พายุไซโคลน “เฟรดดี” ถล่มมาลาวี ดับเฉียด 100 ราย
14 มี.ค. 2566 | jurairat

มาลาวียืนยันมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 99 ราย หลังพายุไซโคลน “เฟรดดี” พัดถล่มภาคใต้ และรัฐบาลประกาศฉุกเฉินในพื้นที่ประสบภัยแล้ว
ต่างประเทศ
14 มี.ค. 2566 | jurairat

มาลาวียืนยันมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 99 ราย หลังพายุไซโคลน “เฟรดดี” พัดถล่มภาคใต้ และรัฐบาลประกาศฉุกเฉินในพื้นที่ประสบภัยแล้ว
คณะกรรมการบริหารจัดการภัยพิบัติของมาลาวี เปิดเผยว่า มีรายงานผู้เสียชีวิต 99 รายใน 7 เขต เนื่องจากพายุ “เฟรดดี” พัดขึ้นฝั่งมาลาวีเมื่อวันจันทร์ โดยเมืองแบลนไทร์ ที่เป็นศูนย์กลางการค้าของประเทศ มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 85 ราย และผู้บาดเจ็บอีก 134 ราย และเตือนว่า จำนวนผู้เคราะห์ร้ายจะเพิ่มสูงขึ้นอีก
พายุทำให้เกิดลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันในวงกว้าง และดินหินถล่มจากเนินเขาลงมาทับบ้านเรือน ส่งผลให้ประชาชนหลายพันคนไร้ที่อยู่อาศัย พายุยังทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่น เกิดไฟฟ้าดับเกือบทั้งประเทศตั้งแต่เช้าวันจันทร์
รัฐบาลได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด 10 เขตเพื่อให้สามารถจัดสรรความช่วยเหลือจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังร้องขอให้ประชาชนในประเทศ และนานาชาติให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยด้วย ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการสั่งปิดโรงเรียนใน 10 เขตที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันพุธ
พายุไซโคลน “เฟรดดี” เป็นหนึ่งในพายุที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยพัดปกคลุมซีกโลกใต้ และสร้างสถิติเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีอายุยาวนานที่สุด พายุเคลื่อนตัวในมหาสมุทรอินเดียนาน 34 วันแล้ว แซงหน้าพายุเฮอร์ริเคนจอห์น ที่มีอายุ 31 วันในปี 2537
พายุ “เฟรดดี” ก่อตัวในมหาสมุทรอินดียตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. พายุได้สร้างความเสียหายในโมซัมบิกและมาดากัสการ์ช่วงปลายเดือนก.พ. และขึ้นฝั่งซ้ำในโมซัมบิกเป็นรอบที่สองเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 27 ราย และประชาชนหลายพันคนไร้ที่อยู่อาศัยในสองประเทศ และพายุพัดขึ้นฝั่งที่มาลาวีด้วยความเร็ว 150 กม./ชม. เมื่อวันจันทร์