอร์เวย์ได้เลยในประวัติศาสตร์การเจอกันมาทั้งหมด 4 ครั้ง รวมถึงความทรงจำอันเจ็บปวดในฟุตบอลโลกเมื่อ 28 ปีที่แล้ว (ปี 1998) ที่ฝรั่งเศส ซึ่งบราซิลโดนนอร์เวย์พลิกแซงชนะไปได้ 2-1 ในช่วงท้ายเกมรอบแบ่งกลุ่ม
ทัพเซเลเซาของกุนซือ คาร์โล อันเชล็อตติ ผ่านเข้ารอบมาได้อย่างหวุดหวิด หลังเกมนัดล่าสุดในรอบ 32 ทีมสุดท้ายต้องตกเป็นรองญี่ปุ่นก่อน 0-1 ทว่าการแก้เกมส่ง เอ็นดริก ลงมาและปรับหมากเป็นระบบ 4-2-4 ช่วยให้บราซิลรัวแซงชนะ 2-1 โดยได้ประตูชัยในนาทีที่ 90+5 จาก กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ อย่างไรก็ตาม บราซิลกำลังเผชิญหน้ากับความกดดันอย่างหนัก เนื่องจากหากพวกเขาปราชัยในเกมนี้นัดนี้ จะกลายเป็นการตกรอบฟุตบอลโลกที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 1990 ที่เคยพ่ายอาร์เจนตินาในรอบนี้
สภาพความพร้อมของทีมในนัดนี้ นอกจาก ราฟินญ่า ที่ได้รับบาดเจ็บจนหมดสิทธิ์ช่วยทีมแน่นอนแล้ว บราซิลยังต้องรอเช็กความฟิตของสองแดนกลางสำคัญอย่าง ลูกัส ปาเกต้า และ กาเซมีโร่ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเกมนัดล่าสุด คาดว่า ดานีโล่ ซานโต๊ส จะได้ลงสนามทำหน้าที่แทนปาเกต้า ส่วนในแนวรุก มาเตอุส คุนญ่า ดาวยิงจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะยังคงได้รับโอกาสสตาร์ตเป็นตัวจริงก่อนมาร์ติเนลลี่ โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ ซูเปอร์สตาร์ฟอร์มฮอตที่ทำไปแล้ว 4 ประตู 1 แอสซิสต์ในทัวร์นาเมนต์นี้ คอยลากเลื้อยโจมตีทางกราบซ้าย
ฝั่งทีมชาตินอร์เวย์ ภายใต้การจัดทัพของ สตาเล่ โซลบัคเค่น ผ่านเข้ารอบมาในฐานะม้ามืดที่ฟอร์มร้อนแรงจากการเอาชนะไอวอรี่โคสต์มาได้ 2-1 โดยมี ออร์ยาน นีลันด์ ผู้รักษาประตูวัย 35 ปีเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวในทีมชุดนี้ที่มีความทรงจำร่วมในแมตช์ประวัติศาสตร์ที่ล้มนักเตะบราซิลเมื่อปี 1998 จุดเด่นของนอร์เวย์ในทัวร์นาเมนต์นี้อยู่ที่เกมรุกดุดันและพังประตูได้ทุกนัด โดยเกมนี้นักวิเคราะห์ฟุตบอลบราซิลแสดงความกังวลว่า เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าฟอร์มพระกาฬจะเลือกใช้ความใหญ่และแข็งแกร่งเข้าโจมตี มาร์กินโญส ปราการหลังกัปตันทีมบราซิลที่มีสถิติย่ำแย่ในการรับมือกองหน้ารูปร่างสูงใหญ่
ความพร้อมของนอร์เวย์จะได้เปรียบเรื่องขุมกำลังที่สมบูรณ์ โดยต้องรอเช็กฟิต จูเลียน ไรเออร์สัน แบ็กขวาเพียงรายเดียวที่มีอาการบาดเจ็บโคนขาหนีบ ส่วนแกนหลักที่เหลือพร้อมลงสนามเต็มสูบ แดนกลางขับเคลื่อนโดย มาร์ติน โอเดอการ์ด เพลย์เมกเกอร์กัปตันทีม และ พาทริค เบิร์ก สองจอมทัพที่ทำแอสซิสต์รวมกันไปแล้ว 5 ครั้งในทัวร์นาเมนต์นี้ แดนหน้าวาง อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ และ อันโตนิโอ นูซ่า คอยทำเกมริมเส้นสนับสนุน เออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงตัวเก่งที่ซัดไปแล้ว 5 ประตูในฟุตบอลโลกหนแรกของเจ้าตัว เดินหน้าล่าตาข่ายเพื่อลุ้นตำแหน่งรองเท้าทองคำแข่งกับ เมสซี่ และ เอ็มบัปเป้ ต่อไป