อดีต สว.แนะนายกฯ ประเมินผลงาน รมต.ก่อนปรับ ครม.กู้ภาพลักษณ์
01 ส.ค. 2569 | katchatapong_lee

อดีต สว.ห่วงปรับ ครม.ดึงบางพรรคฯ ร่วมรัฐบาลซ้ำเติมภาพลักษณ์ และนายกฯ ประเมินผลงาน รมต.คนนอก ชงเปิดโอกาสให้คนเก่งช่วยแก้วิกฤติประเทศ
ข่าว
01 ส.ค. 2569 | katchatapong_lee

อดีต สว.ห่วงปรับ ครม.ดึงบางพรรคฯ ร่วมรัฐบาลซ้ำเติมภาพลักษณ์ และนายกฯ ประเมินผลงาน รมต.คนนอก ชงเปิดโอกาสให้คนเก่งช่วยแก้วิกฤติประเทศ
นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรีว่า ตนเองกังวลว่า หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี จะมีการไปดึงบางพรรคการเมืองเข้ามาร่วมรัฐบาลนั้น จะยิ่งหนักกว่าเดิม ซ้ำเติมสถานการณ์และภาพลักษณ์รัฐบาลให้ยิ่งแย่ และหากนายกรัฐมนตรี จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีจริง อยากพิจารณารัฐมนตรีคนนอกด้วย เพราะรัฐมนตรีคนนอกที่เข้ามา ควรจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ หากเชิญเข้ามาช่วยงานรัฐบาลแล้ว ยังมีปัญหา ก็ต้องเปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีคนนอกคนอื่น ไม่สร้างข้อจำกัดว่า เมื่อเลือกมาแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนได้ พร้อมยกตัวอย่าง 3 รัฐมนตรีที่เป็นคนนอกในขณะนี้ ทั้งนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งในช่วงที่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 1 มีระยะเวลา 4 เดือนนั้น เอามาแก้ปัญหาเฉพาะกิจ แต่เมื่อเป็นรัฐบาลอนุทิน 2 ซึ่งมีระยะเวลายาวนานกว่า นายกรัฐมนตรี ก็ต้องพิจารณาว่า มีความรู้ความสามารถระดับไหน เพราะหากทำแล้วไม่เกิดผล ย่อมสามารถเปลี่ยนคนใหม่ได้
อดีต สว. ยังยกตัวอย่างถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า จะต้องพิจารณาว่า สามารถทำงานได้ดีระดับใด เช่น ตอนเกิดปัญหาราคาสินค้าแพง มีการแก้ไขปัญหาโดยใช้โครงการรถพุ่มพวงธงฟ้า 3,000 คัน เป็นการแก้ปัญหาตรงจุดหรือไม่ เพราะบางคนมองว่า เป็นการสร้างภาพเพื่อลดกระแส เพราะสุดท้ายปัญหายังอยู่ และขณะนี้ เศรษฐกิจย่ำแย่ ข้าวของแพง ร้านค้าปิดตัวกันไปหลายแห่ง ประชาชนตกงาน หรือในส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องมามองในมิติว่า พระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ไม่จำเป็นว่า จะต้องใช้ หรือต้องใช้ทั้งหมด 400,000 ล้านบาท เพราะต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า เหมือนที่ประกาศเอาไว้ ไม่ใช้หมด เพราะจะเป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะ หรือแม้กระทั่งเรื่อง MOU43 ที่ขณะนี้ ยังไม่มีการยกเลิก ทั้งที่รัฐบาลเขียนไว้ในนโยบาย และประกาศไว้ชัดเจน ซึ่งการยกเลิกไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีคนเดียว แต่ขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้วย แต่ขณะนี้ ยังเงียบอยู่
อดีต สว. ยังเสนอให้นายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้คนใหม่ ๆ เข้ามาบริหารประเทศบ้างในยามวิกฤติเช่นนี้ และรัฐบาลก็เผชิญวิกฤตศรัทธาพอสมควร ซึ่งยังมีนักวิชาการเก่ง ๆ ในประเทศนี้อีกจำนวนมาก ที่คุณสมบัติเพียบพร้อม