svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเงิน-การลงทุน

เปิดโพยหุ้น "บิ๊กแคป" ตัวไหนเด่นน่าเก็งกำไร

11 กุมภาพันธ์ 2567

โบรกประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งไซด์เวย์ ระวังหลุดต่ำกว่า 1,380 จุด เป็นสัญญาณลบต่อ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ หากต่ำกว่าตลาดคาดการณ์เป็นบวกต่อตลาดหุ้นในระยะสั้น -การประกาศงบปี 66 เรียลเซกเตอร์ แนะลงทุนหุ้นบิ๊กแคปตัวไหนแจ่มตามไปส่องกันเลย

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. กรุงศรีพัฒนสิน เปิดเผยกับ Nation STORY ว่า  ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ แกว่งไซด์เวย์-ไซด์เวย์อัพ  ประเมินแนวต้านแรกที่ 1,405 จุด แนวต้านถัดไปที่ 1,417 จุด แนวรับแรกที่ 1,386 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,372 จุด

ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือ รายงานเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ แม้เป็นไปได้ที่อาจจะสูงกว่าตลาดคาด แต่มีข้อดีที่ตลาดทยอยสะท้อนความเสี่ยงดังกล่าวล่วงหน้าผ่านรายงานเศรษฐกิจระยะหลังที่แข็งแกร่งไปแล้ว ทำให้โอกาสสิน ทรัพย์เสี่ยงตอบรับเชิงลบมีจำกัด ส่วนภายใน เรื่องหลักจะอยู่ที่รายงานกำไร 4Q23F ที่จะเริ่มหนาแน่นขึ้น

โดยจะมีภาพบวกหุ้น Big Cap ฝั่งภาคบริการ อาทิ AOT, CPAXT ซึ่งล้วนยังมี Outlook ปี 2024 เด่นต่อ ซึ่งหุ้นเด่นประกอบด้วย 1. กลุ่มอิงภาคบริการ บริโภค ท่องเที่ยว เน้น AOT, AAV, MINT, CPALL, CPAXT, CRC 2. กลุ่มวงจรดอกเบี้ยขาลงหนุน เช่าซื้อ Growth เน้น INSET, BBIK โรงไฟฟ้า GPSC หนี้สูง MINT, TRUE

ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทย

•    ติดตามการให้ความเห็นคณะกรรมการ Fed ระหว่างสัปดาห์

•   13 ก.พ.ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ม.ค. ตลาดคาด 2.9%y-y ชะลอจาก 3.4% ในเดือนก่อน และ Core CPI  คาด +0.3%m-m ทรงตัว นอกจากนี้ ติดตามผลกระทบจากการทบทวนน้ำหนักตะกร้าหมวดก่อสร้าง,พลังงานในการคำนวณใหม่

•    14 ก.พ. ติดตามรายงาน GDP 4Q23 ของยุโรป คาดทรงตัว q-q +0.1%y-y  

•   15 ก.พ. ยอดค้าปลีกเดือนม.ค. ของสหรัฐฯ ตลาดคาด -0.2%m-m จากเดิมอยู่ที่ +0.6%m-m

•    15 ก.พ. รายงาน GDP 4Q23 ของญี่ปุ่น  คาดทรงตัว q-q +0.3%q-q +3.9%y-y จาก เดิมอยู่ที่  -0.7%q-q +5.3%y-y

•  16 ก.พ. ที่อยู่อาศัยเริ่มสร้างของสหรัฐฯ ตลาดคาด ทรง m-m จากเดิมอยู่ที่ -4.3%m-m และความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.พ. (เบื้องต้น) ตลาดคาด 79 จุด ทรงตัวจากเดิม

•   รายงานกำไร 4Q23F หุ้นหลักคาดรายงานกำไรเด่นน่าสนใจ คือ AOT (KCS คาด +1577%y-y, +67%q-q), CPAXT (+25%y-y, + 85%q-q), MC (+12%y-y. +10%q-q)

•   ติดตามรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวรายสัปดาห์ (ทุกอังคาร)

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ  

•  AOT (TP73.25):  รับภาพบวกความคึกคักเทศกาลตรุษจีนและรายงานกำไรคาดเด่น

•  CPAXT (TP34) : ภาพบวกกำไร 4Q23F รายงานสัปดาห์หน้าทำจุดสูงสุดใหม่

•  MINT (TP40): กำไรมี Upside จากแผนลดหนี้และ Demand ที่ท่องเที่ยวฟื้นเร่ง

เปิดโพยหุ้น "บิ๊กแคป" ตัวไหนเด่นน่าเก็งกำไร

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย (PI)  เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้กับ Nation STORY ว่า ในช่วงที่ผ่านมาราว 1 สัปดาห์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 2,10 ปี ปรับตัวขึ้น เพราะตลาดแรงงานในสหรัฐที่ดูร้อนแรงจากการรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ บ่งชี้ว่านักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักกับเงินเฟ้อและดอกเบี้ยอีกครั้ง

