เนชั่นทีวี

Nation Story

SPORTS: วีรบุรุษใต้เรดาร์ "มิเกล โอยาร์ซาบัล" ชายผู้ปิดทองหลังพระแห่งทัพกระทิงดุ

04 ก.ค. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation STORY

SPORTS: วีรบุรุษใต้เรดาร์ "มิเกล โอยาร์ซาบัล" ชายผู้ปิดทองหลังพระแห่งทัพกระทิงดุ

ทุกคนมองไปที่ลามีน ยามาล แต่คนที่กำลังพาสเปนลุ้นแชมป์โลก อาจเป็นชายที่แทบไม่มีใครพูดถึง

ก่อนที่ทีมชาติสเปนจะลงสนามในฟุตบอลโลก 2026 แทบทุกสายตาจับจ้องไปที่เด็กมหัศจรรย์วัย 18 ปีอย่าง ลามีน ยามาล เสื้อหมายเลขของเขาปรากฏอยู่บนหลังแฟนบอลแทบทุกมุมสนาม กล้องโทรทัศน์ติดตามทุกย่างก้าวตั้งแต่เดินทางมาถึงสนามจนถึงช่วงอบอุ่นร่างกาย และทุกครั้งที่เขาสัมผัสบอล เสียงฮือฮาจากอัฒจันทร์ก็ดังขึ้นแทบทุกครั้ง

 

มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลก เพราะยามาลคือซูเปอร์สตาร์คนใหม่ของวงการฟุตบอลโลก และเป็นสัญลักษณ์ของทีมชาติสเปนชุดนี้

 

แต่เมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้นหลังเกมรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับออสเตรีย คนที่เดินออกจากสนามพร้อมตำแหน่งแมนออฟเดอะแมตช์กลับไม่ใช่เด็กมหัศจรรย์จากบาร์เซโลนา

 

หากเป็นชายวัย 29 ปีจากแคว้นบาสก์ ที่ใช้เวลาทั้งอาชีพค้าแข้งอยู่กับสโมสรเดียว และไม่เคยได้รับแสงสปอตไลต์เทียบเท่าเพื่อนร่วมทีม

 

มิเกล โอยาร์ซาบัล ยิงสองประตู พาสเปนเอาชนะออสเตรีย 3-0 พร้อมพาทีมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย และตอกย้ำสถานะของตัวเองในฐานะนักเตะที่อาจเป็น "ฮีโร่เงียบ" ของฟุตบอลโลกครั้งนี้

⚽[ชายผู้ไม่เคยเรียกร้องแสงสปอตไลต์]

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา โอยาร์ซาบัลเป็นนักเตะที่อยู่กับทีมชาติสเปนมาโดยตลอด แต่แทบไม่เคยถูกพูดถึงในฐานะตัวเอก

 

ชื่อของเขามักถูกกลบด้วยนักเตะพรสวรรค์รุ่นใหม่ หรือบรรดาซูเปอร์สตาร์จากสโมสรยักษ์ใหญ่

 

แม้แต่ฟุตบอลโลก 2022 เขายังไม่มีโอกาสลงเล่น หลังได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าซ้ายฉีกขาดจนต้องพลาดทัวร์นาเมนต์ที่กาตาร์

 

หลายคนคิดว่าเส้นทางทีมชาติของเขาอาจไม่กลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว

 

แต่สี่ปีผ่านไป กองหน้าวัย 29 ปีไม่เพียงกลับมาได้เท่านั้น หากยังกลับมาในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของอาชีพค้าแข้ง

 

ก่อนฟุตบอลโลกเริ่มต้น เขายิงไป 12 ประตูจากการลงเล่นให้ทีมชาติ 12 นัด และหลังเหมาสองประตูใส่ออสเตรีย สถิติดังกล่าวขยับเป็น 17 ประตูจากการออกสตาร์ต 16 นัดหลังสุด พร้อมยิงไปแล้ว 4 ประตูในฟุตบอลโลกครั้งนี้

 

กิเยม บาลาเก้ ผู้สื่อข่าวฟุตบอลสเปนถึงกับกล่าวว่า นับตั้งแต่หายจากอาการบาดเจ็บ สองฤดูกาลหลังคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของโอยาร์ซาบัล และเวลานี้เขาคือนักเตะที่ชี้ขาดผลการแข่งขันให้สเปนได้มากที่สุด

⚽[กองหน้าที่เติบโตจากการเป็นปีก]

สิ่งที่ทำให้โอยาร์ซาบัลแตกต่างจากกองหน้าหมายเลข 9 ทั่วไป คือเขาไม่ได้เติบโตมาในตำแหน่งนี้

ช่วงแรกของอาชีพ เขามักเล่นเป็นปีกฝั่งซ้ายหรือขวา ใช้การเคลื่อนที่และการเชื่อมเกมเป็นจุดเด่นมากกว่าการยืนรอจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทีมงานโค้ชของทั้งสโมสรและทีมชาติเริ่มขยับเขาเข้ามาเล่นตรงกลางมากขึ้น

 

ผลลัพธ์คือกองหน้าที่ไม่ได้โดดเด่นเรื่องรูปร่างหรือพละกำลัง กลับมีความเข้าใจเกม การเคลื่อนที่ และการเลือกตำแหน่งที่เฉียบคมจนกลายเป็นเครื่องจักรผลิตประตูของทีมชาติสเปน

 

นับตั้งแต่ต้นปี 2025 มีเพียง เออร์ลิง ฮาลันด์ เท่านั้นที่ยิงประตูในนามทีมชาติได้มากกว่าเขาในบรรดานักเตะยุโรปทั้งหมด

 

