🔵[โลกส่อวิกฤต! ปิด 2 ช่องแคบ]
แต่แล้วฮูตีก็กลับมาอีกครั้งด้วยการเข้าร่วมสงครามอิหร่านเมื่อวานนี้ จากการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลถึง 2 ระลอกภายในเวลาห่างกันไม่กี่ชั่วโมง แม้อิสราเอลเอลจะอ้างว่าสามารถสกัดขีปนาวุธไว้ได้ทั้งหมด แต่ฮูตีก็ประกาศว่าจะไม่หยุดโจมตีจนกว่าศัตรูจะเลิกรุกรานอิหร่าน พร้อมเตือนด้วยว่า การปิด “ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ” คือ ทางเลือกที่สามารถทำได้จริง
คำขู่นี้สร้างความกังวลให้กับทั้งโลกทันที เพราะช่องแคบบับ เอล-มันเดบ คือเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 12% ของโลก เชื่อมต่อทะเลแดงกับอ่าวเอเดนออกสู่มหาสมุทรอินเดีย และเป็นทางเลือกในการขนส่งหลังสงครามส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด น้ำมันที่ส่งผ่านท่าเรือยันบูช่วงนี้เพิ่มสูงกว่าปกติถึง 4 เท่า
เส้นทางทะเลแดงซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของซาอุดีอาระเบียเป็นแผนของซาอุฯ ในการลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีการสร้างท่อส่งน้ำมันและก๊าซความยาวกว่า 1,200 กิโลเมตร พาดผ่านจากภาคตะวันออกสุดมายังตะวันตกสุด แต่ความเสี่ยงที่สุดของแผนนี้ก็คือการที่เยเมนตั้งอยู่ตรงปากของช่องแคบพอดี
ช่วงระหว่างปี 2565-2568 กลุ่มฮูตีได้โจมตีเรือถึง 178 ลำ โดยมี 4 ลำที่จมลงสู่ก้นทะเล และส่งผลให้เรือขนส่งต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางอ้อมแหลมกู้ดโฮปของแอฟริกาใต้ที่ยาวกว่าเดิมถึง 25% และแน่นอนว่าทำให้ต้นทุนค่าขนส่งแพงขึ้นทันตาเห็น
หากกลุ่มฮูตีสามารถปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบได้เมื่อไหร่ ก็จะเท่ากับว่าเป็นการควบคุม 2 ช่องแคบพร้อมกัน และจากวิกฤตน้ำมันก็อาจยกระดับสู่ “หายนะ” ที่ไม่ใช่สำหรับแค่คู่ขัดแย้งหรือภูมิภาคตะวันออกกลางเท่านั้น แต่จะเป็นหายนะระดับโลกที่ไม่ว่าประเทศไหนก็ยากจะรับมือ ดังนั้น นาทีนี้เราคนไทยทุกคนต้องรัดเข็มขัดให้แน่นครับ!