ขณะนี้นักลงทุนต่างประเทศกำลังเริ่มเข้ามาและสนใจลงทุนในไทย แม้จะไม่มีเงินเข้ามาทันทีทันใด แต่ข่าวดีต่างๆ และเห็นภาพนโยบายการลงทุนที่ชัดเจน โดยไม่ได้ขึ้นกับพรรคการเมืองใด จะช่วยสร้างความมั่นใจและพยุงเศรษฐกิจไทยได้เช่นกัน”
3.การดูแลค่าเงินบาท ยังเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรให้เงินบาทแข็งค่าจนเกินไป ในช่วงที่การส่งออกมีปัญหา ล่าสุดเงินบาทกลับมาอ่อนค่าที่ระดับ 35 บาทต่อดอลลาร์ ถือว่าเป็นระดับที่ดี และยังสามารถให้อ่อนค่าได้อีกเล็กน้อย เพราะเงินบาทอ่อนค่าทำให้ช่วยส่งออกไทย แม้ส่งออกได้น้อย แต่ตีกลับมาเป็นเงินบาทมีรายได้ที่ดีขึ้น ยังส่งผลดีต่อภาคเกษตร และท่องเที่ยว น่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีเป็นปัจจัยช่วยให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้
4. การเร่งอนุมัติโครงการลงทุนสำคัญๆ ทั้งหมดก่อนการเลือกตั้ง เพราะเมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว จะเดินหน้าโครงการลงทุนเหล่านั้นค่อนข้างลำบาก
5. เตรียมการให้เหมาะสม เพื่อที่จะใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปในระยะข้างหน้า ไว้รองรับในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้มีโอกาสที่การเบิกจ่ายงบประมาณอาจล่าช้าได้
และ 6. การเตรียมสภาพคล่องให้ธุรกิจเอสเอ็มอีไว้พลิกฟื้นต่อได้ รองรับผลกระทบเศรษฐกิจโลกซบเซา ล่าสุด รัฐบาลได้เตรียมการค้ำประกัน บสย. โครงการใหม่อีก 5 หมื่นล้านบาท เป็นสิ่งที่ดี
FETCO เตรียมเชิญบรรดาพรรคการเมืองประมาณ 9 พรรค ส่งทีมเศรษฐกิจมาชี้แจงวิสัยทัศน์ต่อบุคลากรในวงการตลาดทุนและนักลงทุนว่ามีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยหลังการเลือกตั้งอย่างไร คาดว่าจะจัดเวทีในวันที่ 25 มี.ค.นี้