"วราวุธ"ลั่น ศิลปอาชา จะอยู่คู่ชาติไทยพัฒนา รอชาติหน้า ไม่มีวันยุบพรรคหรือย้ายไปรวมกับพรรคอื่น ชี้ทำงานดีพรรคใหญ่เลยต้องการให้ร่วมรัฐบาล

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 

เมื่อกติกาการเลือกตั้งกำลังเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง จากความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยการออกแบบกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มีการคิดคำนวณสูตรการได้มาซึ่งส.ส. ที่ว่ากันว่า อาจทำให้พรรคเล็กสูญพันธ์ุ รวมไปถึงพรรคขนาดกลางก็ต้องปรับยุทธศาสตร์การทำงานทางการเมือง   

 

"พรรคชาติไทยพัฒนา" เป็นอีกพรรคการเมืองหนึ่งที่มีระดับขนาดกลาง แต่ความเป็นพรรคกับยืนหยัดอยู่บนสนามการเมืองมาอย่างยาวนาน  นับตั้งแต่ "บรรหาร ศิลปอาชา"  อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยผู้ล่วงลับ ก่อนถ่ายทอดดีเอ็นเอความเป็นเลือดนักสู้การเมืองสู่รุ่นลูก  "กัญจนา ศิลปอาชา" บุตรสาวคนโตรับบทเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (หลังเปลี่ยนชื่อพรรคเพราะพรรคชาติไทยโดนศาลรธน.สั่งยุบพรรค )  โดยมี วราวุธ ศิลปอาชา  น้องชาย เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา  

 

เป็นประเด็นที่น่าติดตามว่า นับจากนี้อนาคตของพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นอย่างไร

 

"วราวุธ"ลั่น คิดจะยุบพรรคชาติไทยพัฒนา รอชาติหน้าไปก่อนแล้วกัน

 

วันนี้รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี วราวิทย์ ฉิมมณี เป็นพิธีกรรายการได้สัมภาษณ์นาย วราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา 

 

วราวิทย์  : การวิเคราะห์แบบนี้ครับว่าถ้าใช้บัตรเลือกตั้ง2 ใบหาร 100 ไม่แน่ใจพลเอกประยุทธ์ท่านจะชอบไหมหรือยินดีหรือเปล่านะ แต่พลเอกประวิตร แน่นอนท่านสนับสนุนและเพราะว่าเราก็ดูจากท่าทีของพลังประชารัฐ ท่าทีของกรรมาธิการที่โหวตซึ่งก็เป็นลูกพรรคของพลเอกประวิตรใช่ไหมครับก็เลยมีการมีการวิเคราะห์วันนี้จะมีล้มกระดานก่อนที่กฎหมายลูกจะเสร็จเวลานี้ไม่ได้หมายถึงการยึดอำนาจ จะมาจากการยุบสภา คุณวราวุธประเมินเรื่องนี้อย่างไร มีโอกาสไหม

 

 

วราวุธ :  ผมคิดว่าการที่จะยุบก่อนที่กฎหมายลูกมีผลบังคับใช้  ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะว่าถ้ามองในมิติของกฎหมายแล้ว  วันนี้รัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนแล้วเปลี่ยนจาก 1 เป็น 2 ใบแล้วขั้นตอนคือเราต้องปรับกฎหมายลูก ถ้าวันนี้กฎหมายลูกยังไม่เสร็จ  ท่านนายกประกาศยุบสภาเสียก่อน แปลว่าเรามีกรอบต้องใช้สองใบ แต่เราไม่มีกฎหมายลูกที่จะมาใช้บังคับ ว่าจะออกมาแบบไหนอย่างไร ภาระก็จะตกไปอยู่ที่ ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในการที่จะออกกฎกติกามาซึ่งจะทำให้ยิ่งทำให้โกลาหลอลม่านมากขึ้น จึงได้มั่นใจคำว่าก่อนที่กฎหมายลูกจะเสร็จผ่านสภาไปทั้งสามวาระเนี่ย ไม่น่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น

