svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

“ทายาทโคมัยนี” ตัวแปรลับปฏิรูปอิหร่าน หรือแค่หมากในกระดานอำนาจหลังยุค ‘คาเมเนอี’? 

03 มี.ค. 2569

การเสียชีวิตของ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านวัย 86 ปี ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ตึงเครียด ไม่ได้เป็นเพียงการสูญเสียประมุขแห่งรัฐ แต่คือ "จุดเปลี่ยนทางภูมิรัฐศาสตร์" ที่ส่งแรงสั่นสะเทือนต่อความมั่นคงทางพลังงานและระเบียบโลกอย่างรุนแรง 

ในห้วงเวลาที่ตะวันออกกลางยืนอยู่บนปากเหว สุญญากาศทางอำนาจนี้บีบให้อิหร่านต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ จะยึดมั่นในอุดมการณ์อนุรักษนิยมสุดโต่ง หรือจะเปิดประตูรับการ "ปฏิรูป" เพื่อความอยู่รอด? 

 

และชื่อที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุดในสมการอำนาจใหม่นี้คือ "ฮัสซัน โคมัยนี" (Hassan Khomeini) หลานชายของผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลาม ผู้พกพาความหวังของสายปฏิรูปมาเต็มกระเป๋า แต่เบื้องหลังชุดคลุมนักบวชของเขา กลับซ่อนความท้าทายที่อันตรายที่สุดเอาไว้ . . 

 

Nation Story ชวนถอดรหัสบทบาทของทายาทสายเลือดบริสุทธิ์ผู้นี้ เขาจะเป็นทางออกที่โลกโหยหา หรือจะเป็นชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ในเตหะราน?

🔵 [ทายาทสายเลือดบริสุทธิ์ ผู้ฉีกกรอบอนุรักษนิยม]

ในดินแดนที่ "ความชอบธรรม" มักผูกติดอยู่กับสายเลือดและศาสนา ฮัสซัน โคมัยนี วัย 53 ปี คือผู้ถือครองมรดกทางสัญลักษณ์ที่ทรงพลังที่สุดในฐานะหลานชายของ อยาตุลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคมัยนี แต่เขาไม่ใช่แค่นักบวชธรรมดา เขาคือ "สะพานเชื่อม" ระหว่างอดีตอันรุ่งโรจน์ของการปฏิวัติ กับอนาคตของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ความน่าสนใจของฮัสซัน คือการสร้างตัวตนแบบฉีกกรอบ 

 

✅ ทุนทางศาสนาแน่นปึ้ก: แม้สมณศักดิ์ของเขาจะอยู่ที่ระดับ Hojatoleslam (ต่ำกว่าอยาตุลเลาะห์หนึ่งขั้น) แต่เขามีเครือข่ายที่แข็งแกร่งจากการแต่งงานกับบุตรสาวของนักบวชระดับสูง เป็นบารมีที่กลุ่มอำนาจเดิมปฏิเสธได้ยาก

 

✅ เปิดกว้างและทันโลก: เขาคล่องแคล่วทั้งภาษาอังกฤษและอาหรับ ติดตามโซเชียลมีเดีย สนใจปรัชญาตะวันตก และมีมุมมองที่เปิดกว้างต่อศิลปะ ดนตรี และสิทธิสตรี

 

✅ จุดยืนสายกลาง: เขาเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับอดีตประธานาธิบดีสายปฏิรูปอย่าง โมฮัมหมัด คาทามี และ ฮัสซัน รูฮานี ผู้เคยพยายามผลักดันการเจรจานิวเคลียร์  กับโลกตะวันตก

“ทายาทโคมัยนี” ตัวแปรลับปฏิรูปอิหร่าน หรือแค่หมากในกระดานอำนาจหลังยุค ‘คาเมเนอี’? 

แต่ชื่อเสียงและแนวคิดเสรีนี้เอง ที่กำลังกลายเป็น 

"ดาบสองคม" ในโลกการเมืองที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง

🔵 [เดินไต่ลวด: ระหว่าง ‘ผู้ภักดีต่อระบอบ’ กับ ‘ความหวังของประชาชน’]

ความท้าทายที่ยากที่สุดของฮัสซัน คือการรักษาสมดุลระหว่างการเป็น "ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ผู้ก่อตั้งประเทศ" กับการเป็น "กระบอกเสียงของประชาชน"

 

