svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

เงินเฟ้อ ก.พ. 69 ติดลบต่อเนื่อง 11 เดือน ประเมิน 3 ฉากทัศน์ศึกตะวันออกกลางดันราคาน้ำมัน

06 มี.ค. 2569

เงินเฟ้อ ก.พ.ติดลบ 0.88% ต่อเนื่องเดือนที่ 11 จากราคาพลังงานลดลง ยันไม่มีสัญญาณเงินฝืด จับตาศึกตะวันออกกลางทำราคาน้ำมันโลกพุ่ง ดันราคาอาหารสำเร็จรูป กระทบค่าครองชีพ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เงินเฟ้อเดือน ก.พ.2569 ติดลบ 0.88% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว โดยติดลบต่อเนื่องเดือนที่ 11 นับจากเดือน เม.ย.2568 มีปัจจัยหลักราคาสินค้ากลุ่มพลังงานลดลง โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดจากการอุดหนุนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้าลดตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพภาครัฐ ประกอบกับราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และผลไม้สด ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด ขณะที่ราคาสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก 0.56%

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า

เงินเฟ้อที่ติดลบติดต่อกัน 11 เดือน ยังไม่มีสัญญาณเงินฝืด เพราะแรงฉุดหลักมาจากเรื่องพลังงาน และมาตรการลดค่าครองชีพภาครัฐ และแม้เงินเฟ้อจะติดลบแต่เงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวก แสดงว่ามีความต้องการอยู่ ขณะที่การจ้างงานยังขยายตัวตามเศรษฐกิจ โดยรวมจึงไม่มีปัจจัยใดบ่งชี้ว่าเป็นเงินฝืด

สำหรับเงินเฟ้อเดือน ก.พ.ที่ติดลบ 0.88 % ยังมีปัจจัยจากหมวดอื่นที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.59 % โดยเป็นการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง) ของใช้ส่วนบุคคล สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด ค่าน้ำประปา และเสื้อผ้า ขณะที่มีสินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น อาทิ รถยนต์ ค่าเช่าบ้าน ค่าทัศนาจรต่างประเทศ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ค่าบริการขนขยะ และรถจักรยานยนต์ หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.26 % จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ปลาและสัตว์น้ำ ข้าวสารเจ้า ผักสด และผลิตภัณฑ์น้ำตาล อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ ผลไม้สด เนื้อสุกร น้ำมันพืช ข้าวสารเหนียว ไข่ไก่ กระเทียม และหัวหอมแดง

ส่วนแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน มี.ค.2569 จะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการร่วมปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลต่ออิหร่าน ทำให้ความไม่สงบและความตึงเครียดในตะวันออกกลางสูงขึ้น คาดว่าจะติดลบลดลงแต่จะพลิกกลับเป็นบวกหรือไม่ต้องรอดูสถานการณ์ ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ค่าระวางเรือสูงขึ้น ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น จากสภาพอากาศที่อุณหภูมิสูงกว่าปีก่อนหน้า ราคารถยนต์สูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 และการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยวที่อาจทำให้ค่าโดยสารเครื่องบินมีแนวโน้มสูงขึ้น

เงินเฟ้อ ก.พ. 69 ติดลบต่อเนื่อง 11 เดือน ประเมิน 3 ฉากทัศน์ศึกตะวันออกกลางดันราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ ก.พ. 69 ติดลบต่อเนื่อง 11 เดือน ประเมิน 3 ฉากทัศน์ศึกตะวันออกกลางดันราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ ก.พ. 69 ติดลบต่อเนื่อง 11 เดือน ประเมิน 3 ฉากทัศน์ศึกตะวันออกกลางดันราคาน้ำมัน
 

นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นจะส่งผลต่อเงินเฟ้อ โดย สนค.ประเมิน 3 ฉากทัศน์ ที่อิงสมมติฐานจากทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพ ดังนี้

1.กรณีราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเฉลี่ยที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบ 1-2% โดยคำนวณจากสมมติฐานมีการปรับเพิ่มอาหาร 10% บางพื้นที่

2.กรณีราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2-3% โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบมาก คือ อาหารสำเร็จรูป ซึ่งมีแนวโน้มปรับขึ้น 10-20% หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เนื่องจากต้นทุนน้ำมันสูงขึ้นจะส่งผ่านราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การขนส่ง และการแปรรูปอาหาร ทั้งนี้ อาหารสำเร็จรูปเป็นสินค้าที่มีน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อค่อนข้างสูงที่ 16% จึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ

3.กรณีราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่ที่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้ออาจปรับสูงกว่า 3% โดยราคาอาหารสำเร็จรูปอาจเพิ่มขึ้น 10% และกระทบวงกว้างมากกว่า 50% ของพื้นที่ทั่วประเทศ

“การคาดการณ์ดังกล่าวไม่ได้พิจารณาเพียงภาพรวมระดับมหภาคของราคาน้ำมัน แต่ลงลึกถึงผลกระทบราคาสินค้าแต่ละหมวด โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปที่เป็นสินค้าที่ขึ้นราคาเร็วเมื่อราคาพลังงานเพิ่ม และมักลดลงยาก”

อย่างไรก็ตาม น้ำมันที่เพิ่มขึ้น ยังมีผลกระทบต่อเนื่องถึงค่าบริการขนส่ง ค่าไฟฟ้า ราคาสินค้าเกษตร ที่จะกระทบจากต้นทุนค่าขนส่ง แต่ทั้งหมดนี้ ยังบอกไม่ได้ว่าขึ้นเท่าไร ต้องดูก่อนว่าสถานการณ์จริงเป็นอย่างไร ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์จะยืดแค่ไหน ถ้าจบเร็วราคาน้ำมันก็อยู่ในปัจจุบัน และเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ควรจะเป็น โดยยังขึ้นอยู่กับระดับความขัดแย้งในสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจากกรณีดังกล่าว มาจากความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมันดิบ และอาหารสำเร็จรูป (ที่มีน้ำหนัก 16% ในตะกร้าเงินเฟ้อ) รวมทั้งผลกระทบเพิ่มจากค่าครองชีพอื่นสูงขึ้น และอ้างอิงจากกรณีศึกษาผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี 2565 ซึ่งขณะนั้นราคาน้ำมันดิบตลาดโลกอยู่ที่ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราเงินเฟ้อไทยอยู่ที่ 6.08%

ทั้งนี้ แม้ผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลางจะทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ต้องดูว่าภาครัฐมีมาตรการอย่างไร โดยกระทรวงพลังงานบริหารจัดการราคาน้ำมันตรึงราคาดีเซล 15 วัน รวมถึงค่าไฟฟ้าที่จะได้รับผลกระทบจากก๊าซธรรมชาติที่นำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า แต่คงไม่ปรับขึ้นทันที เพราะรัฐมีมาตรการลดค่าครองชีพ โดยลดค่า Ft งวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2569 อยู่ ซึ่งค่าไฟฟ้าอยู่ที่หน่วยละ 3.88 บาท และยังมีค่าเงินบาทแข็งค่าทำให้ต้นทุนนำเข้าลดลง และราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่ต่ำกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะฉุดให้เงินเฟ้อไม่เพิ่มขึ้น

สำหรับเงินเฟ้อทั้งปีขึ้นกับระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ ซึ่งรอดูเงินเฟ้อไตรมาส 1 ก่อนทบทวนเป้าหมาย โดยล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ 0.0-1.0% (ค่ากลางที่ 0.5%)