svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

สหรัฐถล่มเกาะคาร์ก “ภาณุรัช” ชี้เป็น 1 ใน 6 จุดตาย ทำโลกขาดแคลนน้ำมันรุนแรง

14 มี.ค. 2569

“สหรัฐฯ” ถล่ม “เกาะคาร์ก” ของ “อิหร่าน” ไม่ใช่แค่บีบเปิดช่องแคบฮอร์มุซ “ภาณุรัช” ชี้เป็น 1 ใน 6 จุดตาย ทำโลกขาดแคลนน้ำมันรุนแรง อะไรจะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ เมื่อ 20 ล้านบาร์เรลหายไปจากสมการ

14 มีนาคม 2569 นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ โพสต์กรณี สหรัฐฯ ประกาศโจมตี เกาะคาร์ก ของ อิหร่าน ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบ 90% ของอิหร่าน เพื่อบีบให้ อิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า
 

[ BREAKING: เมื่อ 1 ใน 6 'จุดตาย' ถูกโจมตี! เกาะ Kharg กับวิกฤตที่ไม่มีใครบอกคุณเรื่องระบบ 'ปิดตาย' ] 🔴⛽️
 

เช้านี้โลกสั่นสะเทือน! ข่าวอเมริกาประกาศโจมตีเพื่อยึด เกาะ Kharg คือฝันร้ายที่ผมเพิ่งจะเตือนออกสื่อไปว่านี่คือ 1 ใน 6 จุดยุทธศาสตร์ที่หากล่มสลาย โลกจะขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรง... และตอนนี้มันเกิดขึ้นจริงแล้ว! 
 

นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่

ในฐานะที่ผมผ่านงาน Upstream (ต้นน้ำ) ในอุตสาหกรรมน้ำมันมาโชกโชน ทั้งงานเจาะและวางระบบผลิตในหลายทวีป ผมขอบอกว่าสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่การ "รบ" แต่คือการ "ล่มสลายของระบบการผลิต" ที่กู้กลับมาไม่ได้ง่ายๆ

 

📍 ทำความรู้จัก "เส้นเลือดใหญ่" ก่อนจะถึงเกาะ Kharg


หลายคนมองว่าเกาะ Kharg เป็นแค่ท่าเรือส่งออก แต่ในทางวิศวกรรมปิโตรเลียม มันคือ "ปลายก๊อก" ของโครงข่ายใต้ดินที่มหึมาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก:


• น้ำมันดิบมหาศาลถูกสูบขึ้นมาจากแหล่ง Ahvaz, Marun และ Gachsaran ซึ่งอยู่ลึกใต้ดินหลายพันเมตร

• ผ่านกระบวนการแยกก๊าซ (Degassing Stations) และสถานีเพิ่มแรงดัน (Pumping Stations) นับร้อยจุด

• ไหลผ่านท่อส่งน้ำมันข้ามน้ำข้ามทะเลมารวมกันที่เกาะเล็กๆ ขนาดเพียง 20 ตร.กม. แห่งนี้ 
 

 

สหรัฐถล่มเกาะคาร์ก “ภาณุรัช” ชี้เป็น 1 ใน 6 จุดตาย ทำโลกขาดแคลนน้ำมันรุนแรง
 

สหรัฐถล่มเกาะคาร์ก “ภาณุรัช” ชี้เป็น 1 ใน 6 จุดตาย ทำโลกขาดแคลนน้ำมันรุนแรง

 

⚠️ เมื่อเกาะถูกยึด... ระบบ "Upstream" จะถูกปิดตายอย่างไร?
 

หากอเมริกายึดเกาะได้ หรือมีการโจมตีจนเรือลูกค้า (โดยเฉพาะจีน) ไม่สามารถเข้ามารับน้ำมันได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ "Consequence" ที่รุนแรงระดับลูกโซ่:
 

1. Storage Overflow: คลังเก็บน้ำมันบนเกาะที่มีความจุกว่า 30 ล้านบาร์เรลจะเต็มภายในไม่กี่วัน เมื่อส่งออกไม่ได้ น้ำมันจะ "ล้นท่อ"
 