สำหรับสัปดาห์นี้จึงจำเป็นต้องติดตามปัจจัยที่ผลต่อดอกเบี้ย ได้แก่ เงินเฟ้อสหรัฐฯในวันอังคาร Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ระดับ 2.9%YoY , 0.2%MoM และเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 3.7%YoY , 0.2%MoM  แม้เงินเฟ้อทั่วไปจะปรับลงต่อเนื่องจากระดับ 9%YoY ลงมาที่ระดับ 2.9% ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี แต่ก็ยังไม่ลงมาตามเป้าหมายที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องการที่ระดับ 2%YoY

ดังนั้นหากเงินเฟ้อรายงานมาต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ อาจเป็นบวกกับตลาดระยะสั้น แต่ไม่น่าจะเปลี่ยนมุมมองด้านดอกเบี้ยแต่อย่างใด ความเห็นล่าสุดจาก CME FED Watch ให้น้ำหนักราว 84% ที่ FED จะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มี.ค. และน้ำหนักราว 52% ที่ FED จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน พ.ค.

ด้านปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯในวันพฤหัส บดี Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ -0.2% MoM และวันศุกร์ติดตามดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 0.7%YoY , 0.1%MoM ส่วนปัจจัยในประเทศ มีเพียงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน 4Q23

สำหรับการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วงตรุษจีนรัฐบาลระบุว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีน (8 ก.พ.) เพียงวันเดียวมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดมากกว่า 1 แสนคน โดยเป็นนักท่องเที่ยวจีนมากสุด ตามมาด้วยมาเลเซีย

นอกจากนี้ผลสำรวจจาก Dida Travel ต่อเป้าหมายการเดินทางออกของนักท่องเที่ยวจีนช่วงตรุษจีนยังระบุด้วยว่าไทยเป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ จึงยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT ,CENTEL ,ERW ,MINT) และค้าปลีก (BJC ,CPALL, CPAXT)

สัปดาห์นี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,370 – 1,410  จุด เชิงกลยุทธ์การลงทุนคงคำแนะนำทยอยสะสมเช่นเดิมจากระดับ Valuation ที่น่าสนใจเน้นที่หุ้นขนาดใหญ่ อาทิ

  • ท่องเที่ยว (AOT, CENTEL ,MINT)
  • ค้าปลีก (BJC ,CRC ,CPALL, CPAXT, HMPRO)
  • กลุ่มการเงิน (SAWAD ,TIDLOR)
  • ธนาคารพาณิชย์ (BBL, KBANK, KTB, SCB)
  •  ศูนย์การค้า (CPN)
  • สื่อสาร (ADVANC)
  • ส่งออก (ITC, TU)
     

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า   SET สร้างสัญญาณลบทางเทคนิค ล่าสุดลงมาใกล้แนวรับ 1,380-1,385 จุด ซึ่งอาจมีการดีดขึ้นสลับในระยะสั้นได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมที่เป็นลบ ทำให้กรอบบนถูกจำกัด บริเวณแนวต้านแรกที่ 1,394 จุด และแนวต้านถัดไปที่ 1,400 จุด   ส่วนกรณีหลุดต่ำกว่า 1,380 จุด เป็นสัญญาณลบต่อ และมีแนวรับถัดไปที่ 1,370 จุด

หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ  TU (ราคาเป้าหมาย 17.50 บาท) มองการถอนการลงทุนใน Red Lobster จะส่งผลลบใน 4Q66 แต่จะส่งผลบวกตั้งแต่ปี 2567 โดยแม้ปี 2566 คาดขาดทุนสุทธิ 1.38 หมื่นล้านบาท หลังมีค่าใช้จ่ายด้อยค่าจาก Red Lobster 1.85 หมื่นล้านบาท แต่จะพลิกมีกำไร 5.7 พันล้านบาท จากมาร์จิ้นธุรกิจอาหารทะเลที่ดีขึ้น (ต้นทุนวัตถุดิบปลาทูน่าลดลง) และไม่มีการบันทึกขาดทุนจาก Red Lobster

หุ้นเด่นอีกตัวคือ  CPAXT (ราคาเป้าหมาย 35.00 บาท) คาดกำไร 4Q66 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีที่ 3.1พันล้านบาท +25% YoY, +85% QoQ นอกจากนั้นบริษัทยังตั้งเป้ายอดขายเติบโตเป็นเลขหลักเดียวในระดับสูงจากการขยายร้าน/ มอล์ลและการเติบโตของ SSS พร้อมกับอัตรากําไรขั้นต้นที่กว้างขึ้นจากการเน้นขายสินค้าอาหารสดที่มีมาร์จิ้นสูงมากขึ้นและ synergy ที่มีมากขึ้น