นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นจะส่งผลต่อเงินเฟ้อ โดย สนค.ประเมิน 3 ฉากทัศน์ ที่อิงสมมติฐานจากทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพ ดังนี้
1.กรณีราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเฉลี่ยที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบ 1-2% โดยคำนวณจากสมมติฐานมีการปรับเพิ่มอาหาร 10% บางพื้นที่
2.กรณีราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2-3% โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบมาก คือ อาหารสำเร็จรูป ซึ่งมีแนวโน้มปรับขึ้น 10-20% หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เนื่องจากต้นทุนน้ำมันสูงขึ้นจะส่งผ่านราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การขนส่ง และการแปรรูปอาหาร ทั้งนี้ อาหารสำเร็จรูปเป็นสินค้าที่มีน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อค่อนข้างสูงที่ 16% จึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ
3.กรณีราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่ที่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้ออาจปรับสูงกว่า 3% โดยราคาอาหารสำเร็จรูปอาจเพิ่มขึ้น 10% และกระทบวงกว้างมากกว่า 50% ของพื้นที่ทั่วประเทศ
“การคาดการณ์ดังกล่าวไม่ได้พิจารณาเพียงภาพรวมระดับมหภาคของราคาน้ำมัน แต่ลงลึกถึงผลกระทบราคาสินค้าแต่ละหมวด โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปที่เป็นสินค้าที่ขึ้นราคาเร็วเมื่อราคาพลังงานเพิ่ม และมักลดลงยาก”
อย่างไรก็ตาม น้ำมันที่เพิ่มขึ้น ยังมีผลกระทบต่อเนื่องถึงค่าบริการขนส่ง ค่าไฟฟ้า ราคาสินค้าเกษตร ที่จะกระทบจากต้นทุนค่าขนส่ง แต่ทั้งหมดนี้ ยังบอกไม่ได้ว่าขึ้นเท่าไร ต้องดูก่อนว่าสถานการณ์จริงเป็นอย่างไร ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์จะยืดแค่ไหน ถ้าจบเร็วราคาน้ำมันก็อยู่ในปัจจุบัน และเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ควรจะเป็น โดยยังขึ้นอยู่กับระดับความขัดแย้งในสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจากกรณีดังกล่าว มาจากความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมันดิบ และอาหารสำเร็จรูป (ที่มีน้ำหนัก 16% ในตะกร้าเงินเฟ้อ) รวมทั้งผลกระทบเพิ่มจากค่าครองชีพอื่นสูงขึ้น และอ้างอิงจากกรณีศึกษาผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี 2565 ซึ่งขณะนั้นราคาน้ำมันดิบตลาดโลกอยู่ที่ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราเงินเฟ้อไทยอยู่ที่ 6.08%
ทั้งนี้ แม้ผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลางจะทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ต้องดูว่าภาครัฐมีมาตรการอย่างไร โดยกระทรวงพลังงานบริหารจัดการราคาน้ำมันตรึงราคาดีเซล 15 วัน รวมถึงค่าไฟฟ้าที่จะได้รับผลกระทบจากก๊าซธรรมชาติที่นำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า แต่คงไม่ปรับขึ้นทันที เพราะรัฐมีมาตรการลดค่าครองชีพ โดยลดค่า Ft งวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2569 อยู่ ซึ่งค่าไฟฟ้าอยู่ที่หน่วยละ 3.88 บาท และยังมีค่าเงินบาทแข็งค่าทำให้ต้นทุนนำเข้าลดลง และราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่ต่ำกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะฉุดให้เงินเฟ้อไม่เพิ่มขึ้น
สำหรับเงินเฟ้อทั้งปีขึ้นกับระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ ซึ่งรอดูเงินเฟ้อไตรมาส 1 ก่อนทบทวนเป้าหมาย โดยล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ 0.0-1.0% (ค่ากลางที่ 0.5%)