เขตปกครองตนเองพิเศษทางตอนเหนือสุดของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกออนไลน์ เมื่อขอบเขตของการควบคุมศีลธรรมได้ขยายตัวอย่างน่าหวาดหวั่นเข้าสู่โลกดิจิทัลเรียบร้อยแล้ว
เคสล่าสุดนี้เกิดขึ้นกับคู่รักหนุ่มสาวที่ถูกตำรวจศาสนากล่าวหาว่ากระทำการอนาจารต่อหน้าสาธารณชนจากการถ่ายทอดสดบน TikTok ส่งผลให้ศาลตัดสินโทษเฆี่ยนด้วยหวายอย่างหนักหน่วงถึง 21 ครั้ง ภาพเหตุการณ์เผยให้เห็นหญิงสาววัย 25 ปีในสภาพนั่งคุกเข่าร้องไห้ระงม ขณะที่เจ้าหน้าที่สวมหน้ากากอำพรางใบหน้ากระหน่ำหวดหวายลงบนหลังของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางเสียงตะโกนเชียร์จากฝูงชนรอบข้างที่ไร้ซึ่งความเห็นใจ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ "ลงมือให้หนักขึ้น" จนกระทั่งเธอทนความเจ็บปวดไม่ไหวและหมดสติไปในที่สุด
ตามกฎระเบียบของอาเจะห์ หากผู้รับโทษหมดสติระหว่างการลงทัณฑ์ แพทย์สนามจะเข้าตรวจร่างกายทันที หากพบว่าร่างกายไม่พร้อมรับโทษต่อ การเฆี่ยนที่เหลือจะถูกเลื่อนออกไปชั่วคราว แต่จะไม่มีการยกเว้นโทษเด็ดขาด ผู้กระทำผิดต้องกลับมารับไม้เรียวที่เหลือจนครบกำหนดเมื่อร่างกายฟื้นตัว
🔵 [ครั้งแรกของจังหวัดเคร่งศาสนา: เมื่อการแสดงความรักในโลกออนไลน์คืออาชญากรรม]
มูฮัมหมัด ริซัล หัวหน้าตำรวจชารีอะห์ แถลงยืนยันว่า การลงโทษครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของจังหวัดที่มีการสั่งเฆี่ยนประจานผู้กระทำความผิดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายอิสลามอย่างร้ายแรง เนื่องจากในจังหวัดอาเจะห์ (ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้กฎหมายอิสลามเต็มรูปแบบ) การแสดงความใกล้ชิดทางร่างกาย เช่น กอด จูบ หรือสัมผัสตัวระหว่างชายหญิงที่ไม่ได้แต่งงานกัน ถือเป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาด