เนชั่นทีวี

Business thai

กระทรวงการคลังจ่อ 'รื้อเกณฑ์' แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท

10 ต.ค. 2566 | kwanprasert_sri

กระทรวงการคลังจ่อ 'รื้อเกณฑ์' แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ระบุ รัฐบาลจะเดินหน้าในการดำเนินนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทแก่ประชาชน เนื่องจากเป็นนโยบายที่ประชาชนต้องการ และ ภาคเอกชนเฝ้ารอ ซึ่งรัฐบาลได้แถลงนโยบายนี้ ต่อสภาผู้แทนราษฎรไว้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพร้อมรับฟังความเห็นจากนักวิชาการและภาคส่วนที่แสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายนี้ เพื่อนำมาปรับให้เหมาะสม โดยจะนำทุกความเห็นไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ โดยคณะอนุกรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้ จะประชุมในวันที่ 12 ต.ค.นี้ และจะประชุมอีกครั้งในวันที่ 19 ต.ค.นี้ จากนั้นจะเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาอนุมัติ คาดว่าจะได้ข้อสรุปโดยเร็วภายในเดือน ต.ค.นี้

 

สำหรับแหล่งเงินที่จะนำมาใช้นั้น เขากล่าวว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ยืนยันว่า มีแหล่งเงินอย่างแน่นอน เบื้องต้น ทางสำนักงบประมาณอยู่ระหว่างการพิจารณาตัดลดงบประมาณปี 2567 จากโครงการอื่น และ พิจารณาจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม แต่ยืนยันว่า การใช้จ่ายจะอยู่ในกรอบของวินัยการเงินการคลัง

 

โดยแหล่งเงินของโครงการนี้จะใช้แหล่งเงินจากงบประมาณเป็นหลักใหญ่ โดยรัฐบาลจะใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากที่สุด และจะตัดไขมันส่วนเกินในงบประมาณ เพื่อใช้จ่ายเม็ดเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากดูประสบการณ์ของพรรคเพื่อไทย จะเห็นว่าเป็นพรรคที่สามารถชำระหนี้ IMF ได้ก่อนเวลากำหนด และสามารถจัดทำงบประมาณสมดุลได้

สำหรับข้อเป็นห่วงเรื่องการแจกเงินในวงกว้าง ซึ่งอาจจะกระทบต่อภาระงบประมาณ รัฐบาลจะนำข้อเสนอนี้มาพิจารณา โดยในกลุ่มเปราะบางหรือคนจนนั้น ถือว่ายังเป็นกลุ่มเป้าหมาย ส่วนกลุ่มที่มีกำลังทรัพย์อาจพิจารณาปรับ แต่จะต้องไม่กระทบต่อวัตถุประสงค์ของโครงการ ซึ่งเชื่อว่าคนรวยคงไม่เข้าร่วมโครงการนี้

 

ด้านปลัดกระทรวงการคลัง ลวรณ แสงสนิท ระบุ อยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในมืออาชีพในการรักษาวินัยการเงินการคลังของกระทรวงการคลังในการดำเนินนโยบายนี้ ไม่ว่า จะเป็นการจัดหาแหล่งเงินและการใช้จ่าย ซึ่งต้องมีความชัดเจน แต่ขอย้ำว่า การออกแบบนโยบายนี้ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้น เราพร้อมที่จะรับฟังข้อท้วงติง เพื่อมาออกแบบให้สมบูรณ์ ส่วนเรื่องเงินที่คาดว่า จะใช้ถึง 5.6 แสนล้านบาทนั้น หมายถึงคนที่จะเข้าร่วมทั้งหมด 56 ล้านคน แต่ในความเป็นจริงนั้น อาจจะใช้ไม่ถึง โดยโครงการนี้ จะไม่ได้ใส่เม็ดเงินเข้ากระเป๋าทุกคนทันที แต่จะเปิดให้มีการลงทะเบียนเพื่อร่วมโครงการ

ข่าวล่าสุด