นายอนุทิน กล่าวว่า ในประเทศไทยคนที่รู้เรื่องการปลูกข้าวดีที่สุดไม่เกิน 1 ใน 3 คือนายประภัตร ตนให้ความเชื่อมั่นในข้อมูลของท่าน เพราะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่ทุกคนตรงนี้ยังใส่ขาสั้นอยู่เลย ปีนี้ตนเข้าปีแซยิดแล้ว ถ้ารับราชการคือเกษียณเดือนกันยายน แต่ตนได้เห็นนายประภัตรเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ตนยังไม่จบการศึกษา วันนี้นายประภัตรจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ได้ แต่ท่านเลือกที่จะเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนชาว จ.สุพรรณบุรี โดยไม่มีคำว่าย่อท้อหรือเหน็ดเหนื่อย
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ 1 สิงหาคม เป็นวันเกิดของนายประภัตรด้วย ท่านเพิ่งมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยสมัยแรก แต่ต่อไปทุกวันที่ 1 สิงหาคม ตนต้องล็อกวันไว้ว่าไปที่ไหนไม่ได้ต้องมาสุพรรณบุรี เพราะเป็นวันเกิดบุคคลสำคัญของตนและของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะชาวนาชาวไร่ วันนี้ที่สุพรรณบุรีแม้ สส.จะขาดไป 1 ตำแหน่ง แต่ก็ถือว่าเติมเต็มมาด้วยตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เราถือเป็นพี่น้องกันมาตลอด ดังนั้น สุพรรณบุรีไม่ใช่มีแค่นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียว แต่ยังมีนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย
นายอนุทิน กล่าวย้ำด้วยว่า พี่น้องชาวสุพรรณบุรีมีความสำคัญกับตน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชาวสุพรรณบุรีตั้งใจยก สส.ให้เกือบยกจังหวัด ขาดเพียงคนเดียว แต่เชื่อว่าคราวหน้าก็น่าจะยกจังหวัดให้ เพราะขาด 1 คนบางทีทำงานไม่สะดวก ขาดความคล่องแคล่วเพราะมีบริบททางการเมืองต่างๆ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อเป็นรัฐบาลแล้วเราดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ได้ดูว่ามาจากพรรคไหน แต่ถ้าได้ทั้งจังหวัดมาจากพรรคเดียวกันจะทำให้ขับเคลื่อนได้อย่างเต็มที่มากกว่า ได้ 4 จาก 5 คน ก็ไม่รู้จะขอบคุณพี่น้องชาว จ.สุพรรณบุรีอย่างไรแล้ว สำหรับการมาเสนอตัวครั้งแรกของภูมิใจไทยใน จ.สุพรรณบุรี
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ตนมีความสนิทสนมตั้งแต่สมัยนายบรรหาร ตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ และเห็นว่าถ้าทำให้ทุกที่มีความสะดวกสบายเหมือน จ.สุพรรณบุรี ประเทศไทยไม่ต้องกลัวใคร ประเทศไทยจะมีความเจริญ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ เช่น เรื่องชลประทานที่หากวันนี้เราไม่จัดการน้ำ น้ำก็จะจัดการเรา สมัยที่ตนอยู่กระทรวงมหาดไทยเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มาดูปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และภัยพิบัติต่างๆ พบว่าทุกอย่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบชลประทาน ตนต้องผลักดันอย่างจริงจัง แต่ยังไม่ได้เป็นหัวหน้ารัฐบาล เป็นแค่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงยังไม่สามารถทำได้
"ผมมาถึงจุดนี้แล้วคงไม่สามารถบอกว่า นายกฯ จะไม่อนุมัติอะไร เพราะวันนี้ผมเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมให้คำสัญญากับประชาชนว่า สิ่งที่ผมอยากเห็นผมต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นระบบชลประทานต่างๆ โดยเฉพาะในภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากทางภาคเหนือ ผมได้ให้ทำการศึกษาพร้อมอนุมัติงบประมาณ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะภัยน้ำท่วมที่มา ในช่วงที่พี่น้องกำลังทำนา เป็นการป้องกันวางแผนให้ดีไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำซาก
แต่ถ้าเกิดความเสียหายจากความผิดปกติของฤดูกาล จะต้องเป็นความเสียหายที่เกิดน้อยที่สุด ยืนยันว่ามีงบประมาณในการทำสิ่งเหล่านี้ วันนี้โทษใครไม่ได้แล้ว มาถึงจุดนี้แล้วขอให้ทุกคนเชื่อใจว่า ผมจะทำเรื่องระบบชลประทาน ให้การประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน เกิดความสะดวกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งตนเสนอแผนงานซึ่งมีพร้อมอยู่แล้วในรัฐบาล และกลุ่มที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งจะพิจารณาตามกรอบอำนาจที่นายกรัฐมนตรีมีอยู่" นายอนุทินกล่าว