อ.ประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ได้มาร่วมถอดรหัสเกมของมหาอำนาจ พร้อมเสนอแนะแนวทาง “การทูตไผ่ลู่ลมแบบมีหลักการ” เพื่อรักษาผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของชาติบนเวทีโลก ท่ามกลางวิกฤตที่ไม่มีกติกามารองรับ
🔵 [สู้ด้วย 'กฎหมาย' ควบคู่ 'การทูตเบื้องหลัง']
ต่อท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศที่เรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าพบเพื่อประท้วง อ.ประพฤติ มองว่าเป็นการแสดงจุดยืนที่เหมาะสม เพื่อย้ำเตือนว่าการโจมตีเรือที่ติดธงชาติไทยย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย แต่สิ่งที่ไทยต้องดำเนินการควบคู่กันคือการนำข้อกฎหมายระหว่างประเทศเข้ามากดดัน โดยเฉพาะ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งรับรองให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นพื้นที่ที่เรือทุกลำมีสิทธิ์แล่นผ่านได้โดยเสรี (Free Zone) การตั้งด่านหรือควบคุมการสัญจรตามอำเภอใจจึงเป็นการละเมิดกติกาโลกอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ไทยจำเป็นต้องทำหนังสือประท้วงไปยังสหประชาชาติ (UN) เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและ "สงวนสิทธิ์ในการเรียกร้องค่าเสียหาย" แต่ในขณะเดียวกัน ท่าทีดังกล่าวต้องรักษาสมดุล ไม่แข็งกร้าวหรือประณามรุนแรงจนเกินงาม เพื่อรักษาพื้นที่สำหรับ “การทูตเบื้องหลัง” ที่อิงกับความสัมพันธ์อันดีกว่า 400 ปีที่มีต่ออิหร่าน
"เราต้องอธิบายให้อิหร่านเข้าใจว่าสิ่งที่เราทำเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของประเทศ แต่ไม่ประณามรุนแรง เพราะหากสงครามยืดเยื้อ วันหนึ่งเราอาจมีความจำเป็นต้องขออนุญาตผ่านเส้นทางนั้น นี่คือการเป็นไผ่ลู่ลม...แต่ต้องเป็นไผ่ลู่ลมที่มีหลักการ"