svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเงิน-การลงทุน

แรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปหนุน "หุ้นไทย" ปิดพุ่ง 12.54 จุด

21 กุมภาพันธ์ 2567
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

ตลาดหุ้นไทยพุ่ง 12.54 จุด สอดรับจีน-ฮ่องกงที่ปิดเขียวสดใส หลังจากธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี ผนวกแรงซื้อหุ้นในกลุ่มแบงก์-การเงิน-สื่อสารหนุนดัชนี ประเมินกรอบพรุ่งนี้ 1,380- 1,404 จุด 

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. กรุงศรีพัฒนสิน เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,393.61 จุด บวก 12.54 จุด หรือ 0.91% โดยระหว่างวันดัชนีเคลื่อนไหวสูงสุด 1,395.11 จุด ต่ำสุด 1,379.02 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 64,865.89 ล้านบาท กับ Nation STORY ว่า

ตลาดหุ้นไทยปิดพุ่ง 12.49 จุด +0.91%  สอดคล้องกับตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง หลังจากธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ซึ่งมาตรการดังกล่าวช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย  ผสานกับมูลค่าการซื้อขายเร่งขึ้นมาที่ 6.47 หมื่นล้านบาท

 โดย Sector ที่ปรับขึ้นและหนุนดัชนีหลักๆ คือกลุ่มธนาคาร SCB, KBANK กลุ่มพลังงาน PTTEP, PTT กลุ่มการเงิน MTC, SAWAD, TIDLOR ฯลฯ  ส่วนกลุ่มที่กดดัชนีหลักๆคือ กลุ่ม ICT (JTS)  

โดยหุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นคือ หุ้น  PTTGC +4.7%, IVL +2.55%, NER +2.75%,  SCGP +1.74%, XIAOMI80 +2.46%, BABA80 +0.6% 

หุ้นที่เชื่อมโยงจีนปรับขึ้นในทางเดียวกัน  มีจิตวิทยาบวกตามตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงที่ปรับขึ้นแรง รับข่าว  1. ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ่และตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น ประกาศระงับบัญชีของกองบริหารความเสี่ยงด้วยข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Hedge Fund) ของบริษัท Ningbo Lingjun Investment Management เป็นเวลา 3 วัน (19 – 21 ก.พ.)  2. แบงก์จีนปล่อยสินเชื่ออสังหาฯ 1.7 หมื่นล้านดอลล์ ภายใต้โครงการ "Whitelist”  




 

แรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปหนุน "หุ้นไทย" ปิดพุ่ง 12.54 จุด

 

〽️SAWAD +3.11%

กลุ่มจำนำทะเบียนปรับขึ้นในทางเดียวกัน  ปัจจัยบวกจากมุมมองดอกเบี้ยในประเทศเริ่มมีทิศทางลงหลังจากวันนี้การประมูลพันธบัตรรัฐบาลไทยสะท้อน อิง Bloomberg ล่าสุด (วันนี้) พันธบัตรปี 2029 อัตราผลตอบแทนอยู่ที่  2.242%  ลดลงจากวันที่ 10 ม.ค.24  อัตราผลตอบแทนอยู่ที่  2.402%   แนะนำกลุ่มจำนำทะเบียน Trading SAWAD([email protected])

🏢SCB +6.7% 

ปรับขึ้นรับการจ่ายปันผล  2H23 ของ SCB เพราะจ่ายปันผลในระดับสูงที่ 7.84 บ./หุ้น สูงกว่าเราคาดที่ 5.00 บ./หุ้น ทำให้เงินปันผลทั้งปีอยู่ที่ 10.34 บ./หุ้น คิดเป็น payout ratio สูงถึง 80% จากปี 2023 ที่ 60%  โดยเรา คงน้ำหนักการลงทุนเป็น NEUTRAL สำหรับกลุ่มธนาคาร เพราะ i) คาด NIM ผ่านจุดสูงสุดมาแล้วใน 4Q23 หลังจากนั้น NIM มีแนวโน้มทรงตัวถึงปรับระดับลดลง ii)  กำไรสุทธิปี 2024F คาดเติบโตช้าลงที่ +5% y-y จากปี 2023 ที่ +18% y-y และ ROE ปี 2024F คาดทรงตัวที่ 8.8%  iii) ธนาคารมีความเสี่ยงเรื่องคุณภาพสินทรัพย์มากขึ้น จากความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และปัญหาการผิดนัดชำระหุ้นกู้ของบริษัท

