svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : พันธมิตรร่วมรบ! “กบฏฮูตี” ขยายวง “สงครามอิหร่าน”

29 มี.ค. 2569

พรุ่งนี้ (30 มีนาคม 69) สงครามอิหร่านก็จะดำเนินมาครบหมุดหมาย 1 เดือนแล้ว สัปดาห์ที่ผ่านมามีพัฒนาการที่น่าจับตา เพราะเป็นครั้งแรกที่โลกได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ถึงแม้จะเป็นแสงที่ริบหรี่ก็ตาม นั่นคือ การแลกเปลี่ยนข้อความผ่านประเทศที่ 3 เพื่อต่อยอดไปสู่การเจรจา

โดยในเงื่อนไขสำคัญของสหรัฐฯ 15 ข้อ มีอยู่ 2 ข้อที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาทำสงครามตัวแทนหรือ Proxy War นั่นคือ อิหร่านต้องละทิ้งแนวทางการสนับสนุนกลุ่มตัวแทน และอิหร่านจะต้องยุติการให้เงินทุนและการสนับสนุนในทุกรูปแบบด้วย


แต่แล้วแสงสว่างที่ริบหรี่อยู่แล้วก็แทบจะดับมอดลง หลังจากที่เมื่อวานนี้ “กลุ่มกบฏฮูตี” ได้ออกมาประกาศร่วมรบกับอิหร่านอย่างเป็นทางการ เท่ากับว่าตอนนี้สงครามอิหร่านกำลังจะกลายเป็น “สงครามตะวันออกกลาง” เต็มตัว เพราะกำลังเปิดถึง 3 แนวรบพร้อมกัน ได้แก่ อิหร่าน, กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน, และล่าสุดกับกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน



🔵[กลุ่มอักษะแห่งการต่อต้าน]


นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 47 ปีก่อน อิหร่านก็เริ่มใช้กลยุทธ์ “ส่งออกการปฏิวัติ” ด้วยการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธชีอะห์ในตะวันออกกลาง โดยที่อิหร่านเองไม่ถือว่าเข้าร่วมการสู้รบหรือสงครามด้วยตัวเองอย่างเป็นทางการ เริ่มจากกลุ่มแรกและกลุ่มที่ถูกมองว่าประสบความสำเร็จที่สุด คือ ฮิซบอลเลาะห์ที่ก่อตั้งในปี 2525 หลังอิสราเอลบุกเลบานอน และองค์กรบัดร์ในอิรักที่จับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซน


หลังจากนั้นอิหร่านก็เริ่มขยายขอบเขตการสนับสนุนไปสู่กลุ่มที่นับถือต่างนิกาย เช่น ฮามาสในฉนวนกาซาที่นับถือนิกายซุนหนี่ ตามมาด้วยการขยายเครือข่ายเข้าไปยังหลายกลุ่มในอิรักหลังสหรัฐฯ และพันธมิตรโค่นล่มซัดดัมลงได้ ต่อมาในยุคอาหรับสปริงและการถือกำเนิดของกลุ่มก่อการร้ายไอเอส อิหร่านก็ได้แผ่อิทธิพลไปถึงกลุ่มฮูตีในเยเมน โดยกลุ่มตัวแทนของอิหร่านถูกเรียกรวมกันว่า “กลุ่มอักษะแห่งการต่อต้าน”

🔵[“ฮูตี” คือใคร?]


ฮูตีคือกลุ่มการเมืองและกลุ่มติดอาวุธที่เป็นตัวแทนของ “ชาวไซดี” มุสลิมกลุ่มน้อยทางตอนเหนือของเยเมน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35-40% ของประชากร ถือกำเนิดมากว่า 30 ปีก่อนภายใต้ชื่อ “อันซาร์ อัลเลาะห์” ซึ่งแปลว่า พวกพ้องของพระเจ้า นำโดยฮุสเซน อัล-ฮูตี ที่ถูกสังหารไปเมื่อปี 2547 และปัจจุบัน อับดุล มาลิค อัล-ฮูตี น้องชายขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งผู้นำ