 

"วราวุธ"ลั่น คิดจะยุบพรรคชาติไทยพัฒนา รอชาติหน้าไปก่อนแล้วกัน

 

วราวิทย์ :  หมายถึงว่ายังงัยก็ต้องให้ผ่านกฎหมายลูกไปก่อน ไม่น่าจะต้องปล่อยให้ผ่านยังไม่มีอุบัติเหตุในช่วงก่อนหน้านี้กรรมาธิการของชาติไทยพัฒนาก็คือคุณนิกร จำนงค์ ใช่ไหมครับ คุณนิกรก็โหวตหาร 100 เพราะว่าผลที่ออกมาเนี่ย เพราะว่า ส.ส.ทุกคนที่อยู่ในกรรมาธิการนะครับจะมีแค่คุณหมอระวีคนเดียว ที่ผมไปดูกับ สว.ที่โหวตหาร 500  ครับแต่ว่าเสียงเห็นด้วย 32 เสียงสส.ทั้งหมดเลย

 

วราวุธ : ต้องเรียนว่าโดยส่วนตัวนะครับไม่ว่าจะเป็นท่านนิกรหรือตัวผมเองหรือหัวหน้าพรรค เราอยากได้หาร 500 ทั้งนั้น เพราะว่า ในฐานะที่เป็นพรรคขนาดกลางหรือพรรคขนาดเล็ก ทุกคนก็อยากได้นะครับหาร 500 เพราะว่าตัวหารมันน้อยกว่าแต่ว่าในความเป็นจริงต้องดูก่อนว่าผมเองก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญแต่ว่าเท่าที่ได้พูดคุยกับหลายฝ่ายก็ได้รับคำตอบเหมือนกันนะครับว่าการที่จะไป 500 ทำไม่ได้ขัดกับรัฐธรรมนูญซึ่งแน่นอนมีคนเห็นต่าง แต่ว่ากรรมาธิการเห็นตรงกันเช่นนั้น ก็คงต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเป็นการหารด้วย 100 

 

"วราวุธ"ลั่น คิดจะยุบพรรคชาติไทยพัฒนา รอชาติหน้าไปก่อนแล้วกัน

 

วราวิทย์ : รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าต้องสัมพันธ์กับคะแนนปาตี้ลิสต์ 100 คน จะออกกฎหมายลูกไป 500 มันก็ไม่ได้ แต่ใจลึก ก็อยากได้เหมือนกัน 500 แต่พอเริ่มต้นติดกระดุมเม็ดนี้ว่าต้องหาร 100 แล้ว

 

วราวุธ : ความอยากในความเป็นจริง  ไม่เหมือนกันให้สิ่งที่ชอบกับสิ่งที่ใช่มันคนละอันกัน

 

วราวิทย์ : อีกมุมวิเคราะห์ เมื่อกรรมาธิการโหวตผ่าน แต่วาระสองวาระสามไม่แน่ สว.อาจจะจับมือกับสส.พรรคขนาดกลางและขนาดเล็กรวมกัน อาจจะมากกว่าพรรคใหญ่ที่เขาหนุนก็ได้  แล้วอาจจะไปในจังหวะนั้นเราคิดว่าเป็นไปได้ไหม

 

วราวุธ : คงต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปแล้วก็คงต้องไปดูในเรื่องของกฎหมายด้วย เพราะว่าการที่จะหาร  500 คงต้องมาพิจารณาว่าเราจะเอาคะแนนตัวไหนมาหาร  เพราะอย่างเป็นร้อย  ชัดเจนเรายึดแบบรัฐธรรมนูญปี 40 ที่เอาคะแนนจากบัญชีรายชื่อมาหารด้วย 100 ซึ่งชัดเจนแต่ถ้าหารด้วย 500 เราจะเอาตัวไหนมาเพราะ 500 แบ่งเป็น 400+100 เราจะให้น้ำหนักอย่างไร และกระจายอย่างไรเป็นประเด็นที่ จะทำให้มีความวุ่นวายล่าช้าในการประกาศกฎหมายลูก


