🔵 [เดินไต่ลวด: ระหว่าง ‘ผู้ภักดีต่อระบอบ’ กับ ‘ความหวังของประชาชน’]
ความท้าทายที่ยากที่สุดของฮัสซัน คือการรักษาสมดุลระหว่างการเป็น "ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ผู้ก่อตั้งประเทศ" กับการเป็น "กระบอกเสียงของประชาชน"
ในช่วงวิกฤตประท้วง "มาห์ซา อามินี" ในปี 2022 ฮัสซันแสดงความกล้าหาญทางการเมืองด้วยการออกมาตำหนิ "สภาผู้พิทักษ์" อย่างรุนแรงเรื่องการกีดกันผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยระบุว่า "คุณจะเลือกคนมาให้ แล้วบังคับให้ฉันโหวตไม่ได้!" การกระทำนี้ซื้อใจมวลชนรุ่นใหม่ที่สิ้นหวังกับระบอบเดิมไปได้มหาศาล
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังต้องสวมหมวก "องครักษ์ของระบอบ" ไปพร้อมกัน ในช่วงวิกฤตสงคราม เขายังคงใช้ถ้อยคำรุนแรงประณามอิสราเอล และยกย่องคาเมเนอีอย่างสมเกียรติ ท่าทีเช่นนี้สะท้อนว่า เป้าหมายของเขาไม่ใช่การ "ล้มล้างระบอบ" แต่คือการ "ปฏิรูปโครงสร้างจากภายใน" เพื่อให้สาธารณรัฐอิสลามอยู่รอดต่อไปได้ในระยะยาว
🔵[ขวากหนามสู่อำนาจ: เมื่อ ‘นามสกุล’ ปะทะ ‘กระบอกปืน’]
แม้จะมีนามสกุล "โคมัยนี" การันตี แต่ในระบบการเมืองของอิหร่าน ชื่อเสียงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะพาเขาขึ้นสู่จุดสูงสุด ฮัสซันต้องเผชิญกับอุปสรรคชิ้นใหญ่ 2 ประการ
การสกัดกั้นทางศาสนา กลุ่มอนุรักษนิยมสุดโต่ง มักใช้เรื่องระดับสมณศักดิ์ของเขามาเป็นเครื่องมือสกัดกั้นทางการเมือง เช่น การเคยตัดสิทธิ์เขาจากการลงสมัครสภาผู้เชี่ยวชาญ โดยอ้างว่า "ความรู้ทางศาสนาไม่เพียงพอ"
รอยร้าวกับกองทัพ บาดแผลลึกที่สุดของเขาคือความสัมพันธ์กับ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ย้อนไปในปี 2008 ฮัสซันเคยออกมาเตือนสติว่า กองทัพควรทำตามคำสอนของปู่เขาที่ให้ "ทหารออกไปจากการเมือง" คำพูดนี้กลายเป็นตราบาปในสายตาของ IRGC ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้กุมบังเหียนทั้งความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ
สมการสุดท้ายจึงอยู่ที่ว่า ฮัสซันจะสามารถเจรจากับ IRGC ให้เชื่อใจได้หรือไม่ ว่าการมีผู้นำสายปฏิรูปอย่างเขา จะเป็น "หลักประกัน" ในการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและนำความมั่งคั่งกลับมาสู่ประเทศ แทนที่จะมองเขาเป็น "ศัตรู" ที่จะมาบั่นทอนอำนาจของกองทัพ
🔵[อนาคตอิหร่าน กับผลกระทบระลอกคลื่นถึงทั่วโลก]
การผลัดแผ่นดินในอิหร่านครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองภายในประเทศ แต่มีผลสืบเนื่องถึง "เศรษฐกิจโลก" โดยตรง หากฮัสซัน โคมัยนี หรือขั้วอำนาจสายปฏิรูปสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้สำเร็จ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูข้อตกลงนิวเคลียร์ ซึ่งจะเปิดทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้เต็มรูปแบบ และช่วยลดความผันผวนของราคาน้ำมันและเงินเฟ้อทั่วโลก
นี่คือบททดสอบครั้งใหญ่ของระบอบอิหร่าน ว่าจะยอม "ปรับตัว" เพื่อความอยู่รอด หรือจะเลือกขึงตึงและเดินหน้าสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นกับคนรุ่นใหม่และประชาคมโลก
หากอิหร่านเลือกเปิดประตูสู่การเปลี่ยนแปลงผ่านทายาทของผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจริง... เราอาจได้เห็นจุดเริ่มต้นของระเบียบใหม่ในตะวันออกกลาง ที่ใช้ "การเจรจา" นำหน้า "การเผชิญหน้า" ก็เป็นได้
ที่มา : REUTERS