และอันที่จริง ปัญหาการตัดขาดตัวเองจากสังคมในญี่ปุ่น มันก็มีมานานก่อนโควิดระบาดเสียอีก โดยเชื่อมโยงกับปัญหาอื่นๆ เช่น วิกฤติจำนวนประชากรในญี่ปุ่นที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง นับจากเศรษฐกิจบูมในช่วงทศวรรษที่ 1980 อัตราการเจริญพันธุ์และตัวเลขเด็กเกิดใหม่ร่วงต่ำเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันมาหลายปี
ตัวเลขคนแก่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สวนทางกับอัตราการเกิดใหม่ ทำให้ญี่ปุ่นมีคนในวัยใช้แรงงานน้อยลง จนสร้างปัญหาทางเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นถึงกับเตือนว่า ประเทศใกล้จะรักษาความสมดุลทางสังคมไว้ไม่ได้แล้ว การที่ผู้คนตัดขาดจากสังคม ยังโน้มนำไปสู่ปัญหาที่ว่า คนในวัย 50 แต่ยังต้องพึ่งพาการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ในวัย 80
ปัจจัยอื่นที่เข้ามาข้องเกี่ยวก็เช่น ตัวเลขคนอยู่เป็นโสดมีมากขึ้น การแต่งงานและออกเดทมีน้อยลง ผู้คนหันไปพึ่งพาการพูดคุยในชุมชนออนไลน์แทนที่จะออกมาเจอกันตัวเป็นๆ
รัฐบาลญี่ปุ่นจึงแก้ปัญหาด้วยให้หน่วยงานระดับประเทศและท้องถิ่น เสนอบริการหลากหลาย เช่น การให้คำปรึกษาและไปเยี่ยมบ้านผู้ที่มีพฤติกรรมตัดขาดจากสังคม สนับสนุนการจัดหาบ้านให้คนแก่และวัยกลางคน แต่ทั้งหมดนี้ ก็ไร้ผล ในช่วงที่โควิดระบาด