"เกรียงศักดิ์" ชี้ DeepSeek จุดเริ่มต้น AI War ระหว่างจีน-สหรัฐฯ
21 ก.พ. 2568 | thamsathit_pol
"เกรียงศักดิ์" เผยสัญญาณ AI War ระหว่างจีน-สหรัฐฯ ส่งผลกระทบโลก แนะ ไทยพัฒนา AI ด้าน Super Soft Power โดดเด่นเฉพาะทาง ชู เป็นศูนย์กลาง "AI Talent Hub" ของเอเชีย
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ วิเคราะห์ว่า DeepSeek สร้างผลกระทบต่อสหรัฐอเมริกาทางด้านเศรษฐกิจที่ทำให้ตลาดหุ้นปั่นป่วน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคง โดย DeepSeek มีอิทธิพลทำให้จีนมีอำนาจต่อรองกับสหรัฐฯ มากขึ้น จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม AI เกิดเป็นความกดดันต่อการเมืองภายในของสหรัฐฯ ที่จะต้องเร่งออกนโยบาย AI ให้เร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังวิเคราะห์ว่าสหรัฐฯ จะออกมาตรการตอบโต้ต่อ DeepSeek และ AI จีน ด้วยการสั่งแบนไม่ให้หน่วยงานรัฐและประเทศพันธมิตรใช้ DeepSeek ของจีน เกิดการคว่ำบาตรเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI จีนทั้งหมด
พร้อมกับลดโอกาสจีนที่จะเข้าถึงบุคลากร AI ระดับสูง โดยจำกัดวีซ่าของนักวิจัย AI จีน ไม่ให้เข้าถึงมหาวิทยาลัยหรือศูนย์วิจัย AI ชั้นนำของสหรัฐฯ ได้ และเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจจะก่อตั้งพันธมิตร AI เพื่อผนึกกำลังพัฒนาระบบ AI ร่วมกันกับบริษัทใหญ่ เพื่อมาสู้กับจีน ทางด้านจีนเอง ก็จะมีการออกมาตรการตอบโต้สหรัฐเช่นกันโดยการเร่งพัฒนา AI ในประเทศและลดการพึ่งพา Open AI (ChatGPT) และ Google โดยใช้เทคฯ DeepSeek ของตัวเอง
ดร.แดน กล่าวด้วยว่า สงคราม AI จะส่งผลกระทบต่อโลกด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยจะเกิดการแข่งขันระหว่าง สหรัฐอเมริกากับจีนที่รุนแรงขึ้น เพราะทั้ง 2 ประเทศกำลังลงทุนมหาศาลในการพัฒนา AI ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้ภายในปี 2030 ตลาดแรงงานจะมีการปรับตัวครั้งใหญ่ โดยมีตำแหน่งงานใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกว่า170 ล้านตำแหน่ง ประเทศและบริษัทที่มีระบบ AI จะมีอำนาจต่อรองสูงขึ้นในเวทีการค้า แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการทหารที่จะเกิดสงครามไซเบอร์และการใช้ AI เป็นเครื่องมือบิดเบือนสังคม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นระหว่าง DeepSeek กับ ChatGPT เป็นสิ่งที่โลกกำลังจับตาเฝ้ามองต่อไป นี่คือโมเดลของการต่อสู้ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ผ่าน AI War โดยในที่สุดจะเป็น AI Trade War และต้องดูว่าสงครามระยะยาวใครจะชนะระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เพราะหากใครควบคุมเซมิคอนดักเตอร์ได้ ก็กุมเทคโนโลยีโลก และหากใครสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชิปเพื่อประมวลข้อมูลได้อย่างเกิดประโยชน์ ก็บ่งบอกถึงขีดความสามารถของผู้มีชัยครั้งนี้เป็นการทดสอบว่าจีนและสหรัฐฯ ใครจะชนะ และใครที่พัฒนาเทคโนโลยีไปได้มากกว่าก็จะเป็นผู้ชนะในที่สุด
สำหรับแนวทางการรับมือของไทยในยุคสงคราม AI ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ แนะนำว่า ไทยควรเป็นประเทศที่เป็นกลางทาง AI ใช้ได้ทุกระบบ ซึ่งควรมีการจัดตั้งเขตทดลอง AI พัฒนาใช้เป็นเครื่องมือขยายอิทธิพลเชิงวัฒนธรรม ขยาย Super Soft Power เช่น ด้านอาหาร การท่องเที่ยวดนตรี
นอกจากนี้ ไทยควรสร้างกองทุน AI ประสานความร่วมมือ สนับสนุนและพัฒนา AI ภายในประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ โดยไทยควรเป็นศูนย์กลาง AI Talent Hub ของเอเชียเพื่อพัฒนาคนที่มีความรู้ความสามารถ ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ AI ทั่วโลกให้มาทำงานและตั้งบริษัทในไทยเพื่อเป็นฐานและต่อยอดทำให้เก่งที่สุดในบางด้านที่เราถนัดที่สุด
"ให้ประเทศไทยอยู่บนเวทีการต่อสู้ที่เราเป็นตัวประกอบสำคัญที่โดดเด่นที่สุดในโลก ในบางเรื่องหรือเฉพาะด้านของ AI เพราะไทยอยู่ในโลกแห่งสงคราม AI นี้ร่วมกับประเทศอื่น แต่เราไม่ใช่หัวขบวนที่จะไปปะทะแต่เราจะต้องเป็นเอกเป็นหนึ่งเฉพาะด้านที่ประเทศไทยจะต้องคิดทิศทางของชาติ" ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ระบุ