ผบช.ก. รุกคดีคลังน้ำมันอ่างทอง 3 แสนลิตร พบพิรุธ "คุณภาพต่ำ-เลี่ยงภาษี"
23 มี.ค. 2569
ผบช.ก. รุกคดีคลังน้ำมันอ่างทอง 3 แสนลิตร พบพิรุธ "คุณภาพต่ำ-เลี่ยงภาษี" เร่งสอบเจ้าหน้าที่รัฐ-รอผลแล็บยืนยันก่อนฟันผิดผู้ประกอบก
Business
23 มี.ค. 2569
ผบช.ก. รุกคดีคลังน้ำมันอ่างทอง 3 แสนลิตร พบพิรุธ "คุณภาพต่ำ-เลี่ยงภาษี" เร่งสอบเจ้าหน้าที่รัฐ-รอผลแล็บยืนยันก่อนฟันผิดผู้ประกอบก
กรณีตำรวจ บก.ปคบ.และร่วมกับเจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดอ่างทอง และพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง เข้าตรวจสอบ บริษัทจำหน่ายน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.อ่างทอง พร้อมยึดของกลาง 3.3 แสนลิตร มูลค่า 12 ล้าน ไร้เอกสารซื้อขาย-เลี่ยงภาษี เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569
23 มีนาคม 2569 ล่าสุด พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน เข้ามาให้ข้อมูลและอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม
ส่วนผู้ประกอบการกิจการน้ำมันนั้น ได้มีการนัดหมายให้เข้าชี้แจงวันนี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังต้องตรวจสอบว่าได้เข้าพบเจ้าหน้าที่แล้วหรือไม่ สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดอ่างทองได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอ่างทองหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า เบื้องต้นยังคงดำเนินการในเคสนี้เป็นหลัก แต่ตอนนี้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการหลายจุด โดยอยู่ระหว่างรอฟังแนวทางจากรัฐบาล เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหนึ่งในคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นของรัฐ ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลว่ามีนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างรัดกุม
ทั้งนี้ แนวทางการตรวจสอบแบ่งออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การตรวจสอบคุณภาพน้ำมันว่ามีการปนเปื้อนหรือได้มาตรฐานหรือไม่ การตรวจสอบเอกสารการซื้อขายและการขนส่งว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
การตรวจสอบการจำหน่ายว่ามีการขายเกินราคาควบคุมหรือไม่ และการตรวจสอบการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า จากการตรวจสอบอย่างไม่เป็นทางการ พบว่าคุณภาพน้ำมันอาจไม่ได้มาตรฐาน แต่ยังต้องรอผลเอกสารยืนยันผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันรายละเอียดก่อน โดยหากมีหนังสือออกมาชัดเจนว่าต่ำกว่ามาตรฐาน ผู้ประกอบการจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.เชื้อเพลิงฯ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นอื่นร่วมด้วย ทั้งการขายเกินราคา การปนเปื้อน และการกำกับราคา หากพบความผิดครบทุกด้าน จะมีการเรียกผู้ประกอบการมาแจ้งข้อกล่าวหาแต่จนถึงขณะนี้ผู้ประกอบการยังไม่ได้เข้าชี้แจงเอกสารอย่างละเอียดใดๆเพิ่มเติม ซึ่งตำรวจต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ทั้งรูปแบบการจำหน่ายน้ำมัน ใบกำกับการขาย และเอกสารการขนส่ง ส่วนการตรวจสอบจะต้องย้อนหลังไปกี่ปีนั้น ยังต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงของคดี
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำมันที่ตรวจสอบพบว่ามีมากกว่า 300,000 ลิตร ของคลังในจังหวัดอ่างทองนั้น ไม่ได้มีการอายัด เนื่องจากประเมินว่าคลังดังกล่าวมีศักยภาพรองรับได้มากกว่านั้น และข้อมูลจากพลังงานจังหวัด ระบุว่า ปริมาณดังกล่าวถือเป็นระดับปกติของคลังขนาดใหญ่ ส่วนผู้ประกอบการรายนี้จะมีคลังน้ำมันอยู่ที่อื่นอีกหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : บุกทลายคลังน้ำมันอ่างทอง! ยึดของกลาง 3.3 แสนลิตร ไร้เอกสารซื้อขาย-เลี่ยงภาษี