2. The Forced Shut-in: เมื่อปลายทางเต็ม ฝั่งต้นทาง (Upstream) ต้องรีบ "สั่งปิดหลุม" ทันที ซึ่งนี่คือความยุ่งยากระดับนรกของวิศวกร! การปิดหลุมผลิต (Well Shut-in) ไม่ใช่การบิดวาล์วหน้าบ้าน แต่มันคือการคุมแรงดันมหาศาลใต้ชั้นหิน หากปิดไม่ดีหรือปิดกะทันหันเกินไป แรงดันจะตีกลับจนอุปกรณ์พัง หรือร้ายที่สุดคือ "Formation Damage" (ชั้นหินกักเก็บอุดตันถาวร)
 

3. The Invisible Damage: การยึดเกาะทำได้ในวันเดียว แต่การ "ไล่ปิดระบบผลิต" ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายท่อใช้เวลาเป็นสัปดาห์ และทุกวินาทีที่ล่าช้าคือความเสี่ยงที่ระบบท่อจะระเบิดจากแรงดันสะสม!
 

⏳ "ยึดได้... แต่ผลิตไม่ได้" ฝันร้ายของการ Restart
 

อเมริกาอาจยึดเกาะได้ แต่สิ่งที่พวกเขาจะได้ไปคือ "ซากปรักหักพัง" ของเทอร์มินัล เพราะเกาะ Kharg เล็กเกินกว่าจะเลี่ยงการทำลายสถานีปั๊มและคลังน้ำมันได้
 

ความจริงที่น่ากลัวคือ: หากระบบ Upstream ถูกปิดไปแล้ว การจะ "Restart" เอาดินน้ำมันขึ้นมาใหม่ต้องใช้เวลา 6 เดือน ถึง 1 ปีเป็นอย่างน้อย! เราต้องล้างท่อใหม่ (Pigging), ปรับแรงดันในหลุมผลิตใหม่ และซ่อมแซมสถานีแยกก๊าซที่อาจเสียหายจากการหยุดกะทันหัน โลกจะสูญเสียน้ำมันไปนับล้านบาร์เรลต่อวันในระหว่างที่รอการกู้ระบบนี้
 

🌏 ผลกระทบต่อโลก: เมื่อ 20 ล้านบาร์เรลหายไปจากสมการ
 

เมื่อน้ำมันจากคาร์กหายไป จีนและลูกค้ารายใหญ่จะเริ่ม "แย่งชิง" น้ำมันดิบเกรดใกล้เคียงจากทุกที่ในโลก (Supply Shock) ราคาน้ำมันจะพุ่งเป็นจรวด เพราะทุกคนรู้ดีว่า "การกู้ระบบผลิตน้ำมันคืนมา" ไม่ได้เร็วเหมือนการสร้างตึก
 

นี่คือวิกฤตพลังงานที่ซับซ้อนที่สุดในรอบศตวรรษ และในฐานะคนที่เจาะน้ำมันมาเกือบทั่วโลก ผมมองเห็นความเสียหายที่ลึกซึ้งกว่าที่ข่าวรายงาน

 


 


 

ข่าวข้น คนข่าว

ทางแก้ลดค่าการกลั่นทำได้ยาก | ข่าวข้นคนข่าว | 13 มี.ค. 69 | PART 2

ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้อธิบายกลไกการตั้งราคาการกลั่นน้ำมัน ว่า การตั้งราคากลั่นน้ำมัน นำมาจาก ราคาน้ำมันสุกจากตลาดสิงคโปร์ ลบ ราคาน้ำมันดิบ จะได้ราคากลั่นน้ำมัน ส่วนที่เป็นค่ากลั่นน้ำมัน ซึ่งจะเป็นค่ากำไร หรือ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมอยู่ในค่ากลั่นน้ำมัน และจากการศึกษาในอดีตจากช่วงสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ปี 65 พบว่า ในช่วงนั้นราคากลั่นสูง ปรากฎว่า ได้กำไรสูงตาม แต่ไม่ได้สูงมากนัก แต่ในช่วงสถานการณ์ปกติที่ไม่วิกฤติ หรือ ในช่วงโควิด ที่ความต้องการน้ำมันน้อยลง ค่าการกลั่นก็น้อยลงตาม ทำให้โรงกลั่นก็ขาดทุน ตามกลไกตลาด