วราวุธ : ทุกครั้งที่มีการร่วมรัฐบาลหลายคนมองว่าชาติไทยพัฒนาต้องจะเป็นรัฐบาลฝ่ายเดียว แต่ว่า ผมต้องย้อนกลับไปถามว่าทำไม คนที่ตั้งรัฐบาลถึงมักจะเอาพรรคชาติไทยไปร่วมรัฐบาลด้วย ถ้าหากว่าเราไม่สามารถทำงานได้ หรือว่าคอยแต่เล่นเกมการเมืองระหว่างรัฐบาลผมเชื่อว่าคงจะไม่มีใครอยากได้แต่ว่าเรามุ่งในประเด็นที่จะแก้ปัญหามุ่งในการที่จะทำงานและงานของเราที่ทำมาย้อนแค่สามปีที่ผ่านมา ผมว่างานของเราสามารถจับต้องได้มีความเป็นรูปธรรมชัดเจน ดังนั้นเป็นเหตุที่ว่าเลือกตั้งมาแล้ว เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลมีพรรคชาติไทย ชาติไทยพัฒนาอยู่ด้วย เป็นเรื่องปกติ ที่ต้องไปถามพรรคใหญ่ว่าทำไมต้องการเรา

 

วราวิทย์ : คือมีคำดูถูกดูแคลนว่ามีส.ส.จำนวนหนึ่ง สามารถเข้าร่วมรัฐบาลได้ และมองอีกจุดหนึ่งก็เป็นจุดแข็ง ว่าทำไมพรรคเหล่านั้นต้องมาชวนตลอด 

 

วราวุธ : ถูกต้องครับ ในทางกลับกันก็อยากถามเหมือนกันครับว่า ตั้งแต่เกิดมาผมก็ยังไม่เห็นพรรคไหนที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์จะเป็นฝ่ายค้านเหมือนกันนะทุกคนอยากเป็นรัฐบาลเหมือนกันหมดก็เหมือนแข่งฟุตบอลคงไม่มีใครอยากได้ที่สองชกมวยก็คงไม่มีใครอยากได้ที่สองทุกคนอยากเป็นแชมป์เหมือนกันหมด

 

วราวิทย์ : ย้อนไปการประชุมใหญ่ของพรรค 24 เมษายน ผมยังงงอยู่นะก่อนการประชุมใหญ่จู่ๆก็มีข่าวลือเดี๋ยวรอคุณกัญจนาหัวหน้าพรรคประกาศชัดเจนจะตอบทุกคำถามและหนึ่งในข่าวลือนั้นคือจะยุบพรรคจะควบรวมไหม ข่าวนี้มาจากไหน ไม่เคยอยู่ในหัวในทางการเมืองเลยเท่าที่ติดตามข่าว ว่าชาติไทยพัฒนาจะไปยุบพรรคตัวเองนอกจากถูกกกต.ยุบเท่านั้น  มาจากไหนคุณวราวุธ

 

"วราวุธ"ลั่น คิดจะยุบพรรคชาติไทยพัฒนา รอชาติหน้าไปก่อนแล้วกัน

 

 "เป็นเรื่องที่น่าฉงนอยู่เหมือนกันแต่อย่างไรก็แล้วแต่ทำให้เราเป็นที่โจทย์ในสื่อนะครับแต่ขอยืนยันไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอย่างไรพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ยุบแน่นอนนอกจากว่าโดนกกต.ยุบ เหมือนที่พรรคชาติไทยโดนยุบไปเมื่อปี 2551 แต่ช่วงที่คุณพ่อเสียไปก็มีการติดต่อเหมือนกันว่าจะเอาอย่างไรต่อ แต่ก็เรียนผู้ใหญ่ไปว่า พรรคชาติไทยพัฒนาเรามีประวัติศาสตร์พรรคชาติไทยตั้งแต่ปี 2517 มาจนวันนี้ เราทำงานการเมืองมานานทุกคนที่อยู่กับพรรคล้วนเป็นคนที่ช่วยนายบรรหารก่อร่างสร้างพรรคขึ้นมาเรามีความผูกพันกัน ไม่ว่าจะเหลือหนึ่งคนหรือจะเหลือกี่คนคงต้องรอชาติหน้า ที่จะยุบพรรค"  วราวุธ กล่าว 

