แนะ ตั้ง ‘เมืองเศรษฐกิจพิเศษ ไทย-จีน’ ดึงจีนย้ายฐานมาไทย
ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เสนอให้จัดตั้ง ‘เมืองเศรษฐกิจพิเศษไทย-จีน’ เพื่อดึงการลงทุนจากจีนย้ายฐานมาประเทศไทย และรวมเอามหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนเข้ามาตั้งในไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษา เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ โดยมีรัฐบาลไทยกำกับดูแลให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งสองประเทศ โดยไม่กระทบอธิปไตยของไทย
"ศ.ดร.เกรียงศักดิ์" เสนอว่า ไทยและจีนควรมีมาตรการสนับสนุนการจัดตั้งเมืองเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว อาทิ การจัดตั้ง "กองทุน One Belt, One Buckle" เพื่อการลงทุนข้ามพรมแดน การจัดตั้ง ‘สมาคมไทย-จีน’ เพื่อสร้างความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ และ การจัดตั้ง "คณะกรรมการยุทธศาสตร์ไทย-จีน" เพื่อพัฒนาความร่วมมือเชิงลึกทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และเทคโนโลยี
“จุดเน้นในการดึงดูดการลงทุนและความร่วมมือจากจีน ไทยควรให้น้ำหนักกับกิจกรรมที่เป็นจุดแกร่งของประเทศ ได้แก่ สุขสภาพ (Wellness) การท่องเที่ยว (Tourism) อาหาร (Food) และการดูแลผู้สูงวัย (Elderly) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพสูง ขณะที่จีนก็ให้ความสำคัญกับ 4 อุตสาหกรรมนี้ นอกจากนี้ จีนและไทยยังมีองค์ความรู้และเทคโนโลยี ที่จะช่วยสนับสนุนกันและกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของไทยและจีนในเวทีโลกได้”
ประธานสถาบันการสร้างชาติ ระบุเพิ่มเติมว่า การสนับสนุนการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจพิเศษ ไทย-จีน ประเทศไทยควรมีบทบาทในการขยายความเชื่อมโยงระหว่างไทยกับจีน และไทยกับโลก โดยเฉพาะการยกระดับความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน การขยายข้อตกลงการค้าเสรีไทย-จีน และทำ FTA กับประเทศทั่วโลก ตลอดจนการผลักดัน ‘อาเซียนวีซ่า’ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุนในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน
"การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไทย-จีน เป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ไทยมีโอกาสเป็นดุมล้อของอาเซียน และจะช่วยให้เศรษฐกิจภูมิภาคแข็งแกร่ง รวมทั้งยังช่วยลดความตึงเครียดจากการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งโลก" ดร.แดน กล่าวสรุป