“ความอ้วน” ไม่ได้ดูแค่น้ำหนัก...
พลอยเจอข้อมูลล่าสุดจากองค์การอนามัยโลก และงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ใหญ่ทั่วโลกเกือบ 2 พันล้านคน ที่อยู่ในภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน และตัวเลขนี้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่รายงานสุขภาพประจำปี 2025 ของสถาบันตรวจสุขภาพในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ยิ่งสะท้อนภาพปัญหานี้ได้อย่างชัดเจน โดยพบว่า 57% ของประชากรที่เข้ารับการตรวจสุขภาพมีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
ที่น่าสนใจคือ ผู้ชายมีปัญหานี้มากกว่าผู้หญิงอย่างชัดเจน โดยผู้ชาย 70.1% มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน ส่วนผู้หญิงมี 43.2% และในกลุ่มผู้ชายอายุ 45–49 ปี ตัวเลขพุ่งสูงถึง 77.7% เลยทีเดียว
แม้จะเป็นข้อมูลจากประเทศจีน แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนที่ใกล้ตัวคนไทยไม่น้อย เพราะประเทศไทยเองก็เผชิญปัญหาโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวัยทำงานที่ใช้ชีวิตนั่งโต๊ะ เคลื่อนไหวน้อย และเผชิญความเครียดสูง
หลายคนคิดว่าตัวเอง “คงยังไม่อ้วน” เพราะน้ำหนักไม่ได้มากนัก แต่ในทางการแพทย์ การประเมินภาวะอ้วนไม่ได้ดูแค่ตัวเลขบนตาชั่ง วิธีที่ใช้กันทั่วโลกคือการคำนวณ BMI (Body Mass Index) หรือดัชนีมวลกาย เกณฑ์ของคนเอเชียปกติอยู่ในช่วง 18.5–22.9 ถ้าเริ่มน้ำหนักเกิน ตัวเลขจะพุ่งมาระหว่าง 23–24.9 และตัวเลขที่ไม่มีใครอยากให้เป็น คือ BMI 25 ขึ้นไป ถือว่าคุณ “อ้วน”
แต่บางครั้ง BMI ก็ไม่สามารถบอกทุกอย่างได้ เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่รูปร่างดูผอม แต่มีไขมันสะสมในช่องท้องสูง หรือที่เรียกว่า TOFI (Thin Outside, Fat Inside)