เนชั่นทีวี

Nation Story

WORLD: "ผมกำลังจะไปทำภารกิจสุดบ้าบิ่น" ข้อความสุดท้ายก่อนวัยรุ่นหน้าใสจะกลายเป็นมือปืนรับจ้างของแก๊งอิหร่าน

01 ส.ค. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation STORY

WORLD: "ผมกำลังจะไปทำภารกิจสุดบ้าบิ่น" ข้อความสุดท้ายก่อนวัยรุ่นหน้าใสจะกลายเป็นมือปืนรับจ้างของแก๊งอิหร่าน

ลองจินตนาการดูว่า... ถ้าลูกชายวัย 18 ปีของคุณ ส่งข้อความมาบอกว่า "ผมกำลังจะไปทำภารกิจสุดบ้าบิ่น" คุณจะคิดว่าเขากำลังจะไปเที่ยว ไปแข่งฟุตบอล หรือไปทำอะไรกันแน่?

สำหรับแม่ของ โยฮันเนส แนทแลนด์ เธอไม่มีทางรู้เลยว่า คำพูดธรรมดาๆ ประโยคนั้น จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่เปลี่ยนชีวิตลูกชายไปตลอดกาล

 

🕵️ [จากเด็กเรียนเก่ง สู่มือปืนรับจ้าง]

วันที่ 15 มีนาคมปีที่แล้ว แนทแลนด์บอกแม่ว่าจะไป "เล่นฟุตบอล" แต่ความจริงเขาเดินทางจากเมืองสตาวังเงร์ ประเทศนอร์เวย์ ไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร เพื่อไปรับ ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ Luger ขนาด 9 มม. ปืนลูกโม่ กระสุนจริง 12 นัด และเงินสด 2,000 ปอนด์ (ราว 90,000 บาท)

 

ภารกิจของเขาคือการลอบสังหารเป้าหมายตามคำสั่งของแก๊งอาชญากรรมสัญชาติสวีเดนที่มีอิหร่านหนุนหลัง แลกกับค่าจ้าง 21,000 ปอนด์ หรือราว 940,000 บาท

 

ฟังดูเหมือนหนังแอ็กชันฮอลลีวูดใช่ไหม? แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้มาจากครอบครัวที่มีปัญหา เขาเป็นลูกนักข่าว เติบโตในเมืองที่ปลอดภัยและร่ำรวยจากอุตสาหกรรมน้ำมัน เป็นนักเรียนเก่ง นักฟุตบอลมีพรสวรรค์ และเคยฝันอยากเป็นทนายความ

 

แล้วอะไรที่ทำให้เด็กแบบนี้กลายเป็นมือปืนรับจ้างได้?

💊 [จุดเปลี่ยนที่เริ่มจาก "ความเบื่อ"]

แนทแลนด์เคยบอกกับศาลว่า เมืองบ้านเกิดของเขา "ห่วยแตกมาก" และ "ฟุตบอลเป็นสิ่งเดียวที่ทำได้ที่นั่น" ความเบื่อหน่ายทำให้เขาเริ่มสูบกัญชาตั้งแต่อายุ 13 ปี ก่อนจะขยับไปใช้ยาอี, LSD, โคเคน และเฮโรอีน

 

ตอนอายุ 17 ปี เขาเริ่มเชื่อว่าพ่อแม่กำลังจะฆ่าเขา จนต้องเข้ารับการบำบัดในแผนกจิตเวช และที่นั่นเอง เขาได้พบกับใครบางคนที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

 

📱 [สายที่โยงมาจากเกม "Hitman" สู่ชีวิตจริง]

ระหว่างที่กำลังฟื้นฟูสภาพจิตใจ แนทแลนด์ได้รับข้อความชักชวนให้ก่อเหตุฆาตกรรมในสหราชอาณาจักร แลกกับเงิน 270,000 โครนนอร์เวย์ (ราว 21,000 ปอนด์) จากเด็กหนุ่มอีกคนที่ใช้ชื่อออนไลน์ว่า "Unknown Hustler"

 

ไม่กี่นาทีต่อมา เขาถูกดึงเข้ากลุ่มแชทที่มี อาลี ชีฮับ สมาชิกแก๊ง Foxtrot ชาวสวีเดนเชื้อสายอิรัก วัย 22 ปี ผู้ใช้ฉายาว่า "Agent 47" ตามชื่อเกมดัง "Hitman" อยู่ด้วย