ในตอนแรกกลุ่มฮูตีก่อกบฏต่อต้านประธานาธิบดีอาลี อับดุลเลาะห์ ซาเลห์ เพื่อหวังมีอำนาจปกครองตนเองในพื้นที่ของชาวไซดีมากขึ้น แต่หลังจากเหตุการณ์อาหรับสปริงที่ทำให้ประธานาธิบดีซาเลห์ต้องลงจากตำแหน่งและส่งต่ออำนาจให้กับมือขวาของตัวเอง อับดรับบูห์ มานซูร์ ฮาดี กลุ่มฮูตีก็ฉวยจังหวะนี้เข้าควบคุมเมืองทางเหนือ ก่อนที่จะยึดอำนาจกรุงซานาเมืองหลวงของประเทศได้สำเร็จด้วยความช่วยเหลือของซาเลห์เองที่หันมาจับมือกับฮูตี จนกระทั่งฮาดีต้องลี้ภัยออกนอกประเทศไปในปี 2558



การผงาดขึ้นมาของฮูตีทำให้ซาอุดีอาระเบียกังวลว่าเยเมนจะกลายเป็นรัฐตัวแทนของอิหร่าน ทำให้ซาอุฯ และพันธมิตรเข้าแทรกแซงทางทหาร ตามมาด้วยการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ครั้งแรกในปี 2559 สมัยอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา หลังเรือรบของสหรัฐฯ ถูกโจมตีในทะเลแดง ต่อจากนั้นสหรัฐฯ ก็เปิดปฏิบัติการหนักขึ้นในสมัยของโจ ไบเดน และโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อต่อต้านการโจมตีเรือขนส่งในเส้นทางทะเลแดง จนกระทั่งสหรัฐฯ กับฮูตีสามารถตกลงหยุดยิงกันได้เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และเรือขนส่งก็เริ่มทยอยกลับมาใช้เส้นทางนี้อีกครั้ง

🔵[โลกส่อวิกฤต! ปิด 2 ช่องแคบ]


แต่แล้วฮูตีก็กลับมาอีกครั้งด้วยการเข้าร่วมสงครามอิหร่านเมื่อวานนี้ จากการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลถึง 2 ระลอกภายในเวลาห่างกันไม่กี่ชั่วโมง แม้อิสราเอลเอลจะอ้างว่าสามารถสกัดขีปนาวุธไว้ได้ทั้งหมด แต่ฮูตีก็ประกาศว่าจะไม่หยุดโจมตีจนกว่าศัตรูจะเลิกรุกรานอิหร่าน พร้อมเตือนด้วยว่า การปิด “ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ” คือ ทางเลือกที่สามารถทำได้จริง



คำขู่นี้สร้างความกังวลให้กับทั้งโลกทันที เพราะช่องแคบบับ เอล-มันเดบ คือเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 12% ของโลก เชื่อมต่อทะเลแดงกับอ่าวเอเดนออกสู่มหาสมุทรอินเดีย และเป็นทางเลือกในการขนส่งหลังสงครามส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด น้ำมันที่ส่งผ่านท่าเรือยันบูช่วงนี้เพิ่มสูงกว่าปกติถึง 4 เท่า



เส้นทางทะเลแดงซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของซาอุดีอาระเบียเป็นแผนของซาอุฯ ในการลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีการสร้างท่อส่งน้ำมันและก๊าซความยาวกว่า 1,200 กิโลเมตร พาดผ่านจากภาคตะวันออกสุดมายังตะวันตกสุด แต่ความเสี่ยงที่สุดของแผนนี้ก็คือการที่เยเมนตั้งอยู่ตรงปากของช่องแคบพอดี



ช่วงระหว่างปี 2565-2568 กลุ่มฮูตีได้โจมตีเรือถึง 178 ลำ โดยมี 4 ลำที่จมลงสู่ก้นทะเล และส่งผลให้เรือขนส่งต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางอ้อมแหลมกู้ดโฮปของแอฟริกาใต้ที่ยาวกว่าเดิมถึง 25% และแน่นอนว่าทำให้ต้นทุนค่าขนส่งแพงขึ้นทันตาเห็น



หากกลุ่มฮูตีสามารถปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบได้เมื่อไหร่ ก็จะเท่ากับว่าเป็นการควบคุม 2 ช่องแคบพร้อมกัน และจากวิกฤตน้ำมันก็อาจยกระดับสู่ “หายนะ” ที่ไม่ใช่สำหรับแค่คู่ขัดแย้งหรือภูมิภาคตะวันออกกลางเท่านั้น แต่จะเป็นหายนะระดับโลกที่ไม่ว่าประเทศไหนก็ยากจะรับมือ ดังนั้น นาทีนี้เราคนไทยทุกคนต้องรัดเข็มขัดให้แน่นครับ!