เนชั่นทีวี

ข่าว

มาดามเดียร์ จี้งบพาณิชย์ ไร้แผนรับมือกำแพงภาษีสหรัฐ-นอมินี

03 ส.ค. 2569 | titayu_pur

มาดามเดียร์ จี้งบพาณิชย์ ไร้แผนรับมือกำแพงภาษีสหรัฐ-นอมินี

"มาดามเดียร์" วทันยา บุนนาค ชำแหละงบประมาณปี 2570 ของกระทรวงพาณิชย์ ห่วงไร้มาตรการรับมือกำแพงภาษีสหรัฐฯ และจี้ปราบทุนต่างชาติสวมนอมินีฮุบซัพพลายเชนไทย

"มาดามเดียร์" วทันยา บุนนาค ชำแหละงบประมาณปี 2570 ของกระทรวงพาณิชย์ ห่วงไร้มาตรการรับมือกำแพงภาษีสหรัฐฯ และจี้ปราบทุนต่างชาติสวมนอมินีฮุบซัพพลายเชนไทย

KEY

POINTS

  • งบเจรจาการค้าต่ำเกินไป: วทันยา ห่วงงบพาณิชย์ด้านการค้าระหว่างประเทศที่มีเพียง 82 ล้านบาท อาจไม่เพียงพอต่อการรับมือมาตรการ "กำแพงภาษีสหรัฐ" และขาดงบเยียวยาผู้ส่งออกไทยอย่างชัดเจน
     
  • ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์: สหรัฐฯ กังวลว่าไทยเป็นฐานการผลิตส่วนเกินจากจีนและประเด็นแรงงานบังคับ แต่ในงบประมาณกลับไม่มีแผนงานเฝ้าระวังหรือบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นเพื่อป้องกันกำแพงภาษี
     
  • นอมินีสายพันธุ์ใหม่ฮุบซัพพลายเชน: จี้ตรวจสอบทุนต่างชาติตั้งบริษัทสวมสิทธิ์และใช้ซัพพลายเชนจากประเทศตัวเองทั้งหมด เปรียบเป็น "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" ที่ไทยให้สิทธิประโยชน์แต่ไม่ได้มูลค่าเศรษฐกิจกลับคืนมา

3 สิงหาคม 2569 "มาดามเดียร์" วทันยา บุนนาค ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ชำแหละงบกระทรวงพาณิชย์กลางสภา ตั้งคำถามถึงกระบวนการทำงานที่ล่าช้า และขาดงบประมาณเยียวยาผู้ส่งออกไทย ในการรับมือวิกฤตความขัดแย้งทางการค้า และกำแพงภาษีสหรัฐ พร้อมส่งสัญญาณเตือนหน่วยงานรัฐ เร่งตรวจสอบกลุ่มนอมินีต่างชาติ ที่เข้ามาฮุบซัพพลายเชนในไทย จนฉุดรั้งมูลค่าเศรษฐกิจ ไม่ต่างจากทัวร์ศูนย์เหรียญ


ที่รัฐสภา นางสาววทันยา บุนนาค กรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ ที่เกี่ยวกับการส่งออกว่า กิจกรรมเจรจาเศรษฐกิจในเรื่องของการค้าระหว่างประเทศ พบว่ามีงบประมาณอยู่เพียง 116 ล้านบาท ในขณะที่ท่ามกลางอุณหภูมิการค้าระหว่างประเทศ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เรายังค้างคาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา FTA กับ EU แต่ปัญหาสำคัญหลักที่น่าจะเป็นปัญหากับไทยอย่างมากคือ สหรัฐฯ ที่เป็นคู่ค้าหลักกับเรา และเราได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯ อยู่ แต่หากดูในงบประมาณมีค่าใช้จ่ายที่ตั้งเอาไว้ในการเจรจาการประชุมการค้านานาชาติเพียง 82 ล้านบาท

 

 

นางสาววทันยา บุนนาค กรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์

ซึ่งปัญหาภาษีสหรัฐฯ ในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย ที่ทีมไทยไปเจรจาช้าไปเล็กน้อย แต่งบประมาณที่ตั้งไว้เพื่อเฝ้าระวังหรือรองรับผลกระทบเพื่อเยียวยาผู้ส่งออกกลับไม่เห็นเลย ซึ่งสหรัฐฯ กังวลว่าเราเป็นฐานโครงสร้างการผลิตส่วนเกินจากจีน รวมถึงกรณีภาษีแรงงานบังคับ ซึ่งไม่เห็นงบประมาณที่ตั้งไว้ในสำนักงานปลัดกระทรวงเลย จึงอยากทราบรายละเอียดว่า งบประมาณ 82 ล้านบาท ที่ตั้งไว้นั้น มีเวทีที่เกี่ยวกับภาษีสหรัฐฯ หรือไม่ และถ้าหากสถานการณ์รุนแรงมากขึ้น กระทรวงพาณิชย์มีแผนรองรับมาตรการตรงนี้หรือไม่ ซึ่งหากไม่มีในงบประมาณจะใช้กลไกอะไร และบูรณาการร่วมกับกระทรวงหรือหน่วยงานใดที่จะป้องกันเรื่องที่เราจะถูกตั้งกำแพงภาษี 



นางสาววทันยา บุนนาค กรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์

นางสาววทันยา ยังตั้งข้อสังเกตในกรณีนอมินิต่างชาติตั้งบริษัทในไทยว่า นอกเหนือจากกรณีนอมินีสวมสิทธิ์จดทะเบียนแล้ว ก็ยังมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาจดทะเบียนโดยไม่ได้สวมสิทธิ์ แต่เป็นการใช้ซัพพลายเชนและจำกัดการลงทุนเฉพาะบริษัทที่มาจากประเทศเดียวกันเท่านั้น