 

วราวิทย์ : คือมีคนติดต่อมา หมายความว่าคงจะไม่ได้ใช้ชื่อว่าชาติไทยพัฒนาหรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับคุณบรรหารอีกแต่ว่าจะเอาฐานเอาทรัพยากรฐานเสียงตัวส.ส. ตัวบุคลากรไปเข้าไปอยู่ในพรรคใหญ่แบบนี้หรือครับ

 

วราวุธ : เป็นเรื่องปกติครับ พอพ่อไม่อยู่แล้วพรรคจะเอาอย่างไร ถ้าไม่ทำก็ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่อื่น แต่ว่าไม่ใช่เราที่จะทำแบบนั้น ข่าวลือเรื่องการยุบพรรคย้ายพรรคตัดออกไปได้เลย เราไม่มีทางทำแบบนั้น  ศิลปอาชาก็จะยังอยู่คู่กับชาติไทยพัฒนา

 

วราวิทย์ : การเลือกตั้งครั้งหน้า คุณวราวุธมองไว้ที่ 25 เสียง

 

วราวุธ : คือเรามองตามความเป็นจริง ครั้งนี้ได้ 12 เสียง เราคาดหวังว่าครั้งหน้าจะได้เพิ่มขึ้น เราต้องเป้าไว้ที่ 25 เสียง

 

วราวิทย์ : ถ้ามองที่อดีตชาติไทยเคยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เคยได้เสียงจำนวนมาก การที่เราตั้งเป้าแบบนี้ขาดความทะเยอทะยานหรือเปล่า  ตอนนี้พอใครชนะก็ไปอยู่กับเขาตลอด

 

วราวุธ : เป็นคำถามที่ดีครับ เราเคยเป็นพรรคที่มี 90 กว่าเสียงมาแล้ว เป็นพรรคที่มีสิบเก้าเสียงมาแล้ววันนี้วันที่ไม่มีนายบรรหารแล้วเราได้มา 12 เสียง วันนี้อยู่ดีๆเราจะไปประกาศว่ามีเป้าหมาย 60 เสียง ในสมการการเมืองเป็นไปไม่ได้

 

อยู่ๆผมดูแลพรรคกับพี่สาว เราดู 12 เสียง วันดีคืนดีจะมีคนมาเพิ่มเป็นสามสิบสี่สิบคนกลายเป็นห้าสิบหกสิบเสียง รับประกันวันนั้นพรรคมีปัญหาครับ ดังนั้นการที่จะทำพรรคกลับมาใหญ่อย่างเดิมไม่สามารถทำได้ข้ามวัน ทุกอย่างเป็นลำดับขั้น เราสามารถทำชาติไทยพัฒนาให้เข้มแข็งมากขึ้น วันนี้ 12 ครั้งหน้า 25 ครั้งต่อไป 50-60 เสียงเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ

 

วราวิทย์ : วันนี้ คุณวราวุธพร้อมขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแล้วหรือยัง

 

วราวุธ :  ไม่ใช่คำถามที่ถามผมว่า พร้อมเป็นหัวหน้าพรรคไหม ต้องถามสมาชิกว่าพร้อมให้ใครมาเป็นหัวหน้าพรรค ไม่สำคัญว่าผมพร้อมหรือไม่พร้อม ถ้าหากผมพร้อมสมาชิกไม่เอาก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่ถ้าสมาชิกมีความเห็นพ้องต้องกันว่าจะเอานายก.  นายข.  ถึงตอนนั้น เป็นสิทธิของสมาชิกที่จะเลือกหรือสนับสนุน

 

ชมคลิป>>>