ส่วนแนวโน้มราคาน้ำมัน หากปรับตัวเกิน 120 ดอลลาร์/บาร์เรล ต้องประเมินตามสถานการณ์และระยะเวลาที่ราคาทรงตัวในระดับสูง โดยปกติราคามักเกิดภาวะพุ่งขึ้นระยะสั้น (Spike) แล้วทยอยปรับลง ทั้งนี้ก่อนเกิดความขัดแย้ง ราคาน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 70-72 ดอลลาร์/บาร์เรล และปัจจุบันอยู่ในระดับกว่า 80 ดอลลาร์/บาร์เรล
ด้านนโยบายการเงิน ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องจัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) นัดพิเศษ แต่หากสถานการณ์รุนแรง หรือ มีความจำเป็นต้องออกมาตรการเพิ่มเติม ธปท. ก็พร้อมดำเนินการทันที โดยก่อนหน้านี้ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายล่วงหน้าไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน ธปท. ได้หารือกับธนาคารพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ช่วยดูแลลูกค้าที่อาจได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลางและภาคพลังงาน ซึ่งธนาคารแต่ละแห่งมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าอยู่แล้ว
ผู้ว่า ธปท. ย้ำว่า ระยะสั้นตลาดการเงินอาจมีความผันผวน แต่ไทยเคยผ่านเหตุการณ์ลักษณะนี้มาหลายครั้ง และเชื่อว่าหากสถานการณ์ไม่บานปลาย ผลกระทบจะอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยยังต้องติดตามความชัดเจนของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากสถานการณ์จบภายใน 4-5 สัปดาห์ ก็เชื่อว่าผลกระทบจะมีไม่มากตามที่ประเมินไว้
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลจะมีมาตรการออกมาในการบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน แต่ในส่วนของ ธปท. พร้อมที่จะออกมาตรการทางการเงินเพิ่มเติม