 

"เวลานักลงทุนต่างชาติเข้ามา เราคาดหวังจะมีการจ้างงานในไทย เพื่อสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ไทย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นว่าไม่ได้ใช้ทรัพยากรไทยเลย แต่เราก็ให้สิทธิเขาไป ไม่ต่างอะไรกับทัวร์ศูนย์เหรียญ ดังนั้นจึงฝากหน่วยงานตรวจสอบ รวมถึงจะสามารถแก้กฎหมายได้อย่างไร เพื่อให้การกำกับตรวจสอบ หรือการป้องกัน ที่เราจะให้สิทธิต่างชาติไปแล้ว แต่สุดท้ายไม่ได้นำมูลค่าทางเศรษฐกิจมาให้ได้จริง" นางสาววทันยากล่าว

 

"ปลัด ก.พาณิชย์" ย้ำ ให้ความสำคัญปัญหานอมินีต่างชาติ ด้าน "อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า" แจง พบบริษัทกลุ่มเสี่ยงกว่า 120,000 ราย ต่างชาติถือครองที่ดินกว่า 4,000 ราย ย้ำบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลทุกขั้นตอน

 

ด้าน นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงในการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ถึงกรณีปัญหานอมินีต่างชาติตั้งบริษัทในไทยว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และระดมสรรพกำลังลงไปดูแลรายละเอียด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ


ต้นน้ำคือตั้งแต่การจดทะเบียน ได้ประสานกับกระทรวงการคลัง ดูบัญชีผู้มีรายได้น้อย ประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับบัญชีดำ บัญชีม้า ซึ่งเราต้องทำงานด้วยความรวดเร็วและความถูกต้อง หากใครมายื่นขอจดทะเบียนตอนนี้จะเชิญมาขอดูตัว


ส่วนกรณีที่ซื้อที่ดินเป็นชื่อของคนไทย แต่โอนให้ต่างชาติในภายหลังนั้น นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชี้แจงว่า เราเป็นหน่วยงานแรก ๆ ที่นำข้อมูลมาเปิดเผยให้สาธารณะรับทราบ วันนี้เราจดทะเบียนบริษัทไปแล้วกว่า 800,000 ราย ซึ่งมีกลุ่มเสี่ยงที่จดทะเบียนแล้วให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้น แล้วให้คนไทยเข้ามาร่วมโดยต่างชาติถือหุ้นไม่ถึงร้อยละ 50 มีถึง 120,000 ราย


นี่คือสิ่งที่เรากำลังทำเพื่อไม่ให้กลุ่มเสี่ยงแบบนี้เพิ่มขึ้นอีก ในรอบ 6 เดือนของปีนี้ เราลดกลุ่มนี้ไปได้แล้วกว่าร้อยละ 50 โดยการออกคำสั่งและนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาเชื่อมโยง ตรวจสอบเพื่อรักษาสมดุลให้การอำนวยความสะดวกกับการป้องกันเดินควบคู่กันไป


ในส่วนของการตั้งบริษัทเพื่อไปดำเนินการเปิดบัญชีม้า สถิติการตั้งของปี 2568 มีการตั้งแล้วนำไปทำบัญชีม้านิติบุคคล 149 บริษัท แต่ในเดือนแรกของปีเราจัดการจนเหลือเพียง 19 บริษัท นี่คือเรื่องของการป้องกัน


ในส่วนของการปราบปราม เราเป็นหน่วยงานหลักในการวิเคราะห์จาก 120,000 รายที่เรามีอยู่ในมือ ส่งข้อมูลทั้งหมดให้กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ (DSI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากร ซึ่งเราส่งไปหลายหมื่นรายมาก และทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินคดีไปแล้วกว่า 1,100 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท

 

นอกจากการป้องกันและปราบปรามแล้ว เรายังอำนวยความสะดวกให้กับต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตามกฎหมายเราต้องพิจารณาจัดตั้งบริษัทให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน แต่เราตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

 

ส่วนปัญหาการซื้อที่ดิน เราทำงานร่วมกับกรมที่ดินมาหลายเดือนแล้ว และพบว่า ตามประมวลกฎหมายที่ดิน หากเป็นบริษัทที่มีต่างชาติถือหุ้นเกินร้อยละ 49 จะไม่สามารถถือครองที่ดินได้ แต่เราพบว่ามี 4,323 บริษัท ที่มีต่างชาติถือครองที่ดินเกินร้อยละ 49 ซึ่งต้องตรวจสอบว่า 4,000 กว่ารายนี้ ได้ที่ดินมาเนื่องจากได้รับบัตรส่งเสริมจากบีโอไอ (BOI) หรือได้รับการอนุญาตจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หากเป็นทั้ง 2 อย่างนี้ก็ถือว่าถูกต้อง แต่หากนอกเหนือจาก 2 ข้อนี้ จะถือว่าผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการให้เจ้าพนักงานที่ดินออกคำสั่งบังคับขาย

 

ส่วนเรื่อง บริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ เราไม่ได้นิ่งเฉย ทางกรมฯ ร่วมกับดีเอสไอ (DSI) ตรวจสอบบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ 14 บริษัท ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอส่งสำนวนให้อัยการแล้ว และส่งฟ้องศาลแล้ว อยู่ระหว่างการสืบพยาน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เราพยายามดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับนอมินีและบัญชีม้าทั้งหมด

ข่าวล่าสุด