หลายคนคุ้นชินกับอาการปวดคอ ปวดหลัง หรือปวดร้าวลงแขนขา จนมองว่าเป็นเพียงความเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานนาน ยกของหนัก หรือใช้ร่างกายมากเกินไป แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะเส้นประสาทถูกกดทับ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ความผิดปกติของระบบประสาท และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้
นพ.ศรัณย์ จินดาหรา แพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ (spine and Joint hospital) ระบุว่า ภาวะเส้นประสาทถูกกดทับเป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดคอ ปวดหลัง ปวดร้าวลงแขนหรือขา อาการชา และกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยมักเกิดจากความผิดปกติของกระดูกสันหลังหลายรูปแบบ ทั้งจากการเสื่อมตามวัยหรือการใช้งานร่างกายอย่างหนักเป็นเวลานาน
4 สาเหตุสำคัญของภาวะเส้นประสาทถูกกดทับ
1. หมอนรองกระดูกปลิ้นหรือเคลื่อน
หมอนรองกระดูกทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกระหว่างกระดูกสันหลัง เมื่อเกิดการเสื่อม ฉีกขาด หรือเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม จะไปกดเบียดรากประสาท ทำให้เกิดอาการปวดร้าวตามแนวเส้นประสาท
หากเกิดบริเวณกระดูกคอ มักมีอาการปวดคอ ร้าวลงแขน ชามือ หรือแขนอ่อนแรง ส่วนผู้ที่มีปัญหาบริเวณกระดูกเอว มักปวดหลัง ร้าวลงขา ชาเท้า หรือขาอ่อนแรง
2. กระดูกสันหลังเสื่อมจนช่องเส้นประสาทตีบแคบ
เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างต่าง ๆ ของกระดูกสันหลัง เช่น หมอนรองกระดูก ข้อต่อ เอ็น และกระดูก จะค่อย ๆ เสื่อมสภาพ ทำให้เกิดกระดูกงอก เอ็นหนาตัว หรือหมอนรองกระดูกยุบ ส่งผลให้ช่องทางเดินของเส้นประสาทแคบลง เกิดภาวะช่องโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ
ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลังเรื้อรัง ปวดร้าวลงขา ชา หรือขาอ่อนแรง เดินได้ระยะสั้นลง โดยอาการมักกำเริบเมื่อยืนหรือเดินนาน และดีขึ้นเมื่อได้นั่งพักหรือก้มตัว