🛠DOHOME  +7.2%

ปรับขึ้นเด่นรับรายงานกำไรสุทธิ 4Q23 ที่ 197 ลบ. (+485%y-y, +117%q-q) ดีกว่าตลาดคาด +15% เพราะมีรับรู้รายได้สนับสนุนการขายคู่ค้ามากขึ้น เราคงคาดกำไรปกติปี 24F ฟื้นตัวเด่น +98% เป็น 1.06 พันลบ.หนุนจากฐานต่ำ โดยแม้มีปรับยอดขายปี 24F ลงจากการเลื่อนเปิดสาขา แต่จะมีแรงหนุนจากมุมมองมาร์จิ้นที่ดีขึ้นมาทดแทน ขณะที่โมเมนตั้มกำไร 1Q24F โตต่อ q-q และลุ้นโต y-  คงแนะนำ BUY โดย TP24F ที่ 12.80 บ.

🔅BBIK  +1.78% 

Positive ต่อข้อมูลที่ประชุม 1) เหตุผลการจ่ายหุ้นปันผล 2) Backlog ทั้ง BBIK และ JV ปรับเพิ่มขึ้น 3) ตลาดต่างประเทศมีโอกาสขยายตัวได้ดี คงคาดกำไรปี 2024F โตสูง 48% แนะนำ ซื้อ BBIK (Buy, TP-154)

◾️XO +8.23% 

รับรายงาน กำไรสุทธิ 4Q23 ที่ 228 ลบ. (+178%y-y, -8%q-q) เพิ่มแรง y-y จากรายได้ทั้งยุโรป + ทวีปอเมริกา แต่ลด q-q จากรายได้ยังทำได้ดี +16% q-q จากลูกค้ายุโรป +23% ส่วนอเมริกา -2% แต่มี SG&A สูงขึ้น โดยรวมกำไรปกติปี 23 เติบโตแรง +127% และมองปี 24F ยังทรงตัวในระดับสูง คงแนะนำ “Neutral” จาก TP24F 28.25 บาท อิง PER15x  ทั้งนี้ ประกาศปันผล 2H23 0.53 บาท/หุ้น (Yield 2.3%, XD 7 มี.ค., จ่าย 15 พ.ค.)      

🏠SPALI 5.05% 

รับ dividend yield (เฉพาะ 2H23F) ที่ 3.8% สูงกว่าคาด สำหรับแนวโน้มกำไรสุทธิ 2024F เราคงที่ 6.58 พันลบ. (+10% y-y) ตามแนวโน้มการโอนและ % GPM ที่ดีขึ้น จากแผนเปิดโครงการใหม่ปี 2024F สูงถึง 50.0 พันลบ. (+69% y-y) และคาดรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเงินลงทุนฯ เพิ่มขึ้นใน Australia ถึงแม้คง Trading Buy แต่ราคาหุ้นระยะสั้นคาดถูกกดดันจาก 1Q24F outlook ที่ยังไม่ดี

🛢SPRC +4.05% 

วันนี้มี analyst meeting โทน Slightly positive เรามอง 1Q24F ผลประกอบการฟื้น q-q เด่นกว่ากลุ่ม  (ฐานต่ำ) และ 2024F กำไรฟื้น y-y Vs. กลุ่มโรงกลั่นด้วยกันที่ลดลง y-y คงมุมมอง PBV ยังไม่สูง ซื้อขายเฉลี่ย 0.9 เท่าในช่วง 2024-25F ใกล้เคียงช่วงที่มีผลขาดทุนอย่าง 2Q23 และ 2019 ที่มีปิดซ่อมใหญ่  Buy, TP24F ที่ 10.5 บาท

ด้านมูลค่าการซื้อขายวันนี้พบว่า นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 6,312.47 ล้านบาท บัญชีบล.ซื้อสุทธิ  262.87 ล้านบาทในประเทศขายสุทธิ 5,735.10 ล้านบาท สถาบันขายสุทธิ  840.24 ล้านบาท

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

SCB มูลค่าการซื้อขาย 6,352.30 ล้านบาท ปิดที่ 111.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท

ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 2,532.71 ล้านบาท ปิดที่ 205.00 บาท ลดลง 2.00 บาท

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,425.27 ล้านบาท ปิดที่ 124.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท

CPALL มูลค่าการซื้อขาย 2,032.82 ล้านบาท ปิดที่ 57.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,697.54 ล้านบาท ปิดที่ 154.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท

แรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปหนุน "หุ้นไทย" ปิดพุ่ง 12.54 จุด

logoline