เกมกับออสเตรียยังทำให้โอยาร์ซาบัลกลายเป็นนักเตะสเปนคนแรกในรอบ 40 ปี ที่ยิงสองประตูในเกมน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก ต่อจาก เอมิลิโอ บูตราเกนโญ ที่เคยทำได้ในปี 1986

 

⚽[ความอันตรายที่เกิดขึ้นเพราะลามีน ยามาล]

แม้โอยาร์ซาบัลจะเป็นคนจบสกอร์ แต่เขาเองก็ยอมรับโดยอ้อมว่า การมีลามีน ยามาลอยู่ในทีมคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาอันตรายยิ่งกว่าเดิม

 

ทุกครั้งที่ยามาลได้บอล แนวรับคู่แข่งมักขยับเข้ามาประกบสองหรือสามคน เพื่อหยุดทักษะการเลี้ยงบอลและความสามารถในการสร้างสรรค์เกมของดาวรุ่งจากบาร์เซโลนา

 

พื้นที่ที่ถูกทิ้งไว้ด้านในจึงตกเป็นของโอยาร์ซาบัล

 

อดีตกองกลางทีมชาติเยอรมนี โธมัส ฮิตเซลส์แปร์เกอร์ อธิบายว่า เมื่อนักเตะคนหนึ่งดึงความสนใจจากคู่แข่งได้มากขนาดนั้น ย่อมมีใครอีกคนได้รับพื้นที่มากขึ้น และโอยาร์ซาบัลรู้ดีว่าจะใช้พื้นที่เหล่านั้นอย่างไร

เขาไม่จำเป็นต้องเลี้ยงผ่านผู้เล่นสามคน

 

ไม่จำเป็นต้องสร้างไฮไลต์สวยงาม

เพียงเคลื่อนที่ไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง แล้วปล่อยให้สัญชาตญาณของกองหน้าทำงาน

 

⚽[นักเตะที่ภักดีกับสโมสรเดียว]

ในยุคที่นักฟุตบอลระดับโลกย้ายทีมแทบทุกไม่กี่ปี โอยาร์ซาบัลกลับเป็นข้อยกเว้น

 

เขาใช้ชีวิตค้าแข้งทั้งหมดกับเรอัล โซเซียดัด สโมสรที่ปลุกปั้นเขามาตั้งแต่เยาวชน และยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีมจนถึงปัจจุบัน

 

ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาสร้างสถิติยิงประตูในลีกสูงสุดของตัวเอง พร้อมกับฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในทีมชาติ

ความภักดีต่อสโมสรอาจไม่ได้เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงมากนักในฟุตบอลยุคใหม่ แต่สำหรับโอยาร์ซาบัล มันสะท้อนบุคลิกของนักเตะที่เลือกเติบโตอย่างมั่นคง มากกว่าการวิ่งตามชื่อเสียงหรือเงินก้อนโต

 

⚽[จากไม้ฮอกกี้สู่สัญชาตญาณของนักล่าประตู]

โอยาร์ซาบัลเคยเปิดเผยว่า ก่อนจะจริงจังกับฟุตบอล เขาเคยเล่นฮอกกี้มาก่อน

กีฬาชนิดนั้นทำให้เขาเรียนรู้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับกองหน้า

"การยิงพลาดหนึ่งครั้ง ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีโอกาสอีก"

ประโยคนี้ยังคงอยู่ในหัวของเขาเสมอ

 

เขาบอกว่า ตัวเองเหมือนมีสัญชาตญาณในการ "ดมกลิ่นประตู"

สำหรับกองหน้า บางครั้งการสัมผัสบอลเพียงไม่กี่ครั้งตลอดทั้งเกมก็เพียงพอแล้ว หากหนึ่งในนั้นกลายเป็นประตู

 

นั่นคือเหตุผลที่เขาไม่เคยกังวลว่าจะมีส่วนร่วมกับเกมมากน้อยแค่ไหน

เขาสนใจเพียงว่าช่วงเวลาสำคัญมาถึงหรือยัง

และเมื่อมันมาถึง เขาจะอยู่ตรงนั้นเสมอ

 

⚽[ฮีโร่ที่อาจพาสเปนไปไกลกว่าที่หลายคนคิด]

ชัยชนะเหนือออสเตรียทำให้สเปนขยายสถิติไม่แพ้ใครเป็น 34 นัด พร้อมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยผลงานยิง 8 ประตูและยังไม่เสียแม้แต่ลูกเดียวในฟุตบอลโลกครั้งนี้

 

หลายฝ่ายเชื่อว่า ทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต ยังไม่ได้โชว์ศักยภาพทั้งหมดออกมาด้วยซ้ำ และเมื่อคู่แข่งแข็งแกร่งขึ้น พวกเขาก็ยังสามารถยกระดับการเล่นได้อีก

 

แน่นอนว่า ลามีน ยามาล จะยังคงเป็นชื่อที่แฟนบอลพูดถึงมากที่สุด

 

แต่ฟุตบอลไม่ใช่กีฬาที่ตัดสินจากจำนวนผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย หรือยอดขายเสื้อแข่ง

ท้ายที่สุดแล้ว เกมฟุตบอลตัดสินกันที่คนยิงประตู

และในฟุตบอลโลก 2026 คนคนนั้นของทีมชาติสเปน กำลังเป็นชายที่หลายคนแทบไม่ทันสังเกตเห็น

 

มิเกล โอยาร์ซาบัล อาจไม่ได้เป็นซูเปอร์สตาร์ที่โด่งดังที่สุดของสเปน

แต่หาก "กระทิงดุ" เดินหน้าคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ ชื่อของเขาอาจเป็นชื่อที่ถูกจดจำมากที่สุด เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง

ข่าวล่าสุด