ส่วนจะมีการเปิดเวทีให้รัฐบาลได้ชี้แจงหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ได้ชี้แจงไปแล้วหลายเวที อย่างเมื่อวานนี้(9 ต.ค.)กระทรวงการคลังได้มีการแถลงข่าวไปแล้ว เพื่อทำให้เห็นว่าเศรษฐกิจของประเทศ จะมีการเจริญเติบโตขึ้น แน่นอนที่สุดว่าภารกิจของรัฐบาล จะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ทุกคนยังเป็นหนี้เป็นสิน จะเห็นได้ว่าในช่วงรายปีที่ผ่านมา หากไปดูสถิติที่ครัวเรือน ไต่สูงขึ้นถึง 90% แสดงว่าปัญหาของประชาชนนั้นหนัก ส่วนจะแก้อย่างไรถือเป็นความท้าทาย หรือจะอยู่เฉยๆจนถาวร ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ หากเปลี่ยนเป้าหมายในการดำเนินโครงการ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า 90 กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นหนี้ไปแล้ว ทุกคนเปราะบางไปแล้วหรือยัง แน่นอนว่า การจัดการมีหลายวิธี ให้มีความเท่าเทียมกัน และขณะนี้อย่าลืมว่าผู้ที่มีรายได้มากที่จะซื้อของ หากจะซื้อของเพียง 1 บาท ก็จะมีการซื้อประกบอีกหลายส่วน
เมื่อถามว่า จะมีการเปลี่ยนเงื่อนไขจ่ายให้เด็กอายุ 16 ปีหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ ย้อนถามกลับว่า “เปลี่ยนทำไมครับ” เนื่องจากเงื่อนไขที่เราตั้ง เพื่อที่จะให้ประโยชน์ทั้งหมดที่เคยประกาศไว้ สิ่งสำคัญคือจะจัดการบริหารอย่างไร ทิศทางเรามีอยู่แล้ว เรื่องบริหารการเงินจะทำอย่างไร และที่ผ่านมารัฐบาลไทย รัฐไทยทำให้ประเทศมีหนี้เกือบล้มละลาย และสามารถคืนหนี้ได้ทั้งหมด พร้อมย้ำว่า เรายึดมั่นในวินัยการเงินการคลัง
เมื่อถามว่า แล้วจะตอบประชาชนได้อย่างไร นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้ให้ทุกคนเท่าเทียมกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิทธิเท่ากัน คนที่เลือกจะไม่ใช้ก็ไม่เป็นไร ส่วนคนที่จะใช้ก็ถือว่าเป็นสิทธิ