ปัจจัยต่างประเทศที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทย
• ติดตามการให้ความเห็นคณะกรรมการ Fed ระหว่างสัปดาห์
• 20 ก.พ. ติดตามการประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกหนี้ชั้นดีของจีน ตลาดคาดอายุ 1 ปี ปรับลง -2 bps สู่ระดับ 3.43% และอายุ 5 ปี ปรับลง -5 bps สู่ระดับ 4.15%
• 21 ก.พ. ติดตามรายงานการประชุม Fed รอบ ม.ค.
• 21 ก.พ. ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.พ.ของยุโรป ตลาดคาด -15.8 จุด จากเดิมอยู่ที่ -16.1 จุด
• 22 ก.พ. ติดตาม PMI ภาคการผลิต ก.พ. (เบื้องต้น)ของสหรัฐฯ คาด 50.1 จุด จากเดิมอยู่ที่ 50.7 จุด PMI ภาคบริการ ก.พ. (เบื้องต้น) คาด 52 จุด จากเดิมอยู่ที่ 52.5 จุด
• 22 ก.พ. ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯ เดือน ม.ค. คาด +5%m-m จากเดิม -1%
• 22 ก.พ. PMI ภาคผลิต ก.พ.ของยุโรป รายงานเบื้องต้น ตลาดคาด 50.1 จุด จากเดิมอยู่ที่ 50.7 จุด และ PMI ภาคบริการ ตลาดคาด 48.7 จุด จากเดิมอยู่ที่ 48.4 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• 18 ก.พ. ติดตามสศช. ประกาศ GDP ไทยงวด 4/66 ตลาดคาด 1.5%y-y vs prev. 1.5%y-y
• การประกาศงบไตรมาส 4/66 หุ้นหลักที่น่าสนใจ คือ TU (ตลาดคาดพลิกขาดทุน y-y,q-q -9.5 พันล้านบาท) จะเป็นจุดต่ำสุด, BDMS (ตลาดคาด 18.3%y-y, -5.3%q-q), BJC (KCS คาด 0.4%y-y, 136%q-q) , AAV (ตลาดคาด -33%y-y, พลิกกำไร q-q) CPALL (ตลาดคาด+46%y-y, +3.5%q-q), IVL (ตลาดคาดพลิกกำไร y-y, +944%q-q)
หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ
• BJC (TP36): CPAXT กำไรเด่นบ่งชี้การบริโภคฟื้นตัวทั่วถึงขึ้น คาดดีต่อ BJC ด้วย
• CPALL (TP76) : ลุ้นรับภาพบวกกำไร 4Q23F ดีกว่าตลาดคาด หลัง CPAXT เด่น
• MINT (TP40): เศรษฐกิจยุโรปเริ่มฟื้นตัวเร่ง บวกต่อ MINT ที่มีรายได้ยุโรป 50%