ในช่วงวิกฤตประท้วง "มาห์ซา อามินี" ในปี 2022 ฮัสซันแสดงความกล้าหาญทางการเมืองด้วยการออกมาตำหนิ "สภาผู้พิทักษ์" อย่างรุนแรงเรื่องการกีดกันผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยระบุว่า "คุณจะเลือกคนมาให้ แล้วบังคับให้ฉันโหวตไม่ได้!" การกระทำนี้ซื้อใจมวลชนรุ่นใหม่ที่สิ้นหวังกับระบอบเดิมไปได้มหาศาล

 

 

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังต้องสวมหมวก "องครักษ์ของระบอบ" ไปพร้อมกัน ในช่วงวิกฤตสงคราม เขายังคงใช้ถ้อยคำรุนแรงประณามอิสราเอล และยกย่องคาเมเนอีอย่างสมเกียรติ ท่าทีเช่นนี้สะท้อนว่า เป้าหมายของเขาไม่ใช่การ "ล้มล้างระบอบ" แต่คือการ "ปฏิรูปโครงสร้างจากภายใน" เพื่อให้สาธารณรัฐอิสลามอยู่รอดต่อไปได้ในระยะยาว

 

🔵[ขวากหนามสู่อำนาจ: เมื่อ ‘นามสกุล’ ปะทะ ‘กระบอกปืน’]

แม้จะมีนามสกุล "โคมัยนี" การันตี แต่ในระบบการเมืองของอิหร่าน ชื่อเสียงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะพาเขาขึ้นสู่จุดสูงสุด ฮัสซันต้องเผชิญกับอุปสรรคชิ้นใหญ่ 2 ประการ

 

การสกัดกั้นทางศาสนา กลุ่มอนุรักษนิยมสุดโต่ง มักใช้เรื่องระดับสมณศักดิ์ของเขามาเป็นเครื่องมือสกัดกั้นทางการเมือง เช่น การเคยตัดสิทธิ์เขาจากการลงสมัครสภาผู้เชี่ยวชาญ โดยอ้างว่า "ความรู้ทางศาสนาไม่เพียงพอ"

 

รอยร้าวกับกองทัพ บาดแผลลึกที่สุดของเขาคือความสัมพันธ์กับ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ย้อนไปในปี 2008 ฮัสซันเคยออกมาเตือนสติว่า กองทัพควรทำตามคำสอนของปู่เขาที่ให้ "ทหารออกไปจากการเมือง" คำพูดนี้กลายเป็นตราบาปในสายตาของ IRGC ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้กุมบังเหียนทั้งความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ

“ทายาทโคมัยนี” ตัวแปรลับปฏิรูปอิหร่าน หรือแค่หมากในกระดานอำนาจหลังยุค ‘คาเมเนอี’? 

สมการสุดท้ายจึงอยู่ที่ว่า ฮัสซันจะสามารถเจรจากับ IRGC ให้เชื่อใจได้หรือไม่ ว่าการมีผู้นำสายปฏิรูปอย่างเขา จะเป็น "หลักประกัน" ในการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและนำความมั่งคั่งกลับมาสู่ประเทศ แทนที่จะมองเขาเป็น "ศัตรู" ที่จะมาบั่นทอนอำนาจของกองทัพ

 

🔵[อนาคตอิหร่าน กับผลกระทบระลอกคลื่นถึงทั่วโลก]

การผลัดแผ่นดินในอิหร่านครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองภายในประเทศ แต่มีผลสืบเนื่องถึง "เศรษฐกิจโลก" โดยตรง หากฮัสซัน โคมัยนี หรือขั้วอำนาจสายปฏิรูปสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้สำเร็จ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูข้อตกลงนิวเคลียร์ ซึ่งจะเปิดทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้เต็มรูปแบบ และช่วยลดความผันผวนของราคาน้ำมันและเงินเฟ้อทั่วโลก

 

นี่คือบททดสอบครั้งใหญ่ของระบอบอิหร่าน ว่าจะยอม "ปรับตัว" เพื่อความอยู่รอด หรือจะเลือกขึงตึงและเดินหน้าสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นกับคนรุ่นใหม่และประชาคมโลก

 

หากอิหร่านเลือกเปิดประตูสู่การเปลี่ยนแปลงผ่านทายาทของผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจริง... เราอาจได้เห็นจุดเริ่มต้นของระเบียบใหม่ในตะวันออกกลาง ที่ใช้ "การเจรจา" นำหน้า "การเผชิญหน้า" ก็เป็นได้

 

ที่มา : REUTERS