 

ในตอนนั้น แนทแลนด์อ้างว่าคิดว่าเป็นแค่ "เรื่องล้อเล่น" แต่ข้อความที่เขาส่งกลับไปกลับสวนทาง เขาถามอย่างจริงจังว่า "ใครคือเป้าหมายที่จะถูกยิง?" และไม่ถึงชั่วโมงหลังจากนั้น เขาก็ส่งข้อความหาแฟนสาว ซารา โซลบี บอกว่ากำลังจะไปทำ "ภารกิจสุดบ้าบิ่น"

 

โซลบีเล่าให้ศาลฟังว่า แนทแลนด์บอกเธอว่า "ในที่สุดฉันก็จะได้ฆ่าคนสักที และมันก็ลงตัวมาก แถมยังได้เงินค่าจ้างด้วย"

 

คำถามคือ... ทำไมเด็กหนุ่มที่เคยฝันอยากเป็นทนายความ ถึงพูดถึงการฆ่าคนราวกับเป็นเรื่องสนุก?

✈️ [นาทีสุดท้ายก่อนถูกจับ]

17 มีนาคม 2568 แนทแลนด์เดินทางถึงแมนเชสเตอร์ด้วยหนังสือเดินทางฉบับเร่งด่วน พกเงินติดตัวเพียง 40 ปอนด์ เขาถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมืองในตอนแรกเพราะเจ้าหน้าที่สงสัยเรื่องอายุและเงินทุน แต่เพราะไม่มีเที่ยวบินกลับ เขาจึงได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศแบบมีเงื่อนไข

 

จากนั้นเขาถูกส่งต่อไปยังสายลับอีกคนในพื้นที่ นั่งแท็กซี่ไปยังฮัดเดอร์สฟิลด์ ไปรับอาวุธที่ซ่อนไว้ในป่า และเข้าพักที่โรงแรม Briar Court Hotel ก่อนจะส่งรูปตัวเองยิ้มพร้อมถือปืนให้แฟนสาวดู พร้อมข้อความว่า "อีกไม่นานเรื่องนี้จะเกิดขึ้น"

 

แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ ตำรวจนอร์เวย์ดักจับข้อความของ "Generalen" ผู้จัดหาที่พูดถึง "ภารกิจในยุโรป" ได้ก่อนหน้านั้นแล้ว ประกอบกับครูและเพื่อนร่วมชั้นของแนทแลนด์แจ้งตำรวจ หลังเขาไปคุยอวดในงานปาร์ตี้ว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่ม "the Foxes" และกำลังจะได้เงินก้อนโต

 

ช่วงเช้ามืดของวันที่ 19 มีนาคม ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือบุกจับกุมเขาได้ทันเวลา — ก่อนที่เขาจะรู้ด้วยซ้ำว่าเป้าหมายที่ต้องสังหารคือใคร

 

⚖️ ["ผมไม่ใช่มือปืนแบบในหนัง ผมแค่ติดยา"]

แนทแลนด์ยอมรับข้อหาครอบครองอาวุธปืน แต่ปฏิเสธข้อหาสมคบคิดฆาตกรรม โดยอ้างว่าวางแผนจะขัดขวางภารกิจด้วยการยิงเท้าตัวเอง และที่คุยโม้ก็เพื่อให้ดู "เท่" เท่านั้น เขาบอกว่าตัวเองไม่ใช่ "มือปืนรับจ้างเลือดเย็นแบบเลียม นีสัน ในหนัง Taken" แต่เป็นเพียง "คนติดยาเสพติด"

 

แต่ฝ่ายอัยการมองต่างออกไป โดยระบุว่าเขาคือ "คนประเภทที่กลุ่ม Foxtrot มักจะดึงตัวมาร่วมขบวนการ"

 

สุดท้าย เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 หลังการพิจารณาคดีใหม่ (เพราะคณะลูกขุนชุดแรกหาข้อสรุปไม่ได้) แนทแลนด์ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานสมคบคิดเพื่อฆาตกรรม

 

🦊 [เครือข่าย Foxtrot แก๊งอันตรายที่อิหร่านใช้เป็นเครื่องมือ]

