“พิพัฒน์” ลั่น นายกฯ สั่งในสัปดาห์นี้ ต้องไม่มีปั๊มไม่มีน้ำมันขาย
23 มี.ค. 2569
“พิพัฒน์” ลั่น นายกฯ สั่งในสัปดาห์นี้ ต้องไม่มีปั๊มไม่มีน้ำมันขาย รัฐสั่งอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าตลาดด่วน เตรียมขายดีเซล B20 ช่วยขนส่ง-ประมง
Business
23 มี.ค. 2569
“พิพัฒน์” ลั่น นายกฯ สั่งในสัปดาห์นี้ ต้องไม่มีปั๊มไม่มีน้ำมันขาย รัฐสั่งอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าตลาดด่วน เตรียมขายดีเซล B20 ช่วยขนส่ง-ประมง
23 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก.ว่า วันนี้มีการประชุมทำความเข้าใจกับผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกบริษัทและทางโรงกลั่นว่า ขณะนี้จากภาพข่าวในแต่ละวัน อาจเป็นความโกลาหล หรือความตื่นตระหนก ในเรื่องของสถานีบริการต่างๆ ที่ไม่มีน้ำมันจ่ายให้กับประชาชน จึงขอแจ้งให้คนไทยได้รับทราบว่า ในแต่ละวัน ทางโรงงานและผู้ค้าตามมาตรา 7 ได้มีการนำน้ำมันอัดฉีด เข้าสู่ระบบสถานีบริการต่างๆ เกือบ 10,000 สถานี ซึ่งสาเหตุที่เคยเติม 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในช่วงระยะนี้ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 82-84 ล้านลิตร จึงไม่เพียงพอสำหรับผู้ใช้ในประเทศทั้งหมด
และเมื่อ 21 มีนาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้ลงนามคำสั่ง ให้งดการเก็บน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 7 รวมถึงโรงกลั่น ในวันที่ 31 มีนาคม เพิ่มขึ้นอีก 0.5% และ 30 เมษายน เพิ่มขึ้นอีก 1.5% รวมจะมีน้ำมันสำรองถึง 3% ก็จะขอชะลอออกไป โดยให้คงไว้ซึ่งน้ำมันสำรองเพียง 1% เหมือนเดิม และเรายังมีการหารือว่าจะทำอย่างไรในการทำให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 เจ็ดและโรงกลั่น ปล่อยน้ำมันโดยนำน้ำมันสำรองทุ่มเข้าสู่ตลาด เพื่อให้พอกับความต้องการของผู้ใช้ทั้งหมด
เพราะฉะนั้นรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการว่าภายในสัปดาห์นี้ ทุกคนจะเห็นว่า ไม่มีสถานีบริการใดที่บอกว่า ไม่มีน้ำมันขาย ดังนั้นผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกบริษัทก็รับทราบ และจะพยายามปฏิบัติให้ได้ตามที่นายกฯ มีข้อสั่งการ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกบริษัท อีกทั้งทางโรงกลั่นก็พยายามกลั่นให้ได้ ค่าการกลั่น 100% หรือกลั่นเกินกว่า 100% เพื่อปล่อยน้ำมันทั้งหมดให้กับผู้ค้าตามมาตรา 7 เพื่อไปบรรเทาและผ่อนคลายให้กับผู้ใช้ได้อย่างเพียงพอ
นอกจากนี้ จะมีน้ำมันสูตรดีเซล B20 คาดว่า สุดสัปดาห์นี้ทางโออาร์ บางจาก และเชลล์ จะมีน้ำมันสูตรนี้ให้บริการกับผู้ใช้ทางด้านอุตสาหกรรม และขายผ่านทางจ็อบเบอร์ออกไป (ไม่ขายผ่านสถานี) โดยจะมีจุดจ่ายภาคใต้ภาคใต้ที่ จ.สงขลา และสุราษฎร์ธานี ส่วนภาคกลาง อยู่ที่บางปะอิน สระบุรี และศรีราชา อีกทั้งนายกฯ ได้อนุโลมให้กลุ่มที่ทำประมง ใช้ B20 ด้วย เพราะขณะนี้น้ำมันเขียวราคาค่อนข้างสูงมาก ตามสมาคมประมงเสนอมา
โดยราคา B20 มีส่วนต่าง B7 ถึงลิตรละ 5 บาท ทางรัฐบาลจึงหารือกับกระทรวงพลังงาน ในการออก B20 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยเราสามารถพยุงปาล์มน้ำมัน โดยเฉพาะปาล์มทะลาย ให้ราคาคงที่ เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทาง
ส่วนที่สมาคมโลจิสติกส์การขนส่งภาคใต้ ให้ข่าวขู่งดเดินรถ หากรัฐบาลยังไม่แก้ปัญหาน้ำมัน ซึ่งจะกระทบต่อการขนส่งสินค้านั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนได้แจ้งไปแล้วว่าผู้ค้าตามมาตรา 7 จะปล่อยน้ำมันผ่านจ๊อบเบอร์ ซึ่งในอดีตในระบบโลจิสติกส์ บริษัทขนส่งต่างๆ ไม่ได้เติมน้ำมันจากสถานีบริการ แต่โดยวิธีการซื้อน้ำมันผ่านจ๊อบเบอร์ แล้วไปใส่ในแท้งค์ของตัวเอง ในไซด์งานของตัวเอง แล้วเติมใส่รถของตัวเอง แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงนี้ ผู้ค้าตามมาตรา 7 ก็จะขายน้ำมันให้จ๊อบเบอร์ตามปกติ เพราะฉะนั้นเชื่อว่าตรงนี้จะแก้ปัญหาได้
ส่วนเรื่องการกักตุนน้ำมัน จากที่หน่วยเฉพาะกิจที่นายกฯ ตั้งขึ้นมา และโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ที่สั่งการให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด กำชับนายอำเภอ ลงตรวจทุกสถานีบริการ และตรวจสอบผู้ค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 หรือจ๊อบเบอร์ว่า มีการกักตุนน้ำมันหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบยังไม่พบ นอกจากที่เจอ จ.อ่างทอง และเมื่อวานทราบว่า มีความพยายามส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน 20,000 กว่าลิตร ก็ยังต้องตรวจสอบต่อ ตอนนี้ยังไม่กล้ายืนยันว่า จะมีหรือไม่มีไอ้โม่ง แต่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบอย่างละเอียด ถ้าตรงไหนที่ประชาชนเห็นว่ามีปัญหา หรือมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ขอให้แจ้งเข้ามา ศบก.จะได้ดำเนินการตรวจสอบต่อไป
ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า จากที่นายกฯ ออกคำสั่งให้ติดประกาศราคาที่คลังน้ำมัน ซึ่งเดิมไม่เคยมี และไม่ให้สูงเกินกว่าราคาสถานีบริการ ตรงนี้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ทางกระทรวงยุติธรรม โดยดีเอสไอ ร่วมกับ กรมธุรกิจพลังงาน ได้ลงตรวจคลังน้ำมัน 8 จุด ทั้ง ปตท. ที่คลองเตย , คลังบางจาก , คลังน้ำมันของเชลล์ , คลังน้ำมันของร้านค้าปลีกที่ลำลูกกา , คลังน้ำมันท่อส่งปิโตรเลียมไทย , คลังน้ำมันของไออาร์พีซี ที่สมุทรปราการ และบริษัท พีเอสพี สเปเชียลตี้ ที่สมุทรสาคร ยังไม่พบความผิดปกติ
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็เข้าใจว่า มาจากปัญหาน้ำมันตามปั๊มขาดอยู่ ซึ่งระบบการขนส่งจากคลัง ออกไปยังสถานีบริการต่างๆ มี 2-3 เรื่องด้วยกันคือ มีการส่งทางท่อไปที่คลังน้ำมันปลายทาง และไปรับที่ปลายทางด้วยรถขนน้ำมัน และมีการใช้รถขนน้ำมันและเรือ ที่ไปภาคใต้ ยกตัวอย่าง การส่งน้ำมันทางท่อ เวลาส่งไม่ได้หมายความว่า จะส่งน้ำมันทุกชนิดในเวลาเดียวกันได้ แต่จะมีปฏิทินการส่ง อย่างวันนี้อาจจะส่งน้ำมันชนิดนี้ วันต่อไปส่งอีกชนิดหนึ่ง
ก็ทำให้ในช่วงที่มีการเติมน้ำมัน ที่สถานีบริการสูงมากกว่าช่วงเวลาปกติ ก็ทำให้การส่งน้ำมันจากคลัง ผ่านทางท่อไปยังปลายทาง และขึ้นรถไปส่งที่สถานีบริการ จะทำได้ล่าช้าเล็กน้อย แต่โดยรวมจากที่มีการรายงานในวันนี้ สถานการณ์แต่ละปั๊ม เริ่มปรับตัวดีขึ้น เพราะให้มีการขนส่งน้ำมันได้ 24 ชั่วโมง เช่น บางจาก มี 400 กว่าสถานี ที่ขาดน้ำมัน ตอนนี้ก็พยามตั้งเป้าให้ลดลง คาดว่าจะลดลงมาได้ไม่ถึง 200 ปั๊ม
ทั้งนี้ ขอย้ำว่ามีน้ำมัน เพราะตัวเลขที่ตนเช็กจากกรมศุลกากร น้ำมันดิบวิ่งเข้ามาในประเทศ ตั้งแต่ 1-20 มีนาคม น้ำมันดิบเข้าประเทศมาแล้ว 3,400 กว่าล้านลิตร ก็เพียงพอที่จะกลั่นใช้ในประเทศ เพียงแต่น้ำมันดิบที่เรากลั่นออกมา เป็นน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ ก็มีกำลังการกลั่น 175 ล้านลิตร คิดเฉพาะดีเซลอยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน ที่ผ่านมาใช้ 67 ล้านลิตร แต่ตอนนี้ความต้องการเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 84 ล้านลิตร ซึ่งทางโรงกลั่นก็พยายามเพิ่มกำลังการผลิต แต่เพิ่มได้เต็มที่ก็ไม่มากนัก เช่นจาก 100% ก็มาเป็น 110%
ขณะเดียวกัน เมื่อมีการผ่อนคลายการเก็บน้ำมัน ก็ยืดเวลาออกไป ทำให้สถานการณ์น่าจะดีขึ้น ซึ่งจากการตรวจของดีเอสไอและกระทรวงยุติธรรม ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ และยังมีการตรวจของกรมการปกครองทั่วประเทศ ประมาณ 9,387 แห่ง พบว่าประมาณ 8,000 แห่ง มีปัญหาด้านการขนส่ง ขาดน้ำมันบางชนิด
ส่วนที่บอกว่าหลายปั๊มให้ข้อมูลว่า โควตาหมดแล้ว จะรับน้ำมันใหม่อีกที 1 เมษายน ช่วงระหว่างนี้จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร นายดนุชา กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้สอบถามกับผู้ค้าที่เป็นข่าวคือบางจาก ซึ่งช่วงที่ผ่านมาปริมาณการขายน้ำมันต่อวัน พุ่งสูงเกินกว่าที่เคยทำมา ทำให้โควตาน้ำมันของสถานีนั้นในเดือนนั้นเต็มแล้ว อีกทั้งยังไม่มีการผ่อนคลาย เรื่องสำรองน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 0.5% แต่เมื่อให้มีการผ่อนคลายแล้ว ทางบางจากก็สามารถเอาน้ำมัน ส่งไปยังผู้ค้าสถานีบริการเหล่านั้นได้ ดังนั้นภาครัฐก็ต้องติดตามดูว่า จริงๆ แล้วเกิดเหตุการณ์แบบนี้ โดยที่น้ำมันจะถูกส่งไปสถานีบริการเหล่านั้น ตามที่บอกไว้หรือไม่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็จะส่งคนไปตรวจ
