เนชั่นทีวี

Business thai

ลุ้นหุ้นไทยไปต่อ ! หลังเม็ดเงินต่างชาติไหลกลับ 1.7 หมื่นล้าน ในรอบ 13 เดือน

26 ก.พ. 2567 | sukanya_san

ลุ้นหุ้นไทยไปต่อ ! หลังเม็ดเงินต่างชาติไหลกลับ 1.7 หมื่นล้าน ในรอบ 13 เดือน

โบรกมองหุ้นไทยสัปดาห์นี้ไปต่อ หลังเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามาใน SET Index  ซื้อสุทธิเดือนก.พ. 17,000 ล้านบาทครั้งแรกในรอบ 13 เดือน จากที่ขายสุทธิ 39,000 ล้านบาท หลังตลท.ออกมาตรการยกระดับความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน หุ้นตัวไหนน่าซื้อเก็งกำไรตามไปดูกันเลย

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ รองผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยสัป ดาห์นี้กับ  Nation STORY ว่า มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีแนวรับที่ 1,380  จุด  และแนวต้านแรกที่ 1,410 จุด และแนวต้านถัดไปที่ 1,430  จุด  หลังจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยมูลค่าการซื้อขายบางวันสูงถึง 5-6 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เห็นชอบมาตรการยกระดับความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ทั้ง short selling และ program trading รวมถึงเพิ่มมาตร การเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณชน  ประกอบกับจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามาเอเชียรวมถึงไทยเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ 1 ก.พ.-22 ก.พ. พบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิอยู่ที่ 17,000 ล้านบาทในรอบ 13 เดือน จากต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 39,000 ล้านบาท ซึ่งจากเป็นผลมาจากกระแสข่าวการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทจดทะเบียนบางราย และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/66 ชะลอตัวทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น  

ลุ้นหุ้นไทยไปต่อ ! หลังเม็ดเงินต่างชาติไหลกลับ 1.7 หมื่นล้าน ในรอบ 13 เดือน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

  • ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของยุโรป เดือนก.พ.
  •  ดัชนี PMI ของจีน ตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 49.3 จากเดิมอยู่ที่ 49.2 โดยมองว่าเศรษฐกิจจีนที่เริ่มฟื้นตัวจากการออกมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจของรัฐบาลจีน
  • นโยบายฟรีวีซ่าระหว่างไทยกับจีน ซึ่งมีผลในวันที่ 1 มี.ค.นี้
  • ประกาศงบไตรมาส 4/66 และปี 66 โค้งสุดท้าย

ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลรายงานผลการดำเนินการไตรมาส 4/66 ของบริษัทจดทะเบียน 319 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 72% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด โดยมีมาร์เก็ตแคป 1.6 แสนล้านบาทพบว่า กำไรลดลง 31% หากเทียบ QOQ แต่เพิ่มขึ้น 26% หากเทียบ YOY และงบที่ออกมาจาก 7 ใน 10 บริษัท ส่วนใหญ่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์

 

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำหุ้น

  • ITC  ราคาเป้าหมาย 23 บาท รับผลบวกจากตัวเลขส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเดือนม.ค.โต 10%หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • AP ราคาเป้าหมาย 16 บาท หุ้นที่จ่ายปันผลดี
  • IVL  ราคาเป้าหมาย 34 บาท  รับผลดีจากเศรษฐกิจจีนฟื้น
  • EA ราคาเป้าหมาย 55  บาท  รับข่าวบวกจากเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้ามาแรง

ลุ้นหุ้นไทยไปต่อ ! หลังเม็ดเงินต่างชาติไหลกลับ 1.7 หมื่นล้าน ในรอบ 13 เดือน

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย (PI)  เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้กับ Nation STORY ว่า วันศุกร์ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าส่งออกประจำเดือน ม.ค. ขยายตัว 10%YoY สอดคล้องกับหลายๆประเทศในเอเชียตามทิศทางการค้าของโลกที่ฟื้นตัว จากภาวะเงินเฟ้อประกอบกับฐานต่ำในปีก่อน

ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรขยายตัว 9.2%YoY และเป็นการขยายตัวในเกือบทุกๆสินค้าเกษตรมีเพียง ผลิต ภัณฑ์มันสำปะหลัง (-27%YoY) น้ำตาลทราย (-16%YoY) ไขมันสัตว์ (-59%YoY) สำหรับสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 10%YoY และเป็นการขยายตัวในเกือบทุกสินค้า มีเพียง รถยนต์ อุปกรณ์ (-4.7%YoY) เครื่องปรับอากาศ (-10% YoY) ทั้งนี้มองเป็นบวกกับหุ้นในกลุ่มส่งออกสินค้าอาหาร (ITC ,TU) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (HANA)

สำหรับสัปดาห์นี้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯประกอบไปด้วย 1. ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB ในวันอังคาร Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 114.8

2.เงินเฟ้อ (PCE) และคนขอสวัสดิการว่างงานในวันพฤหัส บดี Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 2.4%YoY และ 2.09 แสนราย หากรายงานแล้วแย่กว่าคาดเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาด

3. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (ISM PMI) ในวันศุกร์ Bloom berg Consensus ประเมินไว้ที่ 49.5 สำหรับปัจจัยในประเทศติดตามช่วงสุดท้ายของผลประกอบการ 4Q23

ข้อมูลล่าสุดของ SET100 รายงานออกมาแล้ว 64 บริษัทหรือคิดเป็นกว่า 64% Market Capitalization ของ SET INDEX พบว่ากลุ่มที่ผลประกอบการเติบโต ได้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและส่วนใหญ่ดีกว่านักวิเคราะห์คาดได้แก่กลุ่มค้าปลีก (GLOBAL, CPALL ,MOSHI) ร้านอาหาร (M) การเงิน (MTC) เครื่องดื่ม (CBG, ICHI)

ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอุตสาหกรรมเน้นขายสินค้าหรือบริการในประเทศ เมื่อมองไปข้างหน้ากลุ่ม Domestic Play จะยังคงน่าสนใจต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในและการท่องเที่ยว

สัปดาห์นี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,370 – 1,410 จุด  พร้อมแนะติดตามภาวะเศรษฐกิจไทยกับดุลบัญชีเดินสะพัดในวันพฤหัสบดีช่วงบ่ายจากธนาคารแห่งประเทศไทย Bloomberg Consensus คาดขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 422 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ด้านเชิงกลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนเชิง Trading แนะเริ่มต้น Take Profit เพราะตลาดรับรู้ปัจจัยบวกต่างๆไปมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการรวมถึงตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ขยายตัวเด่นจากช่วงเทศกาลตรุษจีน พร้อมแนะนำเริ่มพิจารณาเป็นรายตัวเน้นที่ผลประกอบการมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง อาทิ (BJC, CPALL ,CPAXT, HMPRO) ศูนย์การค้า (CPN) การเงิน (MTC ,SAWAD ,TIDLOR) ท่องเที่ยว (AOT, CENTEL ,MINT)

ข่าวล่าสุด