เบื้องหลังเรื่องราวนี้คือเครือข่ายอาชญากรรม Foxtrot หนึ่งในแก๊งที่อันตรายที่สุดในยุโรป นำโดย ราวา มาจิด ชายวัย 39 ปี สัญชาติสวีเดน-อิรัก ฉายา "The Kurdish Fox" ผู้คุมตลาดค้ายาในสแกนดิเนเวีย และมีความเชื่อมโยงกับการโจมตีชาวอิสราเอลและชาวยิวในหลายพื้นที่ทั่วยุโรป

 

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือวิธีการล่าเหยื่อ อัยการนอร์เวย์เปิดเผยว่า Foxtrot "ซื้อ" กลุ่มแชทใน Telegram และ Signal ที่มีวัยรุ่นรวมตัวกันอยู่แล้ว เพื่อดึงเด็กอายุน้อยเพียง 13 ปี เข้าร่วมขบวนการ กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดชื่อ "Samurai Kids" เคยมีสมาชิกมากถึง 11,000 คน ก่อนจะถูกปิดไป

 

โครงสร้างของแก๊งแบ่งเป็นชั้นๆ อย่างชัดเจน:

- ผู้บงการ (instigators) อย่าง "Agent 47" — คนสั่งการและให้เงินทุน

- ผู้สรรหาคน อย่าง "Generalen" 

- ผู้ลงมือ (enforcers) คือวัยรุ่นอย่างแนทแลนด์ ที่ต้องการเพียงแค่ "การได้รับการยอมรับ" หรืออยากรู้สึกว่าตัวเองสำคัญ

 

ที่น่าขนลุกคือ คนกลุ่มสุดท้ายนี้มักไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป้าหมายคือใคร จนถึงนาทีสุดท้าย

 

🌍 [เมื่ออิหร่านเลือกใช้ "เด็ก" เป็นเครื่องมือ]

ปัจจุบัน ชีฮับถูกจับกุมในอิรักเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ระหว่างปฏิบัติการสกัดกั้นภารกิจลอบสังหาร โดยตกเป็นผู้ต้องสงสัยเบื้องหลังเหตุพยายามฆ่าถึง 23 ครั้ง และฆาตกรรมอีก 5 ครั้ง ส่วน "Generalen" ที่มีอายุเพียง 17 ปี ก็ถูกตัดสินว่ามีความผิดในนอร์เวย์ฐานสมรู้ร่วมคิดในคดีฆาตกรรมและพยายามฆ่าหลายกระทง

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านกลุ่ม Foxtrot ยืนยันว่านี่ไม่ใช่ปฏิบัติการเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่อิหร่านหันมาใช้วิธี "จ้างวานบุคคลภายนอก" ในการโจมตีศัตรูของรัฐบาลในต่างแดนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้เด็กและวัยรุ่นที่เปราะบางเป็นเครื่องมือ เพราะพวกเขาราคาถูก หาง่าย และตัดขาดความเชื่อมโยงกับตัวการใหญ่ได้ง่าย

 

💭 [แม่ที่ยังทำใจไม่ได้]

สำหรับแม่ของแนทแลนด์ เรื่องราวทั้งหมดนี้ยังคงเป็นสิ่งที่แทบไม่อยากจะเชื่อ เธอเคยบอกไว้ก่อนการพิจารณาคดีว่า "มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังแย่ๆ สักเรื่อง ที่มีบทห่วยแตกและดูไม่สมจริงเอาเสียเลย"

 

น่าเศร้าที่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง และด้วยแนวโน้มที่ต้องรับโทษจำคุกยาวนาน ชีวิตของเด็กหนุ่มที่เคยฝันอยากเป็นทนายความคนนี้ คงไม่มีทางจบลงแบบมีความสุขอีกต่อไป

 

เรื่องราวของแนทแลนด์สะท้อนให้เห็นว่า ภัยจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด และเหยื่อของมันก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ "ดูอันตราย" เสมอไป บางครั้งมันอาจเป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่รู้สึกเบื่อ เหงา หรือแค่อยากได้รับการยอมรับ

 

คุณคิดว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เด็กวัยรุ่นตกเป็นเหยื่อของแก๊งอาชญากรรมแบบนี้ได้ง่าย? ความเหงา ความเบื่อหน่าย หรือช่องว่างในการดูแลของครอบครัวและสังคม 

ข่าวล่าสุด