เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

เตือนรับหน้าฝน! “โรคมือเท้าปาก” ระบาด รู้ทันอาการ สังเกตสัญญาณอันตราย และวิธีป้องกันลูกน้อย

30 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

เตือนรับหน้าฝน! “โรคมือเท้าปาก” ระบาด รู้ทันอาการ สังเกตสัญญาณอันตราย และวิธีป้องกันลูกน้อย

เตือนผู้ปกครองและสถานศึกษาเฝ้าระวัง "โรคมือเท้าปาก" ระบาดหนักช่วงเปิดเทอมรับหน้าฝน ชี้เด็กเล็กเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิต

เตือนผู้ปกครองและสถานศึกษาเฝ้าระวัง "โรคมือเท้าปาก" ระบาดหนักช่วงเปิดเทอมรับหน้าฝน ชี้เด็กเล็กเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิต

KEY

POINTS

  • โรคมือเท้าปากมักระบาดในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่ไปโรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก
  • อาการเบื้องต้นคือมีไข้ มีแผลในปาก และมีตุ่มน้ำใสหรือผื่นขึ้นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ซึ่งส่วนใหญ่หายได้เองใน 7-10 วัน
  • ผู้ปกครองควรเฝ้าระวังสัญญาณอันตราย เช่น ไข้สูงไม่ลด ซึม อาเจียนบ่อย หรือชัก เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
  • วิธีป้องกันที่สำคัญคือการรักษาสุขอนามัย เน้นการล้างมือให้สะอาด ทำความสะอาดของเล่น และแยกเด็กป่วยออกจากกลุ่มเพื่อลดการแพร่เชื้อ

ในช่วงฤดูฝนของทุกปี นอกจากโรคไข้หวัดและโรคติดเชื้อทางเดินหายใจแล้ว อีกหนึ่งโรคที่มักพบการระบาดในเด็กเล็กคือ โรคมือเท้าปาก โดยเฉพาะหลังเปิดภาคเรียนที่เด็กต้องทำกิจกรรมร่วมกันในโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก ทำให้มีโอกาสสัมผัสและแพร่กระจายเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ

แพทย์หญิงจินตนา คำภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี เตือนให้ผู้ปกครอง ครู และผู้ดูแลเด็ก เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังโรคมือเท้าปากอย่างใกล้ชิด โดยแม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน แต่ในเด็กบางราย โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 5 ปี อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

 

โรคมือเท้าปาก คืออะไร?

โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot and Mouth Disease: HFMD) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี แม้ว่าจะสามารถพบในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ได้ แต่ส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง

โรคนี้มักระบาดเป็นกลุ่มในโรงเรียนอนุบาล ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานรับเลี้ยงเด็ก เนื่องจากเด็กอยู่ใกล้ชิดกัน ใช้ของเล่นและอุปกรณ์ร่วมกัน รวมทั้งยังมีพฤติกรรมหยิบของเข้าปาก ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้ง่าย

 

ทำไมช่วงหน้าฝนจึงเสี่ยงระบาดมาก?

ข้อมูลจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคระบุว่า โรคมือเท้าปากมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นประจำในช่วงเดือน มิถุนายนถึงสิงหาคม ซึ่งตรงกับฤดูฝน และเป็นช่วงเปิดภาคเรียน

เมื่อเด็กกลับมาเรียนร่วมกัน มีการเล่น สัมผัส และใช้อุปกรณ์ร่วมกัน จึงทำให้เชื้อสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว หากไม่มีมาตรการคัดกรองหรือแยกเด็กป่วยออกจากกลุ่ม

โรคมือเท้าปากติดต่อได้อย่างไร?

เชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายได้หลายช่องทาง ได้แก่

  • สัมผัสน้ำมูกและน้ำลายของผู้ป่วย
  • สัมผัสน้ำจากตุ่มพองหรือตุ่มน้ำใส
  • สัมผัสอุจจาระของผู้ป่วย โดยเฉพาะขณะเปลี่ยนผ้าอ้อม
  • จับของเล่น เครื่องใช้ หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ แล้วนำมือมาสัมผัสปาก จมูก หรือดวงตา
  • ด้วยเหตุนี้ การล้างมืออย่างถูกวิธีจึงเป็นมาตรการสำคัญที่สุดในการลดการแพร่เชื้อ

 

อาการของโรคมือเท้าปากที่ผู้ปกครองควรรู้

อาการเริ่มต้นมักคล้ายไข้หวัดทั่วไป ก่อนจะมีลักษณะเฉพาะของโรคตามมา ได้แก่

  • มีไข้
  • มีแผลหรือจุดแดงภายในช่องปาก เช่น ลิ้น เพดานปาก หรือกระพุ้งแก้ม
  • มีตุ่มน้ำใสหรือผื่นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า
  • อาจพบผื่นที่ลำตัวหรือก้น
  • เด็กงอแง ร้องไห้ง่าย
  • เจ็บปาก ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มนม
  • น้ำลายไหลมากกว่าปกติ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายได้เองภายในประมาณ 1 สัปดาห์ถึง 10 วัน โดยการรักษาเป็นการรักษาตามอาการ เช่น ลดไข้ ดูแลให้ดื่มน้ำเพียงพอ และรับประทานอาหารอ่อน

 

สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

แม้โรคมือเท้าปากส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง แต่ในเด็กบางราย โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท หัวใจ หรือระบบทางเดินหายใจได้

หากพบอาการต่อไปนี้ ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที

  • ไข้สูงต่อเนื่อง
  • รับประทานอาหารและดื่มน้ำได้น้อยมาก
  • ซึมลง ไม่ร่าเริง
  • ชักหรือมีอาการเกร็ง
  • อาเจียนบ่อย
  • หายใจเร็วหรือหอบเหนื่อย

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะสมองอักเสบ หรือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กควรป้องกันอย่างไร?

การป้องกันโรคในสถานศึกษาเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดการระบาด โดยมีแนวทางดังนี้

  • คัดกรองเด็กทุกเช้าก่อนเข้าเรียน หากพบเด็กมีไข้ มีแผลในปาก หรือมีตุ่มน้ำใสที่มือและเท้า ควรแยกออกจากเด็กคนอื่นทันที พร้อมแจ้งผู้ปกครองรับกลับบ้าน และให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายดี

  • หากพบผู้ป่วยตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปในห้องเรียนเดียวกันภายใน 1 สัปดาห์ ควรปิดห้องเรียนอย่างน้อย 1 วัน เพื่อทำความสะอาดครั้งใหญ่ พร้อมเฝ้าระวังและคัดกรองเด็กในห้องเรียนอย่างเข้มงวดต่อเนื่องอีก 1 สัปดาห์

  • ทำความสะอาดของเล่นและพื้นที่ส่วนรวมอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสม เช่น สบู่ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือสารละลายคลอรีนที่ผสมตามอัตราส่วนที่แนะนำ

  • ปลูกฝังสุขอนามัยที่ดีให้เด็กและผู้ดูแล โดยเฉพาะการล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรือสิ่งขับถ่ายของเด็ก

 

ผู้ปกครองช่วยป้องกันโรคได้อย่างไร?

การป้องกันโรคมือเท้าปากเริ่มต้นได้จากการดูแลสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน ได้แก่

  • ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำ ช้อน หรือผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน
  • ทำความสะอาดของเล่นและของใช้เด็กเป็นประจำ
  • หากลูกมีไข้หรือสงสัยป่วย ควรหยุดเรียนทันที
  • ให้เด็กพักรักษาตัวอยู่บ้านจนหายดี เพื่อลดการแพร่เชื้อไปสู่เพื่อนร่วมชั้น

 

อย่าประมาท แม้เป็นโรคที่พบได้บ่อย

โรคมือเท้าปากเป็นโรคที่พบได้เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและหลังเปิดภาคเรียน แม้ว่าส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การแยกเด็กป่วยออกจากกลุ่ม และการรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดการแพร่ระบาดและป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากผู้ปกครองมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคมือเท้าปาก หรือการดูแลผู้ป่วย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